วิธีคุมกำเนิดแบบไหนได้ผล แบบไหนไม่ได้ผล

องค์การอาหารและยาสหรัฐฯได้ทำวิจัยและสรุปผลเปรียบเทียบประสิทธิภาพของวิธีคุมกำเนิดแบบต่างๆ เป็น % ของผู้หญิงที่ใช้วิธีนั้นครบ 1 ปีโดยไม่ตั้งครรภ์ ดังนี้


วิธีคุมกำเนิด = ....% ไม่ท้อง

1. ไม่มีเซ็กซ์เลย = 100%

2. ทำหมันหญิง = >99%(ถาวร)

3. ทำหมันชาย = >99%(ถาวร)

4. ใส่ห่วงคุมกำเนิด (IUD)= >99% (ให้แพทย์ใส่ค่าไว้ในมดลูก เอาออกได้เมื่อต้องการ)

5. แท่งฮอร์โมนคุมกำเนิดฝังใต้ผิวหนัง (Implantable rod) = >99%(ให้แพทย์ฉีดเข้าไปใต้ผิวหนังทีเดียวอยู่ได้ 3 ปี)

6. ฝังขดลวดทำหมันถาวรไว้ที่ปีกมดลูก (Sterilization implant) = >99% (แพทย์ใช้เครื่องมือผ่านเข้าไปทำทางช่องคลอด)

7. ยาฉีดคุมกำเนิด = >99% (ฉีดสามเดือนครั้ง)

8. ยาเม็ดคุมกำเนิด = >95% กินทุกวัน

9. แผ่นแปะผิวหนังคุมกำเนิด (The Patch) = 95% (แปะไว้สามสัปดาห์แล้วเอาออกหนึ่งสัปดาห์)

10. วงแหวนชุบฮอร์โมนใส่ในช่องคลอด (Vaginal contraceptive ring) = 95% (ใส่คาไว้สามสัปดาห์แล้วเอาออกหนึ่งสัปดาห์)

11. ถุงยางอนามัยสำหรับชาย = 84-89 % (ใช้ป้องกันเอดส์ได้ด้วย)

12. แผ่นไดอาแฟรมครอบปากมดลูก ใช้ร่วมกับยาฆ่าอสุจิ = 85% (ถ้าทิ้งคาไว้เกิน 24 ชม. จะเกิดช็อกจากพิษได้ (toxic shock syndrome)

13. ยาคุมฉุกเฉิน = 75-85% (เม็ดแรกกินภายใน 72 ชม.หลังมีเซ็กซ์ เม็ดที่สองกินหล้งเม็ดแรก 12 ชม.)

14. ถุงยางอนามัยสำหรับหญิง = 80% (ป้องกันเอดส์ได้ไม่ดีเท่าถุงยางชาย)

15. ฟองน้ำแช่น้ำยาฆ่าอสุจิ = 68-84% (ถ้าทิ้งคาไว้เกิน 30 ชม. จะเกิดช็อกจากพิษได้ (toxic shock syndrome)

16. ครีมฆ่าอสุจิ = 70%

17. มีเซ็กซ์แต่ไม่คุมเลย = 15%

อนึ่ง ก่อนเลือกวิธีคุมกำเนิด ควรคำนึงถึงประเด็นต่อไปนี้

• สุขภาพทั่วไป บางวิธีทำให้แพ้ง่าย

• มีเซ็กซ์บ่อยแค่ไหน บางวิธีถาวร บางวิธีชั่วคราว

• มีคู่นอนกี่คน วิธีอื่นนอกจากถุงยางอนามัยชาย ป้องกันเอดส์ไม่ได้

• ยังคิดจะมีลูกในอนาคตหรือเปล่า บางวิธีเช่นยาฉีดคุมกำเนิดหากใช้นานไปอาจมีลูกยาก แม้อยากจะมี

• บางวิธีต้องพึ่งหมอทำให้ บางวิธีทำเองได้

• % ที่วิธีนั้นป้องกันการตั้งครรภ์ได้ บางวิธีเช่นยาคุมฉุกเฉินดูเหมือนง่าย แต่ % ป้องกันได้ต่ำ

ต้องบอกหมอเรื่องต่อไปนี้ด้วย

• ถ้าสูบบุหรี่ เพราะวิธีที่ใช้ฮอร์โมนไม่เหมาะกับคนสูบบุหรี่

• ถ้าเป็นโรคตับ เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนไม่เหมาะกับคนเป็นโรคตับ

• ถ้ามีปัญหาเลือดแข็งตัวง่าย เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนมีปัญหากับการแข็งตัวของเลือด

• ถ้าคนในครอบครัวมีปัญหาเลือดแข็งตัวง่าย

• กินยาอย่างอื่นอยู่ เพราะยาหลายชนิดตีกับยาคุมกำเนิดได้

• กินสมุนไพร เช่น ยาสตรี หรือ St. Johns Wort เพราะสมุนไพรหลายตัวให้สาร phytoestrogen และสารอื่นๆซึ่งเสริมฤทธิ์ฮอร์โมนที่ใช้คุมกำเนิดได้


นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์


บรรณานุกรม

1. US Food and Drug Administration Birth Control Guide 2010. Accessed on September 7, 2010 at http://www.fda.gov/ForConsumers/ByAudience/ForWomen/ucm118465.htm

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ยาลดน้ำหนักที่ FDA อนุมัติให้ใช้ในปี 2026

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren

การโกนขนอวัยวะเพศ (pubic hair)

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2569 กับ 9 วิธีที่จะรู้ตัว

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว