รีทรีตทางจิตวิญญาณครั้งที่ 27 (SR27) วันที่ 11-14 กพ. 66

(ภาพวันนี้: จากดินหน้าบ้านมาอยู่บนจาน)

  1. Spiritual Retreat คืออะไร

Spiritual หมายถึงองค์ประกอบของชีวิตที่ข้ามพ้นส่วนที่เป็นร่างกายและความคิด นั่นก็คือองค์ประกอบส่วนที่เรียกว่าเป็นความรู้ตัว (awareness)

Retreat คือการปลีกวิเวกหลีกเร้น ไปอยู่ในสถานที่สงบเงียบเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ได้มีเวลาที่สันโดษและเป็นส่วนตัวไม่ถูกรบกวนหรือชักใบด้วยสื่อชักนำความคิดจากภายนอก อันจะทำให้เข้าถึงความรู้ตัวได้ง่าย

Spiritual retreat ก็คือการปลีกวิเวกหลีกเร้นเพื่อหันเหความสนใจจากโลกภายนอก ที่ผ่านเข้ามาทางอายตนะทั้งหกคือตาหูจมูกลิ้นผิวหนังและความคิดที่ผุดขึ้นมาในใจ กลับเข้าไปสนใจความตื่นรู้และสงบเย็นที่ภายในตัวในสภาวะที่ไร้ความคิด แล้วอ้อยอิ่งซึมซับรอดูอยู่ที่นั่นว่าแต่ละวินาทีที่ผ่านไปจะมีอะไรโผล่เข้ามา เป็นการขยายการรับรู้ (perception) ให้ลึกละเอียดยิ่งไปกว่าอายตนะ โดยเรียนรู้ผ่านการอยู่ในสถานที่สงบเงียบเป็นเวลานานหลายวันบ้าง หลายสัปดาห์บ้าง หลายเดือนบ้าง อาจจะอยู่คนเดียว หรืออยู่กับกลุ่มที่ต่างมุ่งแสวงหา “ความหลุดพ้น” เหมือนกัน

ถึงแม้ว่าแค้มป์นี้จะกำเนิดจากความตั้งใจที่จะช่วยให้ผู้ป่วยจัดการความเครียด แต่ผ่านไปหลายปีมาถึงป่านนี้แล้วแค้มป์ได้เปลี่ยนหน้าตาตัวเองมาจนไม่เหลือความเกี่ยวข้องกับวิชาแพทย์แผนปัจจุบันหรือวิทยาศาสตร์เลย แค้มป์นี้เลือกเอาคำสอนที่เด่นของทุกศาสนามาใช้ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับศาสนาใดๆทั้งสิ้น (spiritual but not religious) ไม่มีพิธีกรรม ไม่ต้องปฏิบัติบูชา แต่งกายตามสบาย ไม่ต้องนุ่งห่มแบบใดแบบหนึ่งเป็นการเฉพาะ ไม่มีการใช้ศัพท์แสงของทางศาสนา ไม่ต้องนอนตื่นเช้าเกินเหตุ (เริ่มกิจวัตร 7.00 น.)ไม่ต้องอดอาหาร แต่อาหารที่มีให้เป็นอาหารแบบมังสะวิรัตเพื่อไม่ให้ร่างกายเปลี้ยล้าจากอาหารเนื้อสัตว์ เนื้อหาสาระที่เรียนเป็นการเรียนทักษะ (ปฏิบัติ) ไม่เน้นเรียนความรู้หรือคอนเซ็พท์ ในแค้มป์จะพูดหรือทำสิ่งเดียวเท่านั้น คือเรื่องที่จะหลุดพ้นไปจากความยึดติดในความเป็นบุคคลไปสู่ความตื่น โดยโฟกัสที่..ที่นี่ เดี๋ยวนี้

  1. การเปลี่ยนแปลงที่ผ่านมา

SR ทำมาแล้ว 26 ครั้ง ถูกเปลี่ยนแปลงเรื่อยมา ขยายเวลาจาก 1 วันเป็น 2 แล้วก็เป็น 3 แล้วก็เป็น 4 วัน รูปแบบก็เปลี่ยนจากการฝึกปฏิบัติแบบหนึ่งต่อหนึ่งมาเป็นการแชร์ประสบการณ์รวมกันเป็นกลุ่ม ซึ่งถูกจำกัดไว้ไม่ให้เกิน 25 คน เนื้อหาเปลี่ยนมาตลอดตามความสามารถรับได้ของผู้เรียน ตารางเรียนก็เปลี่ยนไปตามผู้เรียน หลักคิดพื้นฐานของการฝึกเพื่อหลุดพ้นจากกรงความคิดของตัวเองนี้คือ ให้มองว่าสิ่งที่เราได้มา คือชีวิตนี้ร่างกายนี้ เป็นเหมือนเครื่องยนต์ที่ซับซ้อนมากๆชิ้นหนึ่ง เมื่อเราได้เครื่องยนต์ที่ซับซ้อนมา สมมุติว่าได้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่มาเครื่องหนึ่ง สิ่งแรกที่เราจะทำคือการอ่านคู่มือการใช้งาน (user’s manual) ว่าในการจะใช้งานอุปกรณ์ใหม่ที่ได้มานี้เราจะต้องใช้เครื่องมืออะไรเข้าไปกดไปจิ้มไปหมุนตรงไหนบ้าง SR ก็คือการเรียนรู้ถึงรายละเอียดของคู่มือการใช้งานอุปกรณ์ชิ้นสำคัญคือชีวิตและร่างกายนี้ และทดลองใช้เครื่องมือเหล่านั้น ตัวอย่างเครื่องมือที่ถูกนำมาสอนบ่อยที่สุด เช่น

(1.) Attention หมายถึงความสนใจของเรา ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด เมื่อความสนใจไปจดจ่ออยู่ที่สิ่งใด สิ่งนั้นก็จะมีความสำคัญยิ่งใหญ่ล้นฟ้าขึ้นมาทันที ไฮไลท์ของการใช้เครื่องมือชิ้นนี้คือการถอยความสนใจออกมาจากความคิด

(2.) Breathing หมายถึงลมหายใจหรือการหายใจซึ่งเป็นกลไกพื้นฐานของร่างกาย ตรงนี้เป็นหลักกิโลเมตรที่หนึ่ง มันเป็นจุดพักระหว่างทางที่จะฝึกถอยความสนใจออกมาจากความคิด นอกจากนั้นตัวลมหายใจเองยังเป็นความเชื่อมต่อระหว่างร่างกายซึ่งเป็นเสมือนเนื้อตันๆกับพลังชีวิตซึ่งเป็นเสมือนพลังงานที่หล่อเลี้ยงร่างกายให้ดำรงอยู่ได้ ในแง่นี้ลมหายใจจึงเป็นปากทางที่จะนำความสนใจไปสู่ชีวิตในส่วนที่เป็นพลังงานลึกละเอียดลงไปยิ่งกว่าเนื้อหนังตันๆนี้

(3.) Relaxation การผ่อนคลายร่างกาย อาศัยประสบการณ์ของผมที่สรุปได้ว่าธรรมชาติของความคิดปรากฎเป็นสองขา ขาหนึ่งคือเนื้อหาสาระของความคิด อีกขาหนึ่งปรากฎเป็นอาการบนร่างกาย โดยเมื่อลงมือกระทำบนขาหนึ่ง ก็จะมีผลต่ออีกขาหนึ่ง เช่นเมื่อผ่อนคลายร่างกาย ความคิดก็จะฝ่อลงไป เทคนิคนี้เป็นการใช้ประโยชน์จากวิธีรับรู้ข้อมูลป้อนกลับ (bio-feedback) ที่นิยมใช้ในทางตะวันตกด้วย เพียงแต่ว่าไม่ได้ใช้อุปกรณ์อีเล็คโทรนิกใดๆเข้ามาเกี่ยวข้อง

(4) Life energy หมายถึงพลังชีวิต ที่ภาษาจีนเรียกว่า “ชี่” และภาษาแขกเรียกว่า “ปราณา” ทั้งนี้ผมแบ่งง่ายๆว่าชีวิตนี้เป็นการประกอบกันขึ้นจากสี่ชั้น คือ ร่างกาย พลังชีวิต ความคิด และ ความรู้ตัว พลังชีวิตรับรู้ได้จากอาการบนร่างกาย การเรียนให้รู้จักและเพิ่มพูนพลังชีวิตทำได้โดยฝึกดึงความสนใจออกจากความคิดให้มาอยู่กับความรู้สึกต่างๆบนร่างกายเช่นความรู้สึกวูบๆวาบๆ ซู่ๆซ่าๆ จิ๊ดๆจ๊าดๆ เจ็บๆคันๆ โดยใช้เทคนิคลาดตระเวณความสนใจไปรับรู้ความรู้สึกบนร่างกาย (body scan)

5) Observation หมายถึงการสังเกตสิ่งที่ปรากฎตรงหน้าที่ที่นี่ เดี๋ยวนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสังเกตความคิดของตัวเอง เมื่อถอยความสนใจออกมาจากความคิดหนึ่ง อีกความคิดหนึ่งจะผุดขึ้นมาแทนแบบไม่ขาดสาย เทคนิคที่จะวางความคิดใช้ทั้งวิธีสังเกตดูความคิดจากข้างนอกโดยไม่ไปผสมโรงคิด ให้ความคิดฝ่อไปเอง และทั้งวิธีเฝ้ารอดูการมาของความคิดใหม่

(6.) Alertness หมายถึงเทคนิคการกระตุ้นตัวเองให้ตื่นมารับรู้ปัจจุบันอยู่เสมอ เพราะเมื่อประสบความสำเร็จในการวางความคิดได้ระดับหนึ่งแล้ว เป็นธรรมชาติว่าความง่วงจะเข้ามาครอบครองที่ว่างนั้นแทน การฝึกใช้เทคนิคนี้จะช่วยพาฝ่าข้ามความง่วงไปสู่การตื่นอย่างยิ่ง คือตื่นขึ้นมาในภาวะที่ปลอดความคิด ซึ่งเป็นสภาวะจำเป็นก่อนที่จะฝ่าข้ามอายตนะทั้งหกไปสู่ความรู้ตัวในความว่างได้สำเร็จ

(ุ7.) Concentration ก็คือการจดจ่อให้เกิดสมาธินั่นเอง การเน้นเครื่องมือนี้มากเกิดจากประสบการณ์ของผมเองที่พบว่าเมื่อจดจ่อที่อะไรก็ตามอย่างยิ่งโดยผ่อนคลายไปด้วย นอกจากความคิดจะหมดไปแล้ว สิ่งที่ตั้งใจจดจ่อก็จะหายไปด้วย เหลือแต่ความรู้ตัวในความว่างโดยไม่มีความคิดอะไร ตรงนี้เป็นหลักกิโลเมตรที่สาม ณ ตรงนี้คือการเปิดรับหรือขยายการรับรู้ (perception) ให้กว้างขวางลึกซึ้งโดยไม่ผ่านอายตนะทั้งหก เป็นจุดเปลี่ยนที่จะทำให้ได้เห็นทุกอย่างตามที่มันเป็น

ตลอดสี่วันที่อยู่ด้วยกัน เราจะวนเวียนอยู่กับการฝึกปฏิบัติใช้เครื่องมือเหล่านี้

  1. Spiritual Retreat เหมาะสำหรับใครบ้าง

(1.) ผู้ที่มีความเครียดซึ่งแก้เองไม่ตก และผู้ที่ป่วยเป็นโรคต่างๆที่มีความเครียดเป็นสาเหตุร่วม

(2.) ผู้ที่ต้องการแสวงหาความสงบทางใจ ด้วยการฝ่าข้ามหรือหลุดพ้นไปจากกรงความย้ำคิดของตัวเอง

(3.) ผู้ที่ต้องการค้นหาความหมายของชีวิต ว่ามีอะไรอยู่อีกบ้าง นอกเหนือจากสิ่งเร้าที่รับรู้ได้ผ่านอายตนะทั้งหก และนอกเหนือจากกิจกรรมหลักของชีวิตทั่วไปอันได้แก่การเกิดมา กิน ขับถ่าย สืบพันธุ์ นอน แก่ แล้วตายไป

  1. ตารางกิจกรรม Spiritual Retreat

สถานที่: เวลเนสวีแคร์เซ็นเตอร์ อ.มวกเหล็ก

วันเวลา: (SR27) วันที่ 11-14 กพ. 66 (สี่วันสามคืน)

วันแรก

11.00 – 12.00 น. Learn from previous experience เรียนรู้จากประสบการณ์ของกันและกัน

12.00 – 14.00 น. Lunch break พักกลางวัน ในความเงียบสงบ

14.00 – 15.30 น.

Attention ความสนใจ
Breathing ลมหายใจ
Muscle Relaxation การผ่อนคลายร่างกาย
Feeling & Life energy ความรู้สึกและพลังชีวิต 3,1 Feeling the breath 3.2 Where are my hands 3.3 Body scan การรู้ตัวทั่วพร้อม
Sheaths of life องค์ประกอบของชีวิต

15.30 – 16.00 น. Coffee Break พักผ่อนในความเงียบสงบ

16.00 – 17.00 น. Muscle relaxation through Yoga โยคะภาวนา วางความคิดผ่านการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

17.00 – 18.00 น. เวลาส่วนตัว

18.00 – 19.00 น. Dinner อาหารเย็น

วันที่สอง

07.00 – 08.00 น. Morning routine กิจวัตรยามเช้า (โยคะ+สมาธิ+ชี่กง)

8.00 – 09.30 น. Breakfast รับประทานอาหารเช้า เวลาส่วนตัว

09.30 – 10.45 น.Thought ความคิด (Thought formation กลไกการเกิดความคิด, Identity สำนึกว่าเป็นบุคคล, Compulsive thinking, Thinking a thought การคิด, Aware of a thought การสังเกตความคิด),

10.45-11.15 Break พักผ่อนในความสงบ

11.15 – 12.00 Thought enquiry การสอบสวนความคิด, Though dismissal การทิ้งความคิด, Acceptance การยอมรับยอมแพ้

12.00 – 14.00 น. Lunch break พักกลางวัน ในความเงียบสงบ

14.00 – 15.00 น. Alertness + Pranayama การกระตุ้นตัวเองให้ตื่นและใช้พลังชีวิตทิ้งความคิด

15.00 – 15.30 น. Meditative Concentration การจดจ่ออย่างผ่อนคลาย

15.30 – 16.30 น. Break พักในความเงียบสงบ

16.30-17.30 น. Balance in movement

วันที่สาม

07.00 – 08.00 น. Morning routine กิจวัตรยามเช้า (โยคะ+สมาธิ+ชี่กง)

08.00 – 09.30 น. Breakfast รับประทานอาหารเช้า และเวลาส่วนตัว

09.30 – 10.30 น. Painting to focus on process เขียนภาพลายเส้นและสีน้ำ

10.30 – 11.00 น. Coffee Break พักในความเงียบสงบ

11.00 – 12.00 น. Painting assignment ทำการบ้านเขียนภาพสีน้ำ

12.00 – 14.00 น. Lunch Break พักกลางวัน

14.00 – 15.30 Awareness ความรู้ตัว, Mantra มันตรา, และ Anapanasati อานาปานสติ เทคนิคการปล่อยจิตไปไม่ควบคุม

15.30 – 16.00 น. Break ในความเงียบสงบ ไตร่ตรองสิ่งที่ได้เรียนรู้

16.00 – 17.00 น. Sat Sang สนทนาถามตอบแก้ไขปัญหาการปฏิบัติ

วันที่สี่ (วันสุดท้าย)

06.00 – 08.00 น. Morning routine กิจวัตรยามเช้า (โยคะ+สมาธิ+ชี่กง)

08.00 – 09.30 น. รับประทานอาหารเช้าและทำกิจส่วนตัว

09.30 – 10.30 น. Acceptance การหลุดพ้นด้วยวิธียอมรับยอมแพ้

10.30 – 11.00 น. Coffee Break ในความเงียบสงบ

11.00 – 12.00 น. Satsang: Summary of techniques สรุปเทคนิคการวางความคิด

12.00 – 13.00 น. ปิดแค้มป์ รับประทานอาหารกลางวันแล้วอำลา

ตารางอาจเปลี่ยนได้ตามความขีดความสามารถที่จะรับได้ของผู้เรียน

ค่าใช้จ่ายในการมาเข้าแค้มป์ Spiritual Retreat

คนละ 12,000 บาท ราคานี้รวมอาหารวันละสามมื้อ อาหารว่างวันละสองเบรค ค่าที่พักห้องพักเตียงคู่ห้องละ 2 คน สี่วัน สามคืน ทั้งหมดนี้ไม่รวมค่าเดินทาง ทุกคนต้องเดินทางไปและกลับด้วยค่าใช้จ่ายของตนเอง

  1. จำนวนที่รับเข้าแค้มป์

รับไม่เกิน 24 คน

  1. วิธีลงทะเบียนเข้าแค้มป์

โทรศัพท์ลงทะเบียนกับเวลเนสวีแคร์ หมายเลข 0636394003 หรือไลน์ @wellnesswecare คลิก https://lin.ee/6JvCBsf

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ยาลดน้ำหนักที่ FDA อนุมัติให้ใช้ในปี 2026

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren

การโกนขนอวัยวะเพศ (pubic hair)

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2569 กับ 9 วิธีที่จะรู้ตัว

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว