ฟาวิพิราเวียร์ - ไอเวอร์เมคติน - ฟ้าทลายโจร ยังไม่มีข่าวดีจากสามสหายวัฒนะ

(last updated, Aug10, 2021)

ฟาวิพิราเวียร์, ไอเวอร์เมคติน และฟ้าทลายโจร เป็นสามสหายวัฒนะ ที่อาจมาช่วยผู้ป่วยโควิดได้ ลองมาประเมินข้อมูลวิทยาศาสตร์นับถึงวันนี้ก่อนนะ ว่าแต่ละสหายมีศักยภาพประมาณไหน

  1. ฟาวิพิราเวียร์ไม่ช่วยให้ไวรัสหมดจากตัวเร็วขึ้น ไม่ช่วยให้ใช้ออกซิเจนน้อยลง ไม่ช่วยให้เข้าไอซียูน้อยลง ไม่ช่วยลดการตาย

งานวิจัยรวบรวมผลการวิจัยแบบสุ่มตัวอย่างแบ่งกลุ่มเปรียบเทียบ (meta-analysis of RCT)[1] เพื่อประเมินผลของการใช้ฟาวิพิราเวียร์รักษาโรคโควิด19 เทียบกับยาหลอกรวมทั้งสิ้น 9 งานวิจัย โดยใช้ตัวชี้วัดสำคัญ 5 ตัว ได้ผลดังนี้

  1. การขจัดเชื้อหมดจากตัว (viral clearance) ใน 14 วัน พบว่าฟาวิพิราเวียร์ได้ผลไม่แตกต่างจากยาหลอก (p=0.094)
  2. การต้องใช้ออกซิเจนมากหรือน้อย พบว่าฟาวิพิราเวียร์ได้ผลไม่แตกต่างจากยาหลอก (p=0.ุุ664)
  3. อัตราการต้องเข้ารักษาในไอซียู. พบว่าฟาวิพิราเวียร์ได้ผลไม่แตกต่างจากยาหลอก
  4. อัตราตายในผู้ป่วยระดับเบาและหนักปานกลาง พบว่าพบว่าฟาวิพิราเวียร์ได้ผลไม่แตกต่างจากยาหลอก
  5. การมีอาการดีขึ้นเมื่ออยู่รพ.ครบ 7 วัน พบว่าพบว่าฟาวิพิราเวียร์ได้ผลดีกว่ายาหลอก (p=0.001)

กล่าวโดยสรุป นับถึงวันนี้ ฟาวิพิราเวียร์ช่วยได้แค่บรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้มากกว่ายาหลอก แต่ในเรื่องซีเรียสอื่นๆที่เราอยากให้ยาช่วย เช่น การขจัดเชื้อให้หมดจากตัว การต้องเข้าไอซียู. และการตาย นั้น ฟาวิพิราเวียร์ช่วยอะไรได้ไม่มากกว่ายาหลอกอย่างมีนัยสำคัญเลย ข้อมูลนี้ไม่ได้ต่างจากยาต้านไวรัสตัวอื่น รวมทั้ง remdesivir ซึ่งไม่มีหลักฐานสนับสนุนว่าช่วยอะไรอย่างอื่นได้นอกจากลดเวลาที่มีอาการป่วยลงได้บ้างเช่นกัน

2. ไอเวอร์เมคติน เสียรูปมวยไปกับงานวิจัยปลอม และข้อมูลรวมล่าสุดยังไม่เห็นประโยชน์ที่ชัดเจน

ยา ivermectin มีความร้อนแรงมากในเวทีโลก แต่ไม่ร้อนแรงในเวทีเมืองไทย เพราะในเวทีเมืองไทย ivermectin เป็นยารักษาสัตว์ แถมในอดีตยังเคยถูกขึ้นทะเบียนเป็นยากำพร้าเพื่อรักษาพยาธิ stongyloides ในคน ความเป็นกำพร้าจะติดตัวยานี้ไปตลอดชีพ การจะเอายานี้มาขึ้นทะเบียนใหม่เป็นยารักษาคนในเรื่องอื่น อย่าว่าแต่เรื่องรักษาโควิดเลย ชั้นแค่จะเอามารักษาหิดเห็บเหาไรโลนก็ไม่ได้แล้ว (แต่พวกหมอก็ใช้กันอยู่แบบผิดกฎหมาย โดยเรียกว่าเป็นการใช้แบบ off label) การจะเปลี่ยนขึ้นทะเบียนใหม่ต้องเลิกสิทธิพิเศษของความเป็นยากำพร้า ซึ่งไม่มีบริษัทยาไหนมีกึ๋นจะทำได้เนื่องจากกระบวนการขั้นตอนมันมาก…ส์ มีตัวเอสต่อท้ายด้วยนะ..โปรดสังเกต ผู้ค้ายาในประเทศไทยทั้งยี่ปั๊วซาปั๊วและนายหน้ากินเปอร์เซ็นต์จึงไม่มีใครสนใจ ivermectin เพราะเมื่อค้าขายไม่ได้แล้วจะสนใจไปทำไม ivermectin ในเมืองไทยจึงไม่ฮ็อท

แต่ในต่างประเทศ ivermectin เป็นยารักษาโควิดที่สุดฮ็อท มีงานวิจัยใช้ยานี้รักษาโควิดออกมาเยอะแยะแป๊ะตราไก่ บ้างก็สรุปว่าได้ผล บ้างก็สรุปว่าไม่ได้ผล แต่ยานี้มาเสียรูปมวยอย่างจังเกือบถูกน้อคเอ้าท์เมื่องานวิจัยเชิงระบาดวิทยาขนาดใหญ่ที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ ivermectin กับการลดอัตราตายได้อย่างน่าทึ่งซึ่งเป็นต้นฉบับก่อนพิมพ์ [2]ถูกเปิดโปงว่าเป็นงานวิจัยปลอมที่ใช้คนไข้ปลอมจากฐานข้อมูลปลอมของบริษัท Surgisphere ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทนี้ก็คุ้กงานข้อมูลปลอมเรื่องการใช้ยาคลอโรควินรักษาโควิดไปตีพิมพ์ในวารสาร New England Journal มาแล้ว (งานวิจัยนั้นถูกเพิกถอนจากวารสารไปแล้ว) จุดประสงค์ของการปลอมก็เพื่อขายยานั่นแหละ..เวร คำเดียวเลยจริงๆ

อย่างไรก็ตามท่ามกลางเรื่องปลอมบ้าง เรื่องจริงบ้าง การใช้ ivermectin ทั่วโลกก็ยังอยู่ในระดับฮ็อทไม่เสื่อมคลาย มีงานวิจัยออกมาเป็นระยะๆ ซึ่งงานวิจัยแบบเมตาอานาไลซีสของหอสมุดโค้กเรนได้รวบรวมและแปลผลไว้เป็นอย่างดีสรุปได้ความว่ามีงานวิจัยทั้หมด 14 งาน จำนวนคนไข้รวม 1,678 คน เทียบสองกลุ่มระหว่าง ivermectin กับยาหลอก สรุปว่ายังไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่าง ivermectin กับยาหลอกในประเด็น (1) อัตราตาย (2) การขจัดเชื้อจากร่างกายหลัง 7 วัน (3) การต้องใช้เครื่องช่วยหายใจหรือออกซิเจน (4) จำนวนวันที่ต้องนอนในรพ. และ(5) การใช้ยานี้ป้องกันโรคโควิด

และผู้วิจัยสรุปว่าหลักฐานปัจจุบันยังไม่มากพอที่จะสนับสนุนให้ใช้ ivermectin รักษาผู้ป่วยโควิดในคนหากจะใช้มาตรฐานปัจจุบันที่จะยอมรับงานวิจัยระดับ RCT ที่เห็นความแตกต่างกันชัดเจนเท่านั้น (ขณะนี้มีงานวิจัยใหม่เรื่อง ivermectin กำลังทำอยู่ทั่วโลกราว 31 รายการ)

ในเมืองไทยนี้ผมทราบมาอย่างไม่เป็นทางการว่าที่ศิริราชได้ทำวิจัยในผู้ป่วยไปแล้ว 120 คนและได้ผลว่าไม่มีความแตกต่างระหว่าง ivermectin กับยาหลอก ขณะนี้ทางศิริราชกำลังขยายกลุ่มตัวอย่างของการวิจัยไปเป็น 1,000 คน คาดว่าน่าจะได้คำตอบเพื่อเป็นแนวทางการใช้ ivermectin ให้กับแพทย์ไทยในอนาคตอันไม่ไกลนี้

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้วันหนึ่งข้างหน้า ivermectin จะมีหลักฐานสนับสนุนว่าใช้รักษาโควิด19 ได้ดี แต่หมอสันต์เอาปูนหมายหัวไว้ล่วงหน้าได้เลยว่าอย่างไรเสียยา ivermectin ก็จะไม่รุ่งในเมืองไทย ด้วยเหตุผลหลักคือความเป็นยากำพร้าทำให้ทำมาค้าขายไม่ได้ไม่ว่าบนดินหรือใต้ดิน เมื่อพ่อค้าไม่ยุ่ง มันก็ไม่รุ่ง สัจธรรมเรื่องการค้าขายก็มีแค่นี้

3. ฟ้าทะลายโจร ดี..แต่ยังไม่มีผลวิจัยระดับ RCT ที่มีขนาดกลุ่มใหญ่พอ

เมื่อมีโรคโควิด19 มา ได้มีการทำวิจัยในห้องทดลองที่ไต้หวันและในเมืองไทย แล้วสรุปผลได้ตรงกันว่าฟ้าทะลายโจรระงับยับยั้งเชื้อไวรัสซาร์สโควี2ซึ่งเป็นเชื้อต้นเหตุของโรคโควิด19ทั้งนอกเซลและในเซลได้ ต่อมาก็ได้มีการทดลองใช้ฟ้าทะลายโจรรักษาโรคโควิด19 ในคนกลุ่มเล็ก (case series) ซึ่งสรุปผลได้ว่าฟ้าทะลายโจรในขนาดที่ใช้ (180 มก.ของแอนโดรกราฟโฟไลด์ต่อวันนาน 5 วัน) สัมพันธ์กับการที่ไวรัสลดจำนวนลงและหมดไปจากตัว (viral shedding) ได้ โดยที่ไม่มีผลข้างเคียงที่มีนัยสำคัญ

ในระยะนั้นเผอิญเกิดการระบาดของโควิดในเรือนจำซึ่งมีการใช้ฟ้าทลายโจรรักษา ทำให้เกิดข้อมูลเชิงระบาดวิทยาจากกรณีนั้นขึ้นมาว่ามีผู้ต้องขังติดเชื้อสะสมรวม 37,656 คน หายป่วยสะสม 35,472 ราย (94.2%) ตายสะสม 47 ราย (0.1%) ซึ่งเมื่อเปรียบกับข้อมูลระดับประเทศซึ่งมีอัตราตายสะสม 0.8% แล้วก็พบว่าในเรือนจำซึ่งมีการใช้ฟ้าทลายโจรมีอัตราตายต่ำกว่าทั่วประเทศซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ฟ้าทลายโจรถึง 8 เท่า 

ต่อมาพัฒนาการทางวิชาการในเรื่องนี้ก็แยกกันทำไปสองทาง ทางหนึ่งคือได้มีการทำวิจัยแบบย้อนหลังตามดู (retrospective cohort study) กลุ่มคนไข้โควิด19 ที่ได้รับการรักษาต่างกันสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งใช้ฟ้าทลายโจร 309 คน อีกกลุ่มหนึ่งไม่ได้ใช้ฟ้าทลายโจร 526 คน แล้วพบว่ากลุ่มที่ได้ฟ้าทลายโจรเป็นปอดบวม 3 คน (0.9%) กลุ่มที่ไม่ได้ฟ้าทลายโจรเป็นปอดบวม 77 คน (14.64%) ซึ่งเป็นความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.001) งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในรูปของรายงานสรุป (short communication) ในวารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

อีกด้านหนึ่งก็มีการทำวิจัยการใช้ฟ้าทลายโจรรักษาโควิด19 ในรูปของการวิจัยแบบสุ่มตัวอย่างแบ่งกลุ่มเปรียบเทียบ (RCT) รายละเอียดของงานวิจัยมีอยู่ว่าผู้วิจัยได้ใช้ผู้ป่วย 57 คน สุ่มตัวอย่างแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่ง 29 คน ให้กินฟ้าทะลายโจรซึ่งมีเนื้อยาแอนโดรกราฟโฟไลด์ 180 มก.ต่อวันกินนาน 5 วัน อีกกลุ่มหนึ่ง 28 คน ให้กินยาหลอก โดยใช้การเกิดปอดอักเสบ (pneumonia) เป็นตัวชี้วัด พบว่ากลุ่มที่กินยาหลอกเกิดปอดอักเสบ 3 คน (10.7%) ขณะที่กลุ่มที่กินฟ้าทะลายโจรไม่เกิดปอดอักเสบเลย (0 คน) แต่น่าเสียดายที่กลุ่มตัวอย่างเล็กไปหน่อย คงต้องรองานวิจัยใหม่ที่มีขนาดกลุ่มตัวอย่างใหญ่กว่านี้ คือใหญ่พอที่เห็นความแตกต่างของผลการรักษาได้ชัดเจนกว่านี้

บทสรุป

ยังไม่มีข่าวดีจากสามสหายวัฒนะ ทั้งฟาวิพิราเวียร์ ไอเวอร์เมคติน และฟ้าทลายโจร ดังนั้น อนาคตของการรักษาโควิดจะเป็นฉันใด ม่าย..ย รู้

สำหรับแพทย์ ตัวหมอสันต์มีความเห็นว่าช่องทางที่เราในฐานะแพทย์ไทยจะสร้างประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ได้ก็คือการเร่งช่วยกันทำให้งานวิจัยระดับ RCT ที่ใช้ยาทั้งสามตัวนี้รักษาคนไทยให้เกิดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์แบบนักวิทยาศาสตร์กันดีกว่า พวกเราจะไปเสียเวลา จะไปให้ราคา หรือจะไปเต้นตามการเมืองและการค้าที่อยู่เบื้องหลังการแสวงประโยชน์จากทุกแง่ทุกมุมของการเจ็บป่วยครั้งใหญ่ของผู้คนในครั้งนี้ไปทำไม พวกเขาจะทำอะไรก็ช่างพวกเขาเถอะเพราะมันเรื่องของเขา แต่พวกเราซึ่งเป็นแพทย์ เรามาหาทางรักษาคนไข้ของเราให้หายกันดีกว่า เพราะเรามาเรียนแพทย์ก็เพราะเราอยากช่วยคนไข้ของเราให้หายไม่ใช่หรือ

สำหรับคนทั่วไป ณ วันนี้ยาทั้งสามตัวนี้ (ฟาวิพิราเวียร์ ไอเวอร์เมคติน และฟ้าทลายโจร) ยังเป็นความหวังอยู่ทั้งสามตัว แต่เนื่องจากไอเวอร์เมคตินนั้นยังใช้ไม่ได้เพราะผิดกฎหมาย ส่วนฟาวิพิราเวียร์นั้นต้องมีใบสั่งแพทย์ จึงเหลือฟ้าทะลายโจรตัวเดียวที่ชาวบ้านเข้าถึงได้ง่าย ราคาถูก และมีความปลอดภัย ผมจึงแนะนำว่าขณะที่รอผลวิจัยที่ชัดเจนกว่านี้ หากมีอะไรจะเป็นภัยถึงตัว ผมหมายถึงไปสัมผัสโรคโควิดมาหรือมีอาการคล้ายจะติดโรคโควิดขึ้นมา ให้รีบลงมือใช้ฟ้าทะลายโจรรักษาตัวเองไปก่อน จนกว่าเราจะมีข้อมูลที่ชัดเจนกว่านี้ ส่วนคำขู่ผลข้างเคียงของฟ้าทลายโจรเช่นว่าจะทำให้ตับพัง จะทำให้ไตพัง จะทำให้ความดันเลือดตกวูบวาบ จะทำให้เป็นอัมพาต จะทำให้เลือดแข็งตัวช้า หรือจะทำให้เลือดแข็งตัวเร็ว ทั้งหมดนั้นไม่มีหลักฐานวิทยาศาสตร์รองรับเลยว่าจะเกิดเรื่องอย่างนั้นขึ้นจริงๆในคน เพราะในบรรดางานวิจัยที่ใช้ฟ้าทลายโจรรักษาโรคในคนที่ตีพิมพ์แล้วประมาณ 33 งาน ไม่มีงานวิจัยไหนพบภาวะแทรกซ้อนรุนแรงดังกล่าวเลยแม้แต่รายงานเดียว ดังนั้นถ้ามีแพทย์หรือนักวิจัยท่านใดพบเห็นรายงานผลแทรกซ้อนรุนแรงของฟ้าทลายโจรในคนก็ช่วยบอกเอกสารอ้างอิงให้หมอสันต์ทราบเอาบุญด้วย ผมจะได้ช่วยอ่านประเมินในรายละเอียดแล้วช่วยเผยแพร่ให้อย่างเป็นกิจลักษณะ ดีกว่าจะเที่ยวขู่ชาวบ้านแบบลมๆแล้งๆซึ่งจะมีผลให้สาธารณชนเกิดความกลัวสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง ซึ่งไม่มีแง่มุมสร้างสรรค์ใดๆเลย

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม

  1. Hassanipour S, Arab-Zozani M, Amani B, Heidarzad F, Fathalipour M, Martinez-de-Hoyo R. The efficacy and safety of Favipiravir in treatment of COVID-19: a systematic review and meta-analysis of clinical trials. Sci Rep. 2021 May 26;11(1):11022. doi: 10.1038/s41598-021-90551-6.
  2. WHO Solidarity Trial Consortium. Repurposed Antiviral Drugs for Covid-19 — Interim WHO Solidarity Trial Results. N Engl J Med 2021; 384:497-511 DOI: 10.1056/NEJMoa2023184
  3. Popp M, Stegemann M, Metzendorf M-I, Gould S, Kranke P, Meybohm P, Skoetz N, Weibel S. Ivermectin for preventing and treating COVID-19. Cochrane Database of Systematic Reviews 2021, Issue 7. Art. No.: CD015017. DOI: 10.1002/14651858.CD015017.pub2.
  4. Shi TZ, Huang YL, Chen CC, Pi WC, Hsu YL, Lo LC, Chen WY, Fu SL, Lin CH. Andrographolide and its fluorescent derivative inhibit the main proteases of 2019-nCoV and SARS-CoV through covalent linkage. Biochem Biophys Res Commun. 2020;533(3):67–473.
  5. Khanit Sa-ngiamsuntorn, Ampa Suksatu et al. Anti-SARS-CoV-2 Activity of Andrographis paniculata Extract and Its Major Component Andrographolide in Human Lung Epithelial Cells and Cytotoxicity Evaluation in Major Organ Cell Representatives. Nat. Prod. 2021, 84, 4, 1261–1270. https://doi.org/10.1021/acs.jnatprod.0c01324
  6. Benjaponpithak A, Visithanon K. et al. Short Communication on Use of Andrographis Herb (FA THALAI CHON) for the Treatment of COVID-19 Patients. Journal of Thai Traditional and Alternative Medicine 2021:19(f Andrographis Herb (FA THALAI CHON) for the Treatment of COVID-19 P1);229-233
  7. Efficacy and safety of Andrographis paniculata extract in patients with mild COVID-19: A randomized controlled trial. Kulthanit Wanaratna, Pornvimol Leethong, Nitapha Inchai, Wararath Chueawiang, Pantitra Sriraksa, Anutida Tabmee, Sayomporn Sirinavinmed. Rxiv 2021.07.08.21259912; doi: https://doi.org/10.1101/2021.07.08.21259912

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ยาลดน้ำหนักที่ FDA อนุมัติให้ใช้ในปี 2026

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren

การโกนขนอวัยวะเพศ (pubic hair)

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2569 กับ 9 วิธีที่จะรู้ตัว

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว