14 ตุลาคม 2563

โควิด19 สงบแล้ว ทำไมหมอสันต์ไม่เขียนถึงลุงตู่

เรียนคุณหมอสันต์ 

ผมมีความหวั่นไหวกับสถานะการณ์เศรษฐกิจมากจนตัวเองเริ่มจะป่วยเป็นโรคย้ำคิดและซึมเศร้า ผมศึกษาสถานะการณ์ ติดตามตลอด รู้แต่แรกแล้วว่ามันจะมีแต่แย่กับแย่ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเอาเงินที่มีอยู่ออกมาพยุงกิจการเอาไว้ทำให้ต้องเสียเงินเลี้ยงดูพนักงานจนมาถึงจุดที่ผมจะไปต่อไม่ได้แล้ว ผมทำธุรกิจที่ผูกติดกับการท่องเที่ยว ผมจำได้ว่าตอนที่โควิด19ทำท่าจะแย่ลง หมอสันต์เขียนจดหมายถึงลุงตู่ว่าถ้าจะปิดประเทศต้องทำเดี๋ยวนั้น แล้วทุกอย่างก็ตายสนิทอย่างที่เห็น ตอนนี้โควิด19 สงบลงแล้ว คนก็ไม่ตายแล้ว การติดเชื้อเพิ่มใหม่ก็ไม่มี แต่ไม่เห็นมีใครพูดถึงว่าเราจะกลับมาทำมาค้าขายกันได้เหมือนเดิมหรือยัง ทำไมคุณหมอสันต์ไม่เขียนจดหมายถึงลุงตู่อีกครั้งเพื่อกระตุ้นให้ลุงตู่นำพาประเทศกลับเข้าสู่ภาวะปกติเสียที

(ลงชื่อ) .........

........................................................

ตอบครับ

     อามิตตาภะ พุทธะ ก็ในเมื่อหมอสันต์เคยเขียนบอกให้ลุงตู่ปิดประเทศ คราวนี้หมอสันต์ก็ต้องรับผิดชอบเขียนบอกให้ลุงตู่เปิดประเทศสิ หิ..หิ ทำให้ผมนึกถึงนิทานเรื่องไก่โต้งสอนไก่หนุ่มว่าต้องขยันตื่นมาขันทุกเช้า ไม่งั้นตะวันมันจะไม่ขึ้น วันหนึ่งไก่โต้งป่วยลุกขึ้นมาขันไม่ไหว ไก่หนุ่มเองตัวเองก็ยังขันไม่เป็น จึงไปปลุกไก่โต้งว่าลุง..ตื่นขึ้นมาขันเร้ว ไม่งั้นตะวันมันไม่ขึ้นแล้วจะยุ่งกันใหญ่นะ หิ หิ ผมจำไม่ได้แล้วว่านิทานเรื่องนั้นสอนเรื่องอะไร จำได้แต่ว่าไก่จะขันกับตะวันจะขึ้นมันเป็นคนละเรื่องกัน เหมือนหมอสันต์จะเขียนว่าอย่างไรกับลุงตู่จะทำอะไรมันก็เป็นคนละเรื่อง ถึงจะเป็นเรื่องเดียวกัน มันก็เป็นคนละเรื่องเดียวกัน ฉันใดก็ฉันเพล

     มาคุยกันถึงหลักฐานวิทยาศาสตร์ดีกว่าว่าสถานะการณ์โควิด19 ตอนนี้เป็นอย่างไร สงบแล้วอย่างที่คุณสรุปแจ้งมาจริงไหม เพราะหลักฐานวิทยาศาสตร์ตรงนี้คุณอาจจะเอาไปวางแผนธุรกิจของคุณได้ ผมจะเล่าสรุปสถานะการณ์ด้วยกร๊าฟของ WHO ซึ่งสรุปครั้งสุดท้ายเมื่อ 12 ตค. 63 นะ ก่อนจะดูกร๊าฟนี้ต้องเข้าใจการแบ่งกลุ่มประเทศของ WHO ซึ่งเป็นวิธีแบ่งที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนก่อน ไม่งั้นจะงงเต๊ก กล่าวคือเมื่อเรียกว่าอเมริกา หมายความรวมถึงอเมริกาเหนือและใต้ด้วย เมื่อเรียกว่าเอเซียตะวันออกเฉียงใต้เขาหมายความรวมถึงอินเดียด้วย (ไทยก็อยู่ในเข่งนี้) เมื่อเรียกว่า western pacific เขาหมายความกวาดตั้งแต่จีนเกาหลีใต้ (ไม่รวมเกาหลีเหนือนะ) ญี่ปุ่น เวียดนาม ลาว เขมร มาเลย์ ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ โอเค นะ เอาละ คราวนี้มาดูกร๊าฟบรรยายสรุปสถานะการณ์กัน    

..

     เอาในภาพใหญ่ก่อนนะ เส้นสีดำคือจำนวนคนตายซึ่งพุ่งกระฉูดขึ้นเมื่อเดือนมีค. 63 แล้วก็ดูเหมือนจะลดลงไปหน่อยแต่ก็กลับขึ้นมาตายระดับเดิมอีกอย่างต่อเนื่องในช่วงห้าหกเดือนที่ผ่านมาโดยไม่มีทีท่าจะลดเลย ส่วนกราฟสีต่างๆนั้นคือคนติดเชื้อจะเห็นว่าได้เพิ่มจำนวนขึ้นด้วยความชันเดิมแบบม้วนเดียวจบตั้งแต่เดือนมีค. 63 มาจนถึงวันนี้ พูดง่ายๆว่าในระดับโรค โรคโควิด19 กำลังเพิ่มจำนวนอย่างไม่หยุดยั้งในอัตราเพิ่มที่ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าอัตราตายของคนป่วยลดลงเล็กน้อย แต่ป่วยมากขึ้น โหลงโจ้งก็คือยังตายมากเท่าเดิม

     คราวนี้มาเจาะลึกเฉพาะเขต ในบรรดาเขตหรือทวีปที่แบ่งตาม WHO นี้ เขตที่ว่าโรคสงบแล้วอย่างแท้จริงมีอยู่ที่เดียวคืออัฟริกา ซึ่งเผอิญไม่ได้ค้าขายหรือมีผลประโยชน์ดองอะไรกับไทยเราสักเท่าไหร่ ส่วนเขตอื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งยุโรป อเมริกา และเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (รวมอินเดีย) นั้นโรคกำลังโตอย่างระเบิดเถิดเทิงไม่มีทีท่าว่าจะหยุด จะมีเบาหน่อยก็ย่าน western pacific คือจีนญี่ปุ่นไล่ไปถึงออสเตรเลีย แต่โรคก็ยังไม่สงบ ยังกรุ่นอยู่เพราะในประเทศเหล่านี้หลังจากกรณีหวู่ฮั่นแล้ว โรคยังไม่มีโอกาสได้แพร่กระจายอย่างเป็นเนื้อเป็นหนังเลยหลัง ถ้าเผลอเมื่อไหร่ก็พลั้วะ..ตะลุ่ง ตุ้ง ฉ่าง

     เห็นภาพอย่างนี้แล้วคุณซึ่งทำมาหากินอยู่กับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก คุณจะไปหากินกับคนจากประเทศไหนละครับ นอกจากคนจากอัฟริกา

     แล้วหากโฟกัสที่สามเขตที่โรคกำลังขยายตัวอย่างระเบิดระเบ้อ คืออเมริกาสีเหลือง ยุโรปสีเขียว และเอเซียตะวันออกเฉียงไต้สีม่วง สีม่วงนั่นแหละคือเอเซียตะวันออกเฉียบใต้ซึ่งตามแบบการนับของ WHO ก็รวมไทย ขนาบบนด้วยอินเดีย ขนาบล่างด้วยอินโดนีเซีย พี่ไทยเราอยู่ตรงกลาง จากอินเดีย ลงพม่าก็มาถึงไทย จากอินโดขึ้นมาเลย์ก็เข้าหาดใหญ่ อย่างนี้เขาไม่เรียกโรคสงบนะครับ เขาเรียกว่าโรคจับไข่สั่น คือสั่นด้วยความกล้วว่าเมื่อไหร่ไทยจะ..พลั้วะ ตะลุ่ง ตุ้ง ฉ่าง

     เออ คุณรู้อย่างนี้แล้วหากตัวคุณเองเป็นลุงตู่คุณจะทำอย่างไรละครับ หิ หิ 

     คุณจำบทความที่ผมเขียนฉบับแรกได้ไหม ว่าถ้าเรา lockdown ประเทศ หมายถึงว่าเราเลือกยุทธศาสตร์กดโรค (suppression) เราจะต้องปิดประเทศจนวัคซีนมา ซึ่งผมก็บอกเวลาไปตามข้อมูลที่มีอยู่ตอนนั้นแล้วว่า 18 เดือนเป็นอย่างเร็ว (นับจากมีค. 63) บังเอิญการรบในสมรภูมิโควิด19 นี้ยุทธศาตร์จะเปลี่ยนกลางคันไม่ได้เสียด้วยจนกว่าจะเห็นดำเห็นแดงกันเสียก่อน เพราะถ้าเปลี่ยนก็จะโดนอัดแบนทั้งสองด้าน ด้านหนึ่งโดยการป่วยและตายของผู้คน อีกด้านหนึ่งโดยประชาทัณฑ์  

     ดังนั้นสำหรับโรคโควิด19 ณ วันนี้ คำแนะนำของผมที่จะให้แก่คุณมีอย่างเดียว คือนั่งจับไข่สั่นรอไปก่อนจนกระทั่งวัคซีนมา ถ้าวัคซีนมาไม่ได้ในเวลาอันสมควร คือ 18 เดือน ถึงตอนนั้นเราค่อยมาคิดว่าจะเปลี่ยนยุทธศาสตร์จากการกดโรคไปเป็นการยั้งโรค (mitigation) คือค่อยๆปล่อยให้โรคระบาดให้คนป่วยและตายแต่พองามพอให้ระบบการแพทย์รับมือได้ไปจนกว่าโรคมันสะใจแล้วสงบลงไปเอง จะต้องทำอย่างนั้นหรือไม่ นั่นเป็นเรื่องอนาคต เอาไว้ให้ครบ 18 เดือนแล้ววัคซีนมาไม่ได้ก่อน ถึงตอนนั้นผมรับปากกับคุณว่าจะเขียนจดหมายหาลุงตู่อีกหน

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม

1. WHO. Weekly Epidemiological Update: Coronavirus disease 2019 (COVID-19) 12 October 2020. Accessed on 14 Oct 2020 at https://www.who.int/docs/default-source/coronaviruse/situation-reports/20201012-weekly-epi-update-9.pdf