ยาดาบิกาทรานไม่อาจแทนยาวาร์ฟารินกรณีใส่ลิ้นหัวใจเทียมได้

คุณหมอสันต์ครับ,
ผมอยากจะขอบคุณคุณหมอที่สอนแค้มป์เมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้ผมโฟกัสที่อาหารของตัวเองได้มากขึ้น ปัญหาคือผมรู้สึกว่าร่างกายของตััวเองไวต่อยา warfarin ที่ต้องกินหลังผ่าตัดใส่ลิ้นหัวใจเทียม (AVR) มากเกินไปโดยเฉพาะช่วงเที่ยงคืนผมรู้สึกคล้ายกับว่ายามีพีคขึ้นในกระแสเลือดหัวใจเต้นเร็วขึ้นจนผมต้องตื่น ผมรู้ว่ายาวาร์ฟารินไม่ได้มีผลข้างเคียงแบบนี้ แต่รู้สึกว่าตัวเองไวกับยานี้มาก จึงอยากมองหาทางเลือกอื่น ผมอยากจะลองทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นขมิ้นชัน กระเทียม หรือยาอะไรก็ได้ที่จะมาแทนวาร์ฟาริน

......................................

ตอบครับ

     วงการแพทย์ได้พยายามหายามาแทนวาร์ฟารินสำหรับผู้ป่วยที่ผ่าตัดใส่ลิ้นหัวใจเทียม (prosthetic valve) อย่างคุณนี้มานานแล้ว งานวิจัยที่เป็นความหวังมากคืองานวิจัยแบบสุ่มตัวอย่างแบ่งกลุ่มเปรียบเทียบการใช้ยา dabigatran (Pradaxa) เทียบกับยาวาร์ฟาริน ซึ่งตีพิิมพ์ในวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ แต่น่าเสียดายที่ผลวิจัยของยานี้พบว่ายาดาบิกาทรานไม่อาจแทนยาวาร์ฟารินได้ เพราะยาดาบิกาทรานทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดลิ้นหัวใจมากกว่า ซึ่งนั่นอาจจะเป็นเพราะการกำหนดขนาด (dose) ของยาดาบิกาทรานในงานวิจัยนี้ไม่เหมาะสมก็ได้ แต่ว่าคงจะไม่มีงานวิจัยทำนองนี้ออกมาอีกแล้วในห้าหรือสิบปีข้างหน้านี้ ผู้ป่วยที่ผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจแบบโลหะมาแล้วจึงคงจะต้องกินยาวาร์ฟารินต่อไปเพราะว่ามันเป็นยาที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้

     กรณีคุณไม่สบายใจว่าตััวเองไวต่อยามาก คุณอาจจะลดขนาดของยาลงให้ได้ค่าการแข็งตัวของเลือด (INR) มาอยู่ในระดับ 2.0 ก็พอ สมัยที่ยังทำผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจมากๆ ผมเคยทำวิจัยตามดูกลุ่มคน (คนไทย) จำนวน 200 คน ตามดู 5 ปี ซึ่งสรุปได้ว่ากรณีผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติกอย่างคุณนี้ การใช้ยาวาร์ฟารินขนาดต่ำให้ได้ INR อยู่ในระหว่าง 1.8-2.5 ก็มีอัตราเกิดลิ่มเลือดเกาะลิ้นหัวใจต่ำเช่นเดียวกับการรักษาระดับ INR ไว้ที่ระดับ 2.5-3.5 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล แต่ว่าการรักษาระดับ INR ต่่ำมีภาวะแทรกซ้อนจากเลือดออกน้อยกว่า อย่างไรก็ตามงานวิจัยของผมไม่ใช่การวิจัยแบบสุ่มตัวอย่างแบ่งกลุ่มเปรียบเทียบ และไม่ได้ตีพิมพ์ (สมัยนั้นผมทำวิจัยเพื่อขอตำแหน่งวิชาการ) แต่ข้อมูลนี้อาจทำให้คุณทดลองกับตัวเองได้หากคุณยอมรับความเสี่ยงของการเชื่อข้อมูลที่ไม่ใช่หลักฐานระดับสูง

    ส่วนการจะทดแทนวาร์ฟารินด้วยสมุนไพรหรือพืชใดๆนั้น ผมไม่แนะนำให้ทำเด็ดขาด เพราะไม่มีหลักฐานวิทยาศาสตร์แม้แต่ชิ้นเดียวสนับสนุนให้ทำเช่นนั้น

    ที่พูดกันมาทั้งหมดนี้หมายถึงลิ้นหัวใจชนิดโลหะ (prosthetic valve) เท่านั้นนะ ไม่รวมถึงลิ้นหัวใจชนิดเนื้อเยื่อ (bioprosthesis) ซึ่งมีอุบัติการณ์เกิดลิ่มเลือดเกาะลิ้นต่ำมากจนไม่จำเป็นต้องใช้ยากันเลือดแข็งใดๆในระยะยาว

     อีกประการหนึ่ง สิ่งซึ่งอาจจะช่วยคุณได้ ซึ่งมันอาจจะไม่เกี่ยวกับยากันเลือดแข็งเลย มีสองประเด็น คือ

     ประเด็นที่ 1. ก็คือการฝึกทัศนคติยอมรับ (acceptance) และยอมแพ้ (surrender) คือฝึกทำใจยอมรับทุกอย่างที่มีอยู่และที่เป็นอยู่ ณ ขณะนี้ ตอนนี้ในหัวใจของเรามีลิ้นหัวใจเทียมอยู่ เรายอมรับ ตอนนี้ในร่างกายเรามียากันเลือดแข็งอยู่ เรายอมรับ อะไรจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นเพราะสองตัวนี้ เรายอมรับ สรุปว่ายอมรับหมด ไม่ต้องไปเสาะหาอะไรมาทดแทนสิ่งที่มีอยู่อีกแล้ว คิดเสียว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเรามันเป็นการประชุมแห่งเหตุ ไม่ใช่เป็นเพราะเราทำเท่านั้น การกระทำของเรามีผลก็จริง แต่ก็เป็นเหตุเล็กๆเหตุหนึ่ง เหตุอื่นอีกมากไม่เกี่ยวกับเรา มันก็ยังชักนำให้เกิดอะไรต่อมิอะไรขึ้นในชีวิตเราได้ ดังนั้น อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด

   ประเด็นที่ 2. ก็คือการเลิกสำคัญผิดว่าความเป็นบุคคลนี้หรือร่างกายนี้เป็นตัว "ฉัน" คือการทำความเข้าใจให้ชัวร์ๆก่อนว่า "ฉันเป็นใคร" กล่าวคือชีวิตประกอบด้วยสามส่วน คือ (1) ร่างกาย (2) ความเป็นบุคคลนี้ (หรือความคิดนั่นเอง) และ (3) จิตสำนึกรับรู้หรือความรู้ตัว ทั้งสามส่วนนี้ ร่างกายก็ดี ความคิดหรืือความเป็นบุคคลคนนี้ก็ดี ล้วนไม่ใช "ฉัน" ตัวจริง ฉันตัวจริงคือจิตสำนึกรับรู้หรือความรู้ตัว ให้คุณถอยไปอยู่กับฉันตัวจริง วางความสำคัญผิดว่าร่างกายนี้ความเป็นบุคคลนี้เป็น "ฉัน" ไปเสีย แล้วคุณจะสงบเย็นมากขึ้นและอาทรร้อนใจกับจินตนาการว่าจะเกิดนั่นเกิดนี่ขึ้้นกับร่างกายนี้และความเป็นบุคคลนี้น้อยลง

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม

1. Eikelboom JW, Connolly SJ, Brueckmann M, et al. ; for the RE-ALIGN Investigators. Dabigatran versus warfarin in patients with mechanical heart valves. N Engl J Med. 2013;369:1206–1214

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ยาลดน้ำหนักที่ FDA อนุมัติให้ใช้ในปี 2026

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren

การโกนขนอวัยวะเพศ (pubic hair)

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2569 กับ 9 วิธีที่จะรู้ตัว

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว