ผลการชกมวยคู่เอก ระหว่างอาหารคีโตกับอาหารเมดิเตอเรเนียน ออกมาแล้ว

(ภาพวันนี้: เยี่ยมบ้านหลังหนึ่งที่ปากช่อง)

วันนี้ผมงดตอบคำถามหนึ่งวันนะเพื่อเล่าถึงผลวิจัยทางโภชนาการที่น่าสนใจงานหนึ่ง เป็นการวิจัยเพื่อจะตอบคำถามว่าระหว่างอาหารคีโตที่ดีๆ กับอาหารเมดิเตอเรเนียนที่ดีๆ อย่างใหนจะมีผลต่อการลดน้ำหนัก เบาหวานและผลด้านอื่นๆของสุขภาพดีกว่ากัน เป็นงานวิจัยระดับสุ่มตัวอย่างแบ่งกลุ่มเปรียบเทียบ (RCT) ซึ่งหาใด้ยากในสาขาโภชนาการ เพราะงานวิจัยทางโภชนาการระดับดีๆนั้นทำได้ยาก ใช้เงินมาก และไมมีสปอนเซอร์ ผมจึงให้ความสนใจงานวิจัยชิ้นนี้เป็นพิเศษ

ก่อนอื่นมารู้จักอาหารคีโตก่อน อาหารคีโตหมายถึงอาหารที่ได้พลังงานจากไขมันทุกชนิด ลดคาร์โบไฮเดรตลงเหลือน้อยที่สุด (25-50 กรัมต่อวัน) เพื่อบังคับให้ร่างกายต้องหันไปใช้คีโตนซึ่งเป็นโมเลกุลให้พลังงานของอาหารไขมันแทน (ketosis) อาหารชนิดนี้เป็นที่นิยมในการลดน้ำหนักและรักษาโรคเบาหวาน มีงานวิจัยจำนวนหนึ่งบ่งชี้ว่าอาหารคีโตสัมพันธ์กับการลดน้ำหนักได้ดี และควบคุมน้ำตาลในคนเป็นเบาหวานได้ดี เป็นอาหารน้องใหม่มาแรงในหมู่ผู้ชอบกินเนื้อสัตว์และของมันๆ

ที่ผมว่างานวิจัยนี้ใช้อาหารคีโตแบบดีๆนั้นหมายความว่าปกติคนทั่วไปคิดกันง่ายๆว่าอาหารคีโตคืออาหารเนื้อสัตว์จึงกินแต่เนื้อ นม ไข่ ไส้กรอก เบคอน ที่มีแต่ไขมันอิ่มตัวแบบไม่บันยะบันยังซึ่งล้วนเป็นตัวก่อการอักเสบและโรคเรื้อรัง แต่งานวิจัยนี้ใช้อาหารคีโตแบบได้ดุล คือจำกัดโปรตีนไม่ให้สูงเวอร์จนเกิดปัญหากับร่างกายและจัดอาหารพืชที่ไม่มีแป้งสูงให้กินอย่างหลากหลายครบถ้วนด้วย

ส่วนอาหารเมดิเตอเรเนียนนั้นเป็นแชมป์เก่า เป็นอาหารที่มีกำเนิดมาจากเกาะครีต ประเทศกรีก ซึ่งเป็นชุมชนที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังน้อยกว่ายุโรปทั่วไป เป็นอาหารที่อาศัยพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตจากพืชในรูปของธัญพืชไม่ขัดสี หัวใต้ดิน ถั่ว งา นัท และเมล็ดต่างๆ เป็นหลัก กินผลไม้และผักรวมทั้งสมุนไพรและเครื่องเทศแยะ กินเนื้อสัตว์เช่นปูปลากุ้งหอยเป็ดไก่บ้าง กินน้ำมันมะกอกมาก ดื่มไวน์แดงมาก มีงานวิจัยทางการแพทย์จำนวนมากบ่งชี้ว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างอาหารเมดิเตอเรเนียนกับการลดความเสี่ยงเบาหวาน ไขมันสูง สมองเสื่อม มะเร็งเต้านม ลดน้ำหนัก ทำให้มวลกระดูกเพิ่มขึ้น สุขภาพหัวใจดีขึ้น และอายุยืนขี้น

งานวิจัยครั้งนี้ใช้วิธีให้อาสาสมัครซึ่งมีน้ำตาลในเลือดสูงระดับเป็นเบาหวานหรือใกล้จะเป็นเบาหวานแล้วทุกคนมาสุ่มแบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งส่งปิ่นโตอาหารคีโตให้กินทุกมื้อทุกวัน อีกกลุ่มหนึ่งส่งปิ่นโตอาหารเมดิเตอเรเนียน ทำวิจัยอยู่นานรอบละสามเดือน ครบรอบแล้วก็สลับข้างกัน กลุ่มที่เคยกินคีโตเปลี่ยนมากินเมดิเตอเรเนียนแบบแลกที่กัน (cross over) ผลวิจัยขั้นสุดท้ายออกมาพบว่าอาหารทั้งสองแบบให้ตัวชี้วัดต่างๆ ดังนี้

ตัวชี้วัดกลุ่มกินอาหารคีโตกลุ่มกินอาหารเมดิเตอเรเนียน
การลดน้ำหนักได้ดีไม่ต่างกันไม่ต่างกัน
การควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ดีไม่ต่างกันไม่ต่างกัน
ไขมันเลว (LDL) ในเลือดเพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิม 10%ลดต่ำลงกว่าเดิม 5%
วิตามิน B1,B6, C, D, E ธาตุฟอสฟอรัสได้รับน้อยกว่าได้รับมากกว่า
อาหารมีกาก (fiber)ได้รับน้อยกว่าได้รับมากกว่ามากๆ

สรุปว่าอาหารทั้งสองแบบต่างก็ลดน้ำหนักและควบคุมเบาหวานในระยะสั้นได้ดีพอๆกัน แต่อาหารคีโตทำให้ไขมันเลวในเลือดสูงขึ้นกว่าเดิม ทำให้มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจหลอดเลือดในระยะยาวมากขึ้นกว่าเดิม ขณะเดียวกันก็ได้รับอาหารกากน้อยซึ่งจะมีผลต่อชุมชนจุลชีวิต (microbiomes) ในลำไส้ในทิศทางที่สัมพันธ์กับการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆมากขึ้นในระยะยาว

แฟนบล็อกหมอสันต์ที่กินอาหารคีโตอยู่ ผมแนะนำว่าหากยังไม่อยากเลิก ก็ควรกินไปแค่พอให้น้ำหนักลงพอให้เกิดกำลังใจพอควรแล้วควรจะค่อยๆเปลี่ยนมาเป็นอาหารพืชเป็นหลักในรูปแบบใกล้เคียงธรรมชาติ (PBWF) หรืออาหารรูปแบบอื่นที่มีส่วนประกอบของพืชผักผลไม้ถั่วงานัทและธัญพืชไม่ขัดสีมากๆ เพราะนอกจากจะลดน้ำหนักและคุมน้ำตาลได้ดีไม่แตกต่างจากอาหารคีโตแล้ว ยังมีผลดีกว่าในระยะยาวในแง่ที่ช่วยลดการป่วยเป็นโรคเรื้อรังต่างๆลงได้อีกด้วย

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม

  1. Gardner CDLandry MJ. Effect of a ketogenic diet versus Mediterranean diet on glycated hemoglobin in individuals with prediabetes and type 2 diabetes mellitus: The interventional Keto-Med randomized crossover trial. The American Journal of Clinical Nutrition 2022, nqac154, https://doi.org/10.1093/ajcn/nqac154

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ยาลดน้ำหนักที่ FDA อนุมัติให้ใช้ในปี 2026

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren

การโกนขนอวัยวะเพศ (pubic hair)

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2569 กับ 9 วิธีที่จะรู้ตัว

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว