การร้องเพลงคาราโอเกะรักษาโรคนอนกรนได้จริงหรือ

แฟนนอนกรนเสียงดังมาก หมอบอกให้ไปร้องเพลงคาราโอเกะ การรัองเพลงคาราโอเกะจะรักษาโรคนอนกรนอย่างที่คุณหมอพูดได้จริงหรือ เพื่อนอีกคนแนะนำให้ไปทำผ่าตัดเอาลิ้นไก่ออก การผ่าตัดอย่างที่ว่ามีโอกาสหายได้กี่เปอร์เซ็นต์คะ
พจน์

ตอบ

ร้องเพลงรักษาโรคนอนกรนได้หรือไม่
ไม่ทราบครับ
หมายความว่ายังไม่มีใครทราบ ไม่ใช่ผมไม่ทราบคนเดียว

เท่าที่ผ่านมามีเพียงการวิจัยแบบนำร่องขนาดเล็กซึ่งเอาคนนอนกรนมา 20 คน บันทึกเทปวัดความถี่ของการกรนไว้ 7 วัน แล้วให้ร้องเพลงทุกวันๆละ 20 นาที นาน 3 เดือน แล้วบันทึกเทปซ้ำอีกหลังจากครบ 3 เดือน พบว่าหลังจบการร้องเพลง พบว่าอัตราการนอนกรนโดยเฉลี่ยลดลง แต่เนื่องจากเป็นงานวิจัยเล็กมากและออกแบบไม่ดีนัก จึงยังสรุปอะไรเป็นตุเป็นตะไม่ได้ ต้องรอหลักฐานที่ดีกว่านี้ก่อน จึงจะสรุปได้ว่าการร้องเพลงจะช่วยรักษาโรคนี้ได้หรือไม่

เนื่องจากเมื่อพูดแบบชาวบ้านว่า “โรคนอนกรน” เขามักหมายถึงโรคหยุดหายใจระหว่างหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ดังนั้นไหนๆถามมาแล้วผมขอเล่าถึงโรคนี้เสียหน่อย ซึ่งตามนิยามของวิทยาลัยอายุรศาสตร์การนอนหลับอเมริกา (AASM) โรคนี้คือภาวะที่ทางเดินลมหายใจส่วนบนยุบตัวลงระหว่างนอนหลับ ทำให้หยุดหายใจไปเลย (apnea) นานครั้งละ 10 วินาทีขึ้นไปแล้วสะดุ้งตื่น (arousal) ไม่ต่ำกว่าชั่วโมงละ 5 ครั้ง หรือมี “ดัชนีการรบกวนการหายใจ (Respiratory Distress Index, RDI)” ซึ่งเป็นตัวเลขบอกว่าคนคนนั้นต้องสะดุ้งตื่นเพราะการรบกวนการหายใจแบบใดๆ (respiratory event–related arousals, RERA) มากกว่าชั่วโมงละ 15 ครั้งขึ้นไป ทั้งหมดนี้ต้องร่วมกับการมีอาการง่วงตอนกลางวัน โดยที่ไม่อาจบรรเทาได้โดยการใช้ยาใดๆช่วย

จะเห็นว่าการจะระบุจำนวนการเกิดการหยุดหายใจ (apnea) หรือจำนวนครั้งของการสะดุ้งตื่นเพราะการรบกวนการหายใจ (RDI) ระหว่างนอนหลับเพื่อวินิจฉัยโรคนี้นั้น จำเป็นต้องทำการตรวจวัดค่าต่างๆในขณะนอนหลับ (polysomnography, PSG) ซึ่งต้องทำในห้อง sleep lab หรือเข้าเครื่องตรวจขณะนอนหลับก่อนเท่านั้น มิฉะนั้นจะไม่สามารถวินิจฉัยโรคนี้ได้

คนเป็นโรคหยุดหายใจระหว่างหลับนี้มักเกิดหยุดหายใจไปเลยคืนละหลายครั้งหรือเป็นร้อยๆครั้ง ทำให้มีเสียงกรนดังในจังหวะทางเดินลมหายใจเปิดและลมที่ค้างอยู่ในปอดถูกพ่นออกมา

คนเป็นโรคนี้จะมีอาการง่วงนอนตอนกลางวัน (EDS, excessive daytime sleepiness) มึนงงตั้งแต่เช้า ความจำเสื่อม สมองไม่แล่น ไม่ว่องไว บุคลิกอารมณ์เปลี่ยนแปลง ซึมเศร้า กังวล หย่อนสมรรถภาพทางเพศ เป็นโรคกรดไหลย้อน โรคนี้มักเป็นกับคนอายุ 40-65 ปี อ้วน ลงพุง คอใหญ่ วัดรอบคอได้เกิน 17 นิ้ว หรือมีโครงสร้างของกระดูกกระโหลกศีรษะและหน้าเอื้อให้เป็น เช่นกรามเล็ก เพดานปากสูง กระดูกแบ่งครึ่งจมูกคด มีโพลิพในจมูก หรือมีกายวิภาคของทางเดินลมหายใจส่วนบนผิดปกติ เช่น เป็นไฮโปไทรอยด์ ลิ้นใหญ่ ถ้าเป็นหญิงก็มักหมดประจำเดือนแล้ว กรรมพันธ์ สิ่งแวดล้อมเช่น สูบบุหรี่ แอลกอฮอล์ ยานอนหลับ OSA มักเกิดในท่านอนหงาย

