ทำไมหมอสันต์ไม่ให้ใช้น้ำมันทำอาหารในเวลเนสวีแคร์

เรียนคุณหมอสันต์ที่นับถือ

เพิ่งกลับจากแค้มป์ GHBY ขอขอบคุณๆหมอที่ทำแค้มป์ที่มีประโยชน์มากแบบนี้ หนูได้ความรู้และเกิดความตั้งใจใหม่ๆหลายอย่าง หนึ่งในหลายอย่างนั้นคือการเลิกใช้น้ำมันทำอาหาร แต่เมื่ออ่านข้อมูลจากแหล่งอื่นๆก็ยังลังเลเล็กน้อย คุณหมอสันต์มีข้อมูลชัดๆให้สักหน่อยไหมคะ ว่ามันคุ้มค่าที่จะเลิกใช้น้ำมันทำอาหาร เพราะส่วนที่ต้องเสียไปมันแยะเหมือนกัน เพราะจุดตั้งต้นของหนูคือทุกวันนี้หนูทานคีโต จะให้เปลี่ยนไปทานแบบคุณหมอสันต์หนูต้องลงทุนแยะนะ ขอข้อมูลยืนยันเพิ่มเติมหน่อยค่ะ

……………………………………………………

ตอบครับ

เรื่องที่ 1. อาหารผัดทอด เหตุผลที่ผมตัดสินใจไม่ให้ใช้น้ำมันในการทำอาหารในเวลเนสวีแคร์เลยนั้นเป็นการมองออกมาจากมุมของคนเป็นโรคหัวใจขาดเลือด (คือตัวผมเอง) คือวงการแพทย์โรคหัวใจทั่วโลกทุกวันนี้แม้จะมีหลายอย่างที่ยังตกลงกันไม่ได้ แต่ที่ตกลงกันได้แน่ๆเป็นเอกฉันท์ คือทุกคนยอมรับว่าไขมันในเลือดสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงตัวเอ้ของการเป็นโรคหัวใจขาดเลือด ซึ่งทุกวันนี้เราวัดกันด้วยระดับไขมันเลว (LDL) ในเลือด แล้วแพทย์โรคหัวใจทุกคนก็พยายามทำให้ LDL ของคนไข้ลงต่ำ หากเป็นคนที่เกิดฮาร์ทแอทแทคแล้ว ทำบอลลูนบายพาสแล้ว สมัยนี้จะเอา LDL ลงต่ำกว่า 50 มก./ดล.ด้วยซ้ำไป วิธีการก็มีอยู่สองอย่างคือปรับอาหารและใช้ยา ข้างหมอนั้นก็จะสั่งยาลดไขมันให้ โดยที่ข้างคนไข้นั้นก็มีหน้าที่ปรับอาหาร ตัวผมเองเป็นทั้งคนไข้และเป็นทั้งหมอด้วยในคนคนเดียวกัน เดิมผมใช้ยากับตัวเองอยู่แล้วแต่ไม่เคยปรับอาหาร เมื่อเปลี่ยนมาปรับอาหารไขมัน LDL ก็ลดต่ำลงเองจนไม่จำเป็นต้องใช้ยา กลวิธีในการปรับอาหารของผมก็มีสองอย่างเท่านั้น เพราะไขมันอิ่มตัวในเลือดสูงขึ้นเกิดจากอาหารสองอย่าง คือ (1) อาหารเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ และ (2) น้ำมันที่ใช้ผัดทอดอาหาร ตอนที่ผมป่วยนั้นผมจนแต้มแล้ว ผมก็เลยตัดสินใจเลิกมันทั้งสองอย่าง คือเลิกเนื้อสัตว์และเลิกการใช้นำมันผัดทอดอาหาร พอตัวเองมาทำเวลเนสวีแคร์เซ็นเตอร์ก็เหมาโหลเอาดื้อๆว่าคนที่มาที่นี่ควรจะหัดกินแบบหมอสันต์กิน จะชอบหรือไม่ชอบกลับบ้านไปแล้วก็ค่อยไปปรับเพิ่มนั่นเติมนี่เอาเอง

ในแง่ของหลักฐานวิทยาศาสตร์ว่าการผัดทอดอาหารสัมพันธ์อะไรกับการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มขึ้นไหม มันก็มีหลักฐานวิจัยสนับสนุนต่อเนื่องตลอดมาไม่ขาดสายนะครับ ผลสรุปของหลักฐานทั้งหมดอยู่ที่การทำวิจัยแบบยำรวมงานวิจัย (meta analysis) เพื่อปีกลาย (2019) ตีพิมพ์ไว้ในวารสาร BMJ ซึ่งเป็นการวิจัยแบบตามดูกลุ่มคนไปข้างหน้า (prospective cohort) ในงานวิจัยนี้เขายำรวมข้อมูลวิจัยติดตามดูสุขภาพของหญิงหมดประจำเดือนจำนวน 106,966 คน อายุ 50-79 ปี ติดตามอยู่นาน 24 ปี (1993-2017) โดยใช้ตัวชี้วัดสุดท้ายสามตัวคือ (1) อัตราตายรวม (2) อัตราตายจากโรคหลอดเลือดหัวใจ และ (3) อัตราตายจากมะเร็ง ผลวิจัยปรากฎว่ามีคนตายไปในระหว่างวิจัย 31,558 คน เมื่อดูความสัมพันธ์กับอัตราตายพบว่า

อัตราตายรวมเพิ่มขึ้น 13% และตายจากโรคหัวใจเพิ่มขึ้น 12% ต่อการกินไก่ทอดเพิ่มขึ้น 1 เสริฟวิ่งต่อวันจากเดิมที่ไม่กินเลย

อัตราตายรวมเพิ่มขึ้น 13% และตายจากโรคหัวใจเพิ่มขึ้น 12% ต่อการกินไก่ทอดเพิ่มขึ้น 1 เสริฟวิ่งต่อสัปดาห์ เมื่อเทียบกับไม่กินเลย

อัตราตายรวมเพิ่มขึ้น 7% และตายจากโรคหัวใจเพิ่มขึ้น 13% ต่อการกินปลาทอดเพิ่มขึ้น 1 เสริฟวิ่งต่อสัปดาห์ เมื่อเทียบกับไม่กินเลย

อัตราตายรวมเพิ่มขึ้น 8% และตายจากโรคหัวใจเพิ่มขึ้น 8% ต่อการกินอาหารผัดทอดด้วยน้ำมันทุกชนิดเพิ่มขึ้น 1 เสริฟวิ่งต่อสัปดาห์

โปรดสังเกตว่าอัตตราตายจากมะเร็งไม่เพิ่มขึ้น จะเป็นด้วยฝรั่งไม่ใช้น้ำมันทอดซ้ำซากหรือเปล่าก็ไม่รู้ เอาเป็นว่าข้อสรุปจากงานวิจัยนี้ก็คือการทอดด้วยน้ำมันทำให้ตายจากโรคหัวใจหลอดเลือดมากขึ้น

เรื่องที่ 2. อัตราตายของอาหารคีโต คุณพูดถึงอาหารคีโตเข้ามาก็ดีแล้ว เมื่อสองปีก่อนหลังจากที่ผมโดนสมาชิกกลุ่มผู้กินอาหารคีโคเขียนเข้ามาตัดพ้อต่อว่าว่าผมไปทำให้ความตั้งใจที่จะลดน้ำหนักของพวกเขาท้อถอย ผมก็สงบเสงี่ยมไม่พูดไม่จาอะไรกับเรื่องอาหารคีโคมากนัก แต่วันนี้เราคุยกันเรื่องอาหารผัดทอดกับอัตราตาย ผมอยากจะคุยกันต่อไปอีกสักนิดหนึ่งถึงอาหารคีโตกับอัตราตาย เพราะระยะหลังมานี้มีคนมาเข้าแค้มป์พลิกผันโรค (RDBY) ที่เป็นฮาร์ท แอทแทคตั้งแต่อายุสามสิบสี่สิบ แต่ละคนมีโคเลสเตอร์รวมในเลือดสูงระดับสามร้อยสี่ร้อยแถมมีความเชื่อฝังหัวว่าโคเลสเตอรอลสูงไม่เป็นไร ถ้าคุณไม่อยากฟังความข้างเดียว คุณค้นหาเองในกูเกิ้ลก็ได้ พิมพ์คำว่า Keto diet and mortality เข้าไป มันก็จะออกมาเองเพียบ คือผมอยากจะไฮไลท์หลักฐานวิทยาศาสตร์สองสามชิ้นเกี่ยวกับอัตราตายในระยะยาวของคนกินอาหารแนวคีโตไว้ตรงนี้สักหน่อย หลักฐานที่ผมอยากพูดถึงคือ

หลักฐานชิ้นที่ 1. เป็นการยำรวมงานวิจัยการกินอาหารกล่ม low carb (หมายถึงกินเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์มากแต่กินคาร์โบไฮเดรตตน้อย) โดยดูอัตราตายระยะยาว 5 ปีขึ้นไปของคนจำนวน 249,272 คนซึ่งถูกแบ่งตามลักษณะการกินเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งกินอาหารแบบ low carb (รวมอาหารอัทคิน อาหารปาลิโอ อาหารดูก็อง อาหารคีโตเจนิก) อีกกลุ่มหนึ่งกินอาหารแบบอื่น (เช่นคาร์บสูงไขมันต่ำ) งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ PLoS One ซึ่งผลวิจัยสรุปว่ากลุ่มผู้กินอาหารแบบ low carb มีอัตราตายในระยาวสูงกว่ากลุ่มผู้กินอาหารแบบอื่นอย่างมีนัยสำคัญ

หลักฐานชิ้นที่ 2. ตีพิมพ์ในวารสาร Ann Intern Med. เป็นงานวิจัยของฮาร์วาร์ดชนิด prospective cohort ซึ่งติดตามดูการตายของกลุ่มนักวิชาชีพทางแพทย์ จำนวน 129,716 คน ติดตาม 26 ปี มีคนตาย 22,488 คน วิเคราะห์แล้วพบว่าคนที่กินอาหารแบบ low carb ที่มีเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์เป็นอาหารหลัก มีอัตราตายสูงขึ้นกว่าปกติ 23%

หลักฐานชิ้นที่ 3. ตีพิมพ์ในวารสาร Lancet ชื่องานวิจัยข้อมูล ARIC ติดตามดูอัตราตายของคน 15,428 คน อายุ 45-60 ปี นาน 25 ปี แบ่งเป็นสามพวกคือ (1) พวกกินเนื้อสัตว์มาก คาร์โบไฮเดรตน้อย (low carb < 40%) (2) พวกกินคาร์โบไฮเดรตกลางๆ (50-55%) (3) พวกกินคาร์โบไฮเดรตมาก (>70%) ผลวิจัยพบว่ากลุ่มที่กิน low carb มีอัตตราตายสูงสุด สูงกว่ากลุ่มกินกลางๆ 32% .ในอีกด้านหนึ่งพวกที่กินคาร์โบไฮเดรตสูงมากก็มีอัตราตายสูงกว่าพวกกินกลางๆ 23% นอกจากนั้น ในงานวิจัยนี้ยังได้วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของแหล่งที่มาของอาหารไขมันและโปรตีนกับอัตราตายด้วย และพบว่าพวกที่กินไขมันและโปรตีนจากสัตว์ จะมีอัตราตายสูงกว่าพวกที่กินไขมันและโปรตีนจากพืช 18%

สรุปของสรุป (1) อาหารผัดทอดด้วยน้ำมันไม่ดีเพราะทำให้ตายด้วยโรคหลอดเลือดมากขึ้น 8-13% (2) อาหารกลุ่ม low carb ที่กินแป้งน้อยๆกินไขมันและเนื้อสัตว์มากๆไม่ดีเพราะทำให้อัตราตายเพิ่มขึ้น 23-32% (3) อาหารที่เอาแหล่งไขมันและโปรตีนจากเนื้อสัตว์เป็นหลักไม่ดีเพราะทำให้ตายมากกว่าอาหารที่ได้ไขมันและโปรตีนจากพืช 18%

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

  1. Sun Y, Liu B, Snetselaar LG, et al. Association of fried food consumption with all cause, cardiovascular, and cancer mortality: prospective cohort study. BMJ. 2019;364:k5420. Published 2019 Jan 23. doi:10.1136/bmj.k5420
  2. Noto H, Goto A et al. Low-Carbohydrate Diets and All-Cause Mortality: A Systematic Review and Meta-Analysis of Observational Studies. PLoS One. 2013; 8(1): e55030. doi: 10.1371/journal.pone.0055030
  3. Fung TT, van Dam RM, Hankinson SE, Stampfer M, Willett WC, Hu FB. Low-carbohydrate diets and all-cause and cause-specific mortality: two cohort studies. Ann Intern Med. 2010;153(5):289-298. doi:10.7326/0003-4819-153-5-201009070-00003

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ยาลดน้ำหนักที่ FDA อนุมัติให้ใช้ในปี 2026

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

การโกนขนอวัยวะเพศ (pubic hair)

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2569 กับ 9 วิธีที่จะรู้ตัว

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว