กลุ่มอาการตามหลังโรคโควิดระยะเฉียบพลัน (PASC)

รบกวนคุณหมอสันต์ครับ

ผมป่วยเป็นโควิด เข้าโรงพยาบาล เข้าไอซียูหกวัน รวมอยู่โรงพยาบาล 14 วันแล้วหมอให้กลับบ้านทั้งๆที่ผมยังหอบเหนื่อยให้ออกซิเจนอยู่เลย ที่บ้านผมไม่มีใครดูแลผมด้วย ขออยู่โรงพยาบาลต่อก็ไม่ให้อยู่ ขอตรวจเชื้อไวรัสก่อนกลับก็ไม่ยอมตรวจให้ ทั้งหมดนี้หมอรักษาผมแบบผิดมาตรฐานหรือเปล่าครับ แล้วผมควรไปหาตรวจไวรัสที่รพ.เอกชนไหม ผมจะเอาโรคมาติดลูกเมียหรือเปล่า ถ้าผมหายแล้วอย่างที่หมอว่าจริงทำไมผมยังหอบเหนื่อยและไออยู่ อย่างนี้เขาเรียกว่าผมเป็นโรคอะไรอีกครับ

ขอบพระคุณครับ

……………………………………………………………………….

ตอบครับ

1.. ถามว่าป่วยเป็นโควิดรักษาได้ 14 วันอาการยังไม่หายดีแพทย์ก็ให้กลับบ้านแล้ว แบบนี้เป็นการรักษาที่ผิดวิธีหรือเปล่า ตอบว่าไม่ใช่การรักษาที่ผิดวิธีครับ แพทย์ตัดสินใจว่าผู้ป่วยรายไหนจะกลับบ้านได้โดยปลอดภัยเขาดูองค์ประกอบหลายอย่างรวมทั้งผลตรวจการทำงานของอวัยวะหลักและแนวโน้มการลดลงของอาการ เมื่อดูภาพรวมเห็นว่าปลอดภัยแล้วเขาก็ให้กลับ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้อาการหมดเกลี้ยง เนื่องจากโรคบางโรคเช่นโรคโควิดนี้ ในบางคนกว่าอาการจะหมดเกลี้ยงก็พ้นสามเดือนหลังจากได้กลับบ้านไปแล้ว ดังนั้นมันไม่มีเหตุผลเลยถ้าจะให้คุณอยู่ในโรงพยาบาลอีกสามเดือนเพื่อรอให้อาการหมด

2. ถามว่ากลับมาบ้านก็ไม่มีคนดูแล ขออยู่โรงพยาบาลต่อไม่ได้หรือ ตอบว่า โรงพยาบาลไม่ใช่ของเราคนเดียว แบ่งๆให้คนอื่นเขาใช้บ้างก็ดีนะครับ ส่วนเรื่องอยู่บ้านไม่มีคนดูแลนั้นมันก็เป็นปัญหาที่มีเหมือนกันทุกคน เพราะสมัยนี้ทุกคนล้วนกลัวบ้านของตัวเอง ป่วยก็ไม่กล้าอยู่บ้าน จะตายก็ไม่กล้าตายที่บ้าน ทั้งหมดนี้มันเป็นความผิดของวงการแพทย์ที่ไปเสี้ยมให้ผู้คนเสพย์ติดโรงพยาบาลจนสูญสิ้นศักยภาพที่จะดูแลตัวเองไปหมด สำหรับคุณนี่เป็นโอกาสดีแล้วที่จะหัดดูแลตัวเอง ถึงแฟนบล็อกหมอสันต์ท่านอื่นทุกท่านก็เถอะ วันหนึ่งเราจะต้องมาถึงตรงนี้ คือวันที่เราต้องดูแลตัวเองโดยที่คนอื่นเขาช่วยอะไรเราไม่ได้เลย

เวลาหมอเขาให้ออกจากโรงพยาบาลคุณอย่าไปโทษเขาเลย หมอเขามีหน้าที่ตัดสินใจว่าใครจะได้ประโยชน์จากเตียงโรงพยาบาลคุ้มค่าที่สุด การตัดสินใจตรงนี้มีหลักจริยธรรมแพทย์กำกับไว้ข้อหนึ่ง คือหลักยุติธรรม (Principle of justice) ว่าเมื่อจำเป็นต้องจัดสรรสิ่งที่มีอยู่จำกัดให้แก่คนไข้ แพทย์พึงยึดถือหลักยุติธรรม ไม่ลำเอียงด้วยอคติเช่นชาติ ศาสนา ความเชื่อ สีผิว เพศ ของคนไข้ สรุปว่าแพทย์เขาตัดสินใจของเขาดีแล้ว ส่วนเมื่อกลับบ้านแล้วคุณจะดูแลตัวเองอย่างไร นั่นเป็นปัญหาของคุณ

3. ถามว่าก่อนกลับบ้านขอตรวจไวรัสแพทย์ไม่ตรวจให้ ควรจะไปขอตรวจไวรัสที่รพ.เอกชนดีไหม ตอบว่าไม่ดีครับ การตรวจดูตัวไวรัสก่อนกลับบ้านไม่ใช่มาตรฐานการรักษาโรคโควิด เพราะงานวิจัยพบว่าคนป่วยโควิดที่รักษาหายแล้วมีจำนวนมากที่ยังตรวจพบไวรัสอยู่ในตัวได้นานหลังจากนั้นตั้งหลายเดือน ซึ่งวงการแพทย์ถือว่าเป็น “ซากของไวรัส” เพราะเมื่อพยายามเอาไวรัสที่ตรวจพบหลังป่วยไปเพาะเลี้ยงก็เลี้ยงไม่ขึ้น และเมื่อติดตามดูไปก็ไม่พบว่ามีใครเอาซากไวรัสนี้ไปติดคนอื่นได้ ดังนั้นการตรวจหาไวรัสก่อนออกจากรพ.นอกจากไม่จำเป็นแล้วยังไม่สมควรตรวจอีกต่างหาก เพราะตรวจไปก็ไลฟ์บอย ยังไงก็ต้องกลับบ้านอยู่ดี แถมได้โรคประสาทกลับบ้านมาด้วยหากผลตรวจพบว่ายังมีไวรัสอยู่แม้จะเป็นแค่ซากก็ตาม แล้วจะไปตรวจมันทำไม

4. ถามว่ารักษาโควิดเพิ่งได้ 14 วันและอาการไม่หมดดี จะเอาโควิดมาติดลูกเมียไหม ตอบว่างานวิจัยยังไม่เคยพบว่ามีผู้ป่วยรายไหนที่มีชีวิตรอดมาได้นานเกิน 6 วันนับจากวันที่มีอาการและได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโควิดแล้วจะเอาไวรัสในตัวเองไปติดคนอื่นได้ ดังนั้นจากสถิตนี้คุณพ้นหกวันอันตรายสำหรับลูกเมียมาแล้ว ให้คุณสบายใจได้ว่าคุณจะไม่เอาไวรัสไปติดพวกเขา แต่เนื่องจากโควิดเป็นโรคใหม่ที่ความรู้แพทย์อาจจะยังมีไม่ครบถ้วน ดังนั้นแม้กลับบ้านแล้วคุณก็สมควรใช้มาตรการป้องกันโรค สวมหน้ากาก อยู่ห่าง ล้างมือ ไว้ตลอดเวลาแม้จะอยู่ในบ้านตัวเอง

5. ถามว่าถ้าหายจากโควิดจริงแต่ยังทำไมไอและเหนื่อยหอบอยู่ อย่างนี้เขาเรียกว่าเป็นโรคอะไรอีกหรือเปล่า และต้องทำอย่างไรต่อไป ตอบว่าคนที่จบการรักษาโควิดในโรงพยาบาลกลับมาบ้านนานเกินหนึ่งเดือนไปแล้วแต่อาการยังไม่จบ คำวินิจฉัยทางแพทย์เขาเรียกรวมกันเป็นเข่งเดียวว่า “กลุ่มอาการที่เป็นผลตามหลังโรคโควิดช่วงเฉียบพลัน” หรือ post-acute sequelae of SARS-CoV-2 infection (PASC)

อาการที่ยังคงอยู่อาจเป็นอาการเก่าที่เคยเป็น หรืออาการเกิดขึ้นใหม่ก็ได้ เช่นหอบเหนื่อย หายใจลึกไม่ได้ เปลี้ยล้า เพลียง่าย สมองมึนงงสับสน ไอ เจ็บหน้าอก ปวดหัว ใจสั่น ใจเต้นเร็ว ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ เหน็บชา นอนไม่หลับ เป็นไข้ โหวงเหวงในหัว ทำกิจวัตรไม่ได้ เคลื่อนไหวไม่สะดวก จมูกไม่ได้กลิ่น กังวล ซึมเศร้า เป็นต้น อาการอาจเป็นอยู่นานหลายเดือนและอาจทำให้อวัยวะหลายอวัยวะทำงานผิดปกติไป

ณ ตอนนี้วงการแพทย์ยังมีแค่คำวินิจฉัย แต่ยังไม่รู้สาเหตุและยังไม่รู้วิธีรักษามันเลย การรักษา PASC ที่ดีที่สุดตอนนี้คือเฉยไว้ การขยันไปตรวจเพิ่มเติมก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นแถมยังมีแต่จะก่อความกังวล ศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐ (CDC) จึงแนะนำแค่ให้ดูแลตัวเองหรือรักษากับหมอประจำครอบครัวไปตามอาการ โดยไม่แนะนำให้สืบค้นรายละเอียดใดๆเลยใน 45 วันแรกแม้จะมีอาการมากอยู่ หรือใน 90 วันแรกหากไม่มีอาการแล้ว การใจร้อนตรวจในช่วงนี้ไม่มีประโยชน์ ถ้าเกิน 45 วันแล้วอาการยังมากค่อยกลับไปหาหมอที่โรงพยาบาลใหม่เพื่อวินิจฉัยแยกการติดเชื้อเบิ้ล (re-infection) ซึ่งเกิดขึ้นได้นานๆครั้ง

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม

  1. Korea Centers for Disease Control and Prevention. Findings from Investigation and Analysis of re-positive cases. Press Release May 19, 2020.

2. Cheng HW, Jian SW, Liu DP, Ng TC, Huang WT, Lin HH, et al. Contact Tracing Assessment of COVID-19 Transmission Dynamics in Taiwan and Risk at Different Exposure Periods Before and After Symptom Onset. JAMA Intern Med 2020 May 1; doi:10.1001/jamainternmed.2020.2020

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ยาลดน้ำหนักที่ FDA อนุมัติให้ใช้ในปี 2026

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

การโกนขนอวัยวะเพศ (pubic hair)

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2569 กับ 9 วิธีที่จะรู้ตัว

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว