ความชื้นสัมพัทธ์ของร้านอาหารติดแอร์กับการควบคุมการแพร่กระจายไวรัสโควิด

เรียนคุณหมอสันต์

ทำร้านอาหารอยู่ค่ะ ตอนนี้จะได้ไฟเขียวกลับมาเปิดใหม่แล้วแต่หนูก็ยังกริ่งเกรงปัญหา เพราะยังถกเถียงกันว่าโควิดมาตามอากาศได้หรือเปล่า หนูจึงต้องรอบคอบไว้ก่อน เพราะร้านของหนูเป็นร้านติดแอร์ จะปิดแอร์เปิดประตูก็คงเป็นไปไม่ได้เพราะร้านของหนูไม่มีหน้าต่าง หนูกลัวอากาศในร้านจะเป็นที่เพาะเชื้อโควิดแจกลูกค้า หนูควรปรับปรุงร้านอย่างไร หนูลงทุนได้ การใช้ HEPA filter จะช่วยไหมคะ หรือมีวิธีอื่น

ขอบพระคุณคุณหมอค่ะ (แฟนพันธ์แท้)

……………………………………….

ตอบครับ

1.. ความข้อที่ว่าไวรัสโควิดมาตามอากาศ (airborne) ได้หรือเปล่านั้น ไม่ใช่ข้อถกเถียงกันแล้วครับ มันเป็นความจริงทางวิทยาศาสตร์ที่ว่าไวรัสซาร์สโควี2 นี้เดินทางมากับฝอยละอองเล็กๆในอากาศได้ และเราหายใจเอามันเข้าไปได้ การหายใจเอาเชื้อเข้าไปเป็นหนึ่งในสามกลไกของการได้รับเชื้อ คือ

(1) เสมหะหรือน้ำลายที่คนไข้ไอออกมา กระเด็นมาตกบนเยื่อเมือกของเราเช่น ปาก จมูก ตา

(2) มือไปสัมผัสฝอยเสมหะหรือน้ำลายที่แปดเปื้อนอยู่ตามที่ต่างๆ แล้วเผลอเอามือนั้นมาลูบหรือสัมผัสเยื่อเมือกของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณจมูก

(3) สูดหายใจเอาฝอยละอองอากาศเล็กๆ (aerosol) ที่มีเชื้อโควิดติดอยู่ด้วยซึ่งคนป่วยหายใจหรือไอออกมาเข้าไปในปอด เวลาหายใจธรรมดาก็ออกมาได้แต่น้อยหน่อย แต่เวลาพูดเสียงดังหรือไอจากก็จะออกมาได้คราวละมากๆ

คำว่า aerosol หมายถึงฝอยละอองในอากาศที่มีขนาดเล็กมาก เล็กกว่า 20 ไมครอน ถ้าเล็กถึงขนาดที่มีคุณสมบัติเชิงแอโรไดนามิกที่จะลอยเท้งเต้งอยู่ในอากาศได้นานเท่านานก็เรียกว่าเป็นฝอยละอองจากอากาศ (airborne)

มีหลักฐานชัด [1]ว่าเชื้อโควิดอยู่รอดในฝอยละอองที่ล่องลอยในอากาศขนาดเล็กกว่า 5 ไมครอนได้ในห้องปิดประตูปิดหน้าต่างตลอดการวิจัยซึ่งทำอยู่นาน 3 ชั่วโมง โดยถ้ามีแรงส่งดีๆเช่นการไอหรือการจามฝอยละอองจะไปได้ไกลถึง 7-8 เมตร กระแสการหมุนเวียนของอากาศในห้องจะเป็นตัวกำหนดทิศทางและความยาวนานที่ฝอยละอองจะคงอยู่ในอากาศ ดังนั้นในแง่ของการแพร่เชื้อ นั่งกินอาหารในห้องโล่งเปิดประตูหน้าต่างย่อมดีกว่านั่งกินในห้องแอร์ที่ปิดประตูหน้าต่าง

2.. ถามว่าถ้าจำเป็นต้องปิดประตูเปิดแอร์ มีวิธีแก้ไขอย่างไรไหม ตอบว่าคุณสามารถลดเชื้อในอากาศได้ผ่านการความคุมความชื้นสัมพัทธ์ เรื่องนี้มันลึกซึ้งละเอียดอ่อนหน่อยนะคุณต้องตั้งใจอ่าน มันมีสองประเด็นคือ (1) การควบคุมหรือทำลายฝอยละออง กับ (2) การควบคุมความเข้มข้นของของเหลวในฝอยละออง

ในแง่ของการควบคุมปริมาณฝอยละออง งานวิจัยพบว่าการการระเหยของน้ำในฝอยละออง [2] จะทำให้ขนาดของฝอยละอองค่อยๆเล็กลง ยิ่งความชื้นสัมพัทธ์ลดลงน้ำยิ่งระเหยมาก ขนาดฝอยละอองยิ่งเล็กลงจนแตกออกในที่สุด เมื่อฝอยละอองแตกออก ตัวไวรัสซึ่งเกาะฝอยละอองนั้นอยู่ยังล่องลอยอยู่ในอากาศได้อีกนานแต่ยังไม่ชัดว่ารู้นานกี่ชั่วโมง ดังนั้นการพยายามทำให้ฝอยละอองระเหยจนแตกออกจึงไม่ใช่วิธีที่จะลดจำนวนไวรัสในอากาศ

แต่งานวิจัยกับไวรัสไข้หวัดใหญ่ [3] พบว่าไวรัสจะคงชีพอยู่ในฝอยละอองได้มากที่สุดความชื้นสัมพัทธ์ (RH) สูง 100% และที่ภาวะอากาศแห้งจนฝอยละอองแตก คือระดับ RH ใกล้ 0% ก็จะมีไวรัสคงชีพได้มากที่สุด โดยที่ไวรัสจะอยู่รอดน้อยที่สุดจนถึงไม่รอดเลยที่ความชื้อสัมพัทธ์ 50% กลไกที่ทำให้เป็นอย่างนี้แท้จริงเป็นอย่างไรยังไม่ทราบ แต่เชื่อว่า [4] เป็นเพราะเมื่อความชื้อสัมพัทธ์ค่อยๆลดลงมาจาก 100% น้ำจะระเหยออกจากฝอยละออง ทำให้ขนาดฝอยละอองเล็กลง และความเข้มข้นของโซเดียมคลอไรด์ในฝอยละอองกลับมากขึ้นๆ จนเมื่ออากาศแห้งถึงระดับ RH 50% ซึ่งเป็นระดับที่ฝอยละอองยังไม่แตกแต่ความเข้มข้นของโซเดียมคลอไรด์จะขึ้นสูงถึงระดับที่ไวรัสมีชีวิตอยู่ไม่ได้

ซ้ายมือ:ฝอยละอองปกติมีไวรัสเกาะอยู่บนผิว กลาง: ฝอยละอองหดตัวเมื่อน้ำระเหย ขวา: ภาพขยายไวรัสที่อยู่บนผิวแตกออกและตาย

ดังนั้นในการควบคุมอากาศในห้องอาหารที่ติดเครื่องปรับอากาศ ผมแนะนำตามหลักฐานวิจัยเหล่านี้ว่าคุณควรติดเครื่องควบคุมความชื้นสัมพัทธ์ให้ RH อยู่ระดับ 50% ตลอดเวลาจะลดปริมาณไวรัสในอากาศได้มากที่สุด (อากาศกทม.ขณะนี้มีความชื้นสัมพัทธ์ 85-100% แล้วแต่ว่าฝนตกหรือแดดออก) ปิดป้ายหน้าร้านเลยว่าร้านคุณควบคุมไวรัสในอากาศโดยควบคุมความชื้นสัมพัทธ์ไว้ที่ 50% เป็นการเพิ่มมูลค่าอาหารของคุณอีกทาง หิ..หิ

3.. ถามว่าการใช้ HEPA filter จะช่วยไหม ตอบแบบเดาเอาว่าคงช่วยได้อย่างน้อยก็ระดับหนึ่ง เพราะมันกรองได้ถึงระดับ 0.3 ไมครอนเลยทีเดียวมันก็น่าจะกรองฝอยละอองออกได้เป็นส่วนใหญ่ แต่ว่ายังไม่เคยมีงานวิจัยการหมุนเวียนของฝอยละอองเล็กๆในห้องแอร์ว่าฝอยละอองน้ำหนักรุ่นไหน มีการล่องลอยละล่องอยู่ระดับไหนอย่างไร และระดับไหนที่จะได้มีโอกาสลอยขึ้นสูงกลับไปเข้า HEPA filter โหลงโจ้งแล้วจะมีโอกาสได้ผ่านเครื่องกรองสักกี่เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ยังไม่มีองค์ความรู้เลย แต่ในห้องต่างๆของโรงพยาบาลทั่วโลกก็ใช้กันทั่ว

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม

  1. van Doremalen N., Bushmaker T., Morris D.H., Holbrook M.G., Gamble A., Williamson B.N., Tamin A., Harcourt J.L., Thornburg N.J., Gerber S.I., Lloyd-Smith J.O. Aerosol and surface stability of SARS-CoV-2 as Compared with SARS-CoV. N. Engl. J. Med. 2020;382:1564–1567. doi: 10.1056/NEJMc2004973.
  2. Morawska L. Droplet fate in indoor environments, or can we prevent the spread of infection? Indoor Air. 2006;16:335–347. doi: 10.1111/j.1600-0668.2006.00432.x.
  3. Yang W, Elankumaran S, Marr LC (2012) Relationship between Humidity and Influenza A Viability in Droplets and Implications for Influenza’s Seasonality. PLoS ONE 7(10): e46789. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0046789
  4. Dbouka T and Drikakisb D. Weather impact on airborne coronavirus survival featured. Physics of Fluids 32, 093312 (2020); https://doi.org/10.1063/5.0024272

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ยาลดน้ำหนักที่ FDA อนุมัติให้ใช้ในปี 2026

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren

การโกนขนอวัยวะเพศ (pubic hair)

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2569 กับ 9 วิธีที่จะรู้ตัว

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว