จำเป็นต้องมีการวิจัยรักษาโควิด-19 ด้วยฟ้าทลายโจรซ้ำด้วยกลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่ขึ้น

เมื่อวานนี้ ทีมผู้วิจัย (ชาวไทย) ซึ่งได้ทำวิจัยแบบสุ่มตัวอย่างแบ่งกลุ่มเปรียบเทียบ (RCT) ที่สรุปผลได้ว่าฟ้าทะลายโจรใช้รักษาโควิด19แล้วมีผลดีลดการเกิดปอดอักเสบได้ ได้ขอถอนนิพนธ์ต้นฉบับของตนเองที่รอตีพิมพ์กลับคืนจากคลังวารสารรอตีพิมพ์ (medRxiv) ด้วยเหตุผลว่ามีความผิดพลาดในการคำนวณค่านัยสำคัญของความแตกต่าง (p-value) จึงของดการเผยแพร่ไว้ก่อนเพื่อป้องกันการนำผลวิจัยไปใช้ด้วยสำคัญผิด

เจาะลึกลงไปอีกหน่อยก็คือในงานวิจัยนั้นรายงานว่า

กลุ่มผู้ใช้ฟ้าทลายโจร 29 คน เป็นปอดอักเสบ 0 คน

กลุ่มที่ใช้ยาหลอก 28 เป็นปอดอักเสบ 3 คน

คำนวณนัยสำคัญของความแตกต่างได้ p=<0.039 ซึ่งเป็นความแตกต่างที่มีนัยสำคัญ (ตัดกันที่ p=<0.05)

แต่หากคำนวณอย่างถูกต้องแท้จริงแล้วค่านัยสำคัญจริงๆคือ p=0.1

แปลไทยให้เป็นไทยก็คือจะต้องเปลี่ยนคำสรุปว่า “ยังสรุปไม่ได้ว่าการใช้ฟ้าทลายโจรลดปอดบวมได้แตกต่างจากใช้ยาหลอกหรือไม่”

ท่านผู้อ่านอาจคิดแย้งว่า

“..อ้าว..ได้ไง ก็กลุ่มหนึ่งเป็นปอดบวมสามคนอีกกลุ่มหนึ่งไม่เป็นเลย ต่างกันเห็นๆจะมาสรุปว่าไม่ต่างกันได้อย่างไร”

หิ..หิ ใจเย็นๆครับคุณพี่ เรากำลังเล่นกับวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นระบบความเชื่อที่ให้ความสำคัญกับโอกาสเป็นไปได้ (probability) และนัยสำคัญของความแตกต่าง (significantly difference) โดยกำหนดกฎกติกามารยาทร่วมกันขึ้นมาว่าหากค่า p ต่ำกว่า 0.05 ให้ถือว่าเป็นความแตกต่างที่มีนัยสำคัญ หากต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญ ก็ถือเอาแบบสมมุติว่าคือไม่แตกต่างกัน เออ..งงแมะ

“..แล้วค่า p นี้มันได้มาอย่างไร เรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมจึงคำนวณผิดได้”

หิ หิ ใจเย็นครับ ตอบว่าสมัยนี้ค่า p ได้มาจากการจิ้มค่าต่างๆที่ได้จากการวิจัยเข้าไปในคอม แล้วคอมก็คำนวณตามสูตรออกมาให้ หากได้ค่าผิดไม่ได้หมายความว่าคอมคำนวณผิดนะ แต่หมายความว่า..จิ้มผิด ซึ่งเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเป็นประจำ เดี๋ยวต้องขอถอนต้นฉบับกลับ เดี๋ยวต้องเขียนคำแก้ไขไปตีพิมพ์ต่อท้าย นี่เป็นวิถีชีวิตปกติของนักวิจัย

“..แล้วทำอย่างไรจะให้มันเกิดความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญขึ้นมาได้ละ”

ตอบว่าก็ต้องทำวิจัยใหม่โดยขยายกลุ่มตัวอย่างให้ใหญ่ขึ้น วิธีการรักษาที่ให้ผลแตกต่างกันหากทำวิจัยเปรียบเทียบโดยใช้กลุ่มตัวอย่างเล็กจะมองไม่เห็นความแตกต่างนั้น แต่หากกลุ่มตัวอย่างใหญ่ขึ้นก็จะเห็นความแตกต่างนั้นโดยง่าย เพราะค่า p-value ออกแบบไว้ชดเชยความเล็กของกลุ่มตัวอย่าง ยิ่งกลุ่มตัวอย่างเล็ก ยิ่งยากจะเห็นความแตกต่างผ่านค่า p-value แต่ในทางกลับกันหากใช้กลุ่มตัวอย่างใหญ่เว่อร์เกินความจำเป็นก็จะกลายเป็นความเซ่อทางการวิจัย คือเสียเงินเสียเวลาและเดือดร้อนอาสาสมัครมากโดยใช่เหตุ

ประเด็นไม่ใช่อยู่ที่ทำไมจิ้มคอมผิด แต่ประเด็นอยู่ที่มันจำเป็นต้องทำการวิจัยนี้ซ้ำใหม่ด้วยกลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เพราะตราบใดที่โควิด19ยังมีโดยวัคซีนยังไม่มา เรื่องนี้ก็จะยังคงเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย และเป็นเรื่องระดับชาติ เพราะฟ้าทลายโจรรักษาโควิดได้จริงหรือไม่เป็นเรื่องสำคัญ หากฟ้าทลายโจรรักษาโควิดได้จริง เราก็จะได้อาศัยฟ้าทลายโจรนำพาชาติให้พ้นภัย (หิ..หิ พูดเหมือนจอมพลตราไก่เลย)

ตัวหมอสันต์เองกำลังดูลาดเลาที่จะลุ้นให้เกิดงานวิจัยนี้ โดยกำลังพูดคุยหารือกับผอ.รพ.มวกเหล็ก ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เขต4(สระบุรี) และเซียนด้านการวิจัยทางการแพทย์ท่านหนึ่งในเมืองหลวง เรื่องสปอนเซอร์ที่จะดูแลค่าใช้จ่ายในการวิจัยนั้นไม่หนักใจ แต่เกรงใจที่ต้องไปรบกวนน้องๆที่หน้างานซึ่งทุกวันนี้งานรูตีนเขาก็อ๊วกรับประทานกันอยู่แล้ว จะพูดกับแต่ละคนทีนึงก็ต้องรอท่านกลับเข้าบ้านกันก่อน ซึ่งก็ไม่เคยต่ำกว่าสามทุ่ม แต่แม้จะเกรงใจก็คิดว่าจะเดินหน้าทำ เพราะหากไม่ทำ เราก็จะยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก กันอยู่ตรงนี้ไปไหนต่อไม่ได้ ส่วนจะทำวิจัยครั้งนี้ได้สำเร็จหรือไม่ก็ต้องตามลุ้นกันต่อไป

ในระหว่างที่งานวิจัยใหม่นี้ยังไม่ออกมา ชาวไทยเราก็ต้องอาศัยข้อสรุปใหม่ล่าสุดที่ว่า “ยังไม่ทราบว่าฟ้าทลายโจรลดปอดบวมในคนไข้โควิด-19ได้แตกต่างจากยาหลอกหรือไม่” ไปพลางๆก่อนนะครับ และที่หมอสันต์เคยบอกว่าหลักฐานวิทยาศาสตร์สนับสนุนการใช้ฟ้าทลายโจรรักษาโควิดตอนนี้มีมากพอแล้วนั้น ก็ต้องถอนคำพูด และขอใช้คำพูดใหม่ว่า

“หลักฐานวิทยาศาสตร์สนับสนุนการใช้ฟ้าทลายโจรรักษาโควิดตอนนี้ยังมีไม่พอ ต้องรอการวิจัยซ้ำด้วยกลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่ขึ้น”

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

ปล. หลังเขียนบทความนี้ไม่กี่ชั่วโมง ผมก็ได้ทราบทางหลังไมค์อย่างไม่เป็นทางการว่าสถานการแพทย์แผนไทยประยุกต์(ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล)กำลังจะทำงานวิจัยเดียวกันนี้อยู่พอดี ฮี่..ฮี่ สบายหมอสันต์เขาแล้ว ผมเปลี่ยนแผนเป็นนั่งรอดีกว่า

บรรณานุกรม

1. Efficacy and safety of Andrographis paniculata extract in patients with mild COVID-19: A randomized controlled trial. Kulthanit Wanaratna, Pornvimol Leethong, Nitapha Inchai, Wararath Chueawiang, Pantitra Sriraksa, Anutida Tabmee, Sayomporn Sirinavinmed. medRxiv 2021.07.08.21259912; doi: https://doi.org/10.1101/2021.07.08.21259912

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ยาลดน้ำหนักที่ FDA อนุมัติให้ใช้ในปี 2026

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren

การโกนขนอวัยวะเพศ (pubic hair)

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2569 กับ 9 วิธีที่จะรู้ตัว

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว