อย่ากลัวความแก่เลย หันมาแก่อย่างเท่ๆ (age gracefully) กันดีกว่า

สถานีรถไฟบ้านปิน อ.ลอง จ.แพร่

เรียนคุณหมอสันต์

    ดิฉันอายุ 81 ปี มีปัญหาขี้หลงขี้ลืม หมอที่คลินิกชลอวัยแนะนำให้ดิฉันถ่ายเอาน้ำเลือดของหลานซึ่งเป็นคนหนุ่มแข็งแรงเข้ามาใส่ตัวเองเพื่อรักษาโรคสมองเสื่อมและชลอความแก่ หมอยืนยันว่ามีงานวิจัยมากพอแล้วที่จะสรุปว่ามันได้ผลดีมาก ดิฉันอยากรบกวนถามคุณหมอสันต์ว่าควรจะไปฉีดตามเขาแนะนำไหม

ขอบพระคุณมากค่ะ

.....................................................

ตอบครับ

    1. ถามว่าการฉีดน้ำเลือด (plasma) ของคนหนุ่มคนสาวเข้าไปในร่างกายของคนแก่ หรือที่เรียกว่า young blood transfusion จะทำให้คนแก่หายขี้หลงขี้ลืมกลับเป็นหนุ่มเป็นสาวขึ้นจริงไหม ตอบว่าความเชื่อเช่นนี้มาจากงานวิจัยในหนูทดลอง แต่ไม่เคยมีงานวิจัยในคนเลย เผอิญบล็อกของหมอสันต์เข้มงวดเรื่องการจัดชั้นหลักฐานวิจัย จึงจะไม่ยอมอ้างถึงงานวิจัยในห้องทดลองหรือในสัตว์ทดลองเพื่อแนะนำให้ผู้อ่านทำอย่างนั้นอย่างนี้เด็ดขาด เพราะงานวิจัยในสัตว์ทดลองเป็นหลักฐานระดับต่ำ ยังเอามาใช้ในคนไม่ได้ ต้องรอให้มีงานวิจัยในคนก่อน จึงจะแนะนำให้เอามาใช้ในคนได้

    2. ถามว่าอายุ 81 แล้วหมอแนะนำให้ถ่ายเลือดหลานเพื่อชุบชีวิตให้เป็นสาวขึ้นมาใหม่และรักษาโรคขี้หลงขี้ลืมควรทำไหม ตอบว่าคุณพี่อายุ 81 แล้ว อยากทำอะไรก็ทำไปเถิดครับ หิ หิ แบบว่า

    "..ทำไร้ถ่ำเทิ้ดอย่าเปิ๊ดผ้า 

    ทำไร้ไม่ว่า..ผ้าอย่าเปิ๊ด..ด"

    ขอโทษ นอกเรื่อง เอาเป็นว่าเอาแบบที่คุณพี่ชอบละกัน ส่วนหลักฐานทางการแพทย์นั้นยังไม่มีพอที่จะเอามายืนยันให้คุณพี่ว่าควรทำหรือไม่ควรทำครับ

    3. ข้อนี้คุณพี่ไม่ได้ถามแต่ผมแถมให้ ถือว่าหมอสันต์พูดกับแฟนบล็อกทุกท่านซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นผู้สูงวัย ว่าอย่าไปมัวแต่กลัวความแก่กันอยู่เลย อย่าไปเสียเวลาในชีวิตที่เหลืออยู่น้อยนิดไปกับความกังวลหรือวิ่งหาตราประทับจากคนอื่นว่าเรายังไม่แก่ หมอสันต์ไม่เห็นด้วยเลยกับความพยายามร้อยแปดโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ทำให้ตัวเองต้องเจ็บตัวไม่ว่าจะเป็นการฉีด ดึง รั้ง ตัด ให้ตัวเองดูหนุ่มสาวขึ้นในสายตาของคนอื่น หมอสันต์ไม่เชื่อหรอกว่าถ้าหน้าเราเด้งขึ้นหรือเหนียงเรายานน้อยลงแล้วคนอื่นเขาจะรักเรามากขึ้น ผมมีความเห็นว่าทำไมเราไม่แก่อย่างเป็นธรรมชาติและเป็นตัวของตัวเรา 

    สำหรับผม ความแก่มันหมายถึง 

    (1)  Let go คือ การปล่อยวาง 

    (2) Accepting คือ การยอมรับ 

    (3) Authenticity คือ การเป็นตัวของตัวเอง หรือการที่เราเป็นเรา ทำอะไรที่เราชอบด้วยสองมือเรา โดยถ้าจะมีผลดีตกแก่โลกหรือแก่คนอื่นนั้นถือเป็นผลพลอยได้ มันไม่ใช่สำคัญที่จะต้องทำให้คนอื่นได้ดีให้ได้ มันสำคัญที่เราเป็นตัวของเราเอง 

    (4) Living artfully คือ การใช้ชีวิตอย่างมีศิลปะ มองเห็นสุนทรียะหรือความสวยสดงดงามที่ผ่านเข้ามาในแต่ละโมเมนต์ของชีวิต  

    ส่วนการที่คนอื่นเขาจะมองเราว่าเราแก่แล้วหรือยัง เหนียงยานแล้วหรือยัง มันเป็นเรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเรา อย่าไปเสียเวลากับเขาเลย

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

แจ้งข่าวด่วน หมอสันต์ตัวปลอมกำลังระบาดหนัก

ทะเลาะกันเรื่องฝุ่น PM 2.5 บ้าจี้ เพ้อเจ้อ หรือว่าไม่รับผิดชอบ

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

เจ็ดใครหนอ

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

เลิกเสียทีได้ไหม ชีวิตที่ต้องมีอะไรมาจ่อคิวต่อรอให้ทำอยู่ตลอดเวลา

ไปเที่ยวเมืองจีนขึ้นที่สูงแล้วกลับมาป่วยยาว (โรค HAPE)

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)