ในการนอนหลับปกติจะมีระยะหลับยังไม่ฝัน แล้วจึงจะหลับลึกลงไปถึงระยะหลับฝัน ขณะที่หลับฝันนี้ผู้หลับจะมีการเคลื่อนไหวของลูกตาไปมา จึงเรียกระยะหลับฝันว่า Rapid Eye Movement หรือ REM Sleep การเกิดหยุดหายใจมักเกิดในระยะหลับฝันหรือระยะ REM sleep
โรคนี้มักสัมพันธ์กับโรคความดันเลือดสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน อัมพาต โรคซึมเศร้า อุบัติเหตุจากง่วงนอน ความจำเสื่อม ประมาณว่า 9% ของผู้ชายและ 4% ของผู้หญิงเป็นโรคนี้

การรักษามาตรฐานสำหรับโรคนี้คือ

1. มาตรการทั่วไป ได้แก่ การลดน้ำหนัก การเลิกบุหรี่ แอลกอฮอล์ และยากล่อมประสาท ยานอนหลับ การหลีกเลี่ยงท่านอนหงาย

2. การใช้อุปกรณ์ช่วย อุปกรณ์ที่ดีที่สุดและแนะนำเป็นตัวแรกคือเครื่องเพื่มความดันลมหายใจแบบต่อเนื่องผ่านจมูก (nasal CPAP) ถ้าไม่ได้ผล หรือผู้ป่วยไม่ชอบ ก็ต้องหันไปใช้อุปกรณ์ตัวที่สองคือ เครื่องครอบช่วยหายใจสองจังหวะ (BiPAP) ซึ่งผู้ป่วยปรับความดันในช่วงให้ใจเข้าและออกให้พอดีได้เอง แต่ว่ามีราคาแพงกว่าและผลการรักษาก็ไม่ได้แตกต่างจาก CPAP ถ้าผู้ป่วยยังทนไม่ได้อีก คราวนี้ก็เหลืออุปกรณ์สุดท้ายคืออุปกรณ์เปิดทางเดินลมหายใจ (OA) ที่นิยมใช้มีสามแบบคือ ตัวกันลิ้นตก (tongue retaining device, TRD) ตัวค้ำขากรรไกร และตัวค้ำเพดานปาก ข้อมูลความสำเร็จของการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ในระยะยาวยังมีจำกัดมาก

3. การผ่าตัด วิธีผ่าตัดที่ใช้แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับการอุดกั้นทางเดินลมหายใจอยู่ที่ระดับหลังเพดานปาก หรือหล้งลิ้น หรือคร่อมทั้งสองระดับ ถ้าการอุดกั้นเกิดที่เพดานปากส่วนหลัง การผ่าตัดก็ทำแค่ยกเพดานปากและลิ้นไก่ (uvulopalatophyarygoplasty, UPPP) ก็พอ การผ่าตัดชนิดนี้มีความสำเร็จ เพียงประมาณ 50% ของผู้เข้าผ่าตัดเท่านั้น (ความสำเร็จนี้วัดจากการลดจำนวนครั้งของการสะดุ้งตื่นเพราะการรบกวนการหายใจลงได้อย่างน้อย 50%) และมีเหมือนกันประมาณ 31% ที่ทำผ่าตัดชนิดนี้แล้วอาการกลับแย่ลง ถ้าการอุดกั้นเกิดที่ระดับหลังลิ้น ก็อาจจะต้องทำผ่าตัดดึงลิ้น (Genioglossus advancement with hyoid myotomy หรือ GAHM) หรือบางทีก็อาจจะต้องถึงกับเลื่อนกระดูกกรามล่าง (maxillomandibular advancement osteotomy หรือ MMO)ซึ่งมักจะแก้การอุดกั้นได้ทุกระดับ การเลือกผ่าตัดแบบไหนย่อมสุดแล้วแต่ผลการประเมินจุดอุดกั้นว่าเกิดตรงไหน


บรรณานุกรม
1. Ojay A, Ernst E. Can Singing Exercises Reduce Snoring? A Pilot Study. Complement Ther Med 2000; 8(3); 151-156.
2. American Academy of Sleep Medicine. International Classification of Sleep Disorders: Diagnostic and Coding Manual, Second Edition. Westchester, Ill: American Academy of Sleep Medicine; 2005.
3. Young T, Palta M, Dempsey J, Skatrud J, Weber S, Badr S. The occurrence of sleep-disordered breathing among middle-aged adults. N Engl J Med. Apr 1993;328(17):1230-5.

ความคิดเห็น

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า
ความคิดเห็นนี้ถูกลบโดยผู้ดูแลระบบของบล็อก

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

แจ้งข่าวด่วน หมอสันต์ตัวปลอมกำลังระบาดหนัก

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว

เลิกเสียทีได้ไหม ชีวิตที่ต้องมีอะไรมาจ่อคิวต่อรอให้ทำอยู่ตลอดเวลา

ไปเที่ยวเมืองจีนขึ้นที่สูงแล้วกลับมาป่วยยาว (โรค HAPE)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren