จะหย่าดี ไม่หย่าดี


เรียนคุณหมอสันต์ที่เคารพ
ผมมีปัญหา ได้เสาะหาความช่วยเหลือมาหลายทางแล้วไม่เป็นผล ทั้งญาติ พี่น้อง เพื่อน และจิตแพทย์ อันที่จริงผมจบมอ.รุ่นหลังคุณหมอ ผมจบวิทยาการจัดการ ปัญหาของผมเป็นปัญหาครอบครัว ผมกับภรรยาแต่งงานกันทันทีที่เราเรียนจบ มีลูกสาวหนึ่งคน อายุ 4 ขวบ หมอบอกว่าลูกของเราเป็นโรค ASD แต่นั่นไม่ใช่ตัวปัญหา แต่ตัวปัญหาคือผมกับภรรยาได้ตัดสินใจที่จะหย่ากัน แต่ไม่อาจสรุปเรื่องลูกได้ ผมประเมินว่าภรรยาเขาจะดูลูกไม่ได้ จึงอยากจะเอาลูกมาดูแลเอง โดยให้พ่อแม่ผมช่วยดู แต่ภรรยาเธอก็ไม่ยอม แต่คุณหมอครับ คนเราอยู่กันมาตั้งห้าปีย่อมจะดูกันออกว่าเขาจะรับผิดชอบอะไรได้แค่ไหน ถ้าเธอเป็นคนมีความรับผิดชอบ ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็คงไม่ลงท้ายอย่างนี้ เรื่องการหย่ากันผมตัดใจได้ แต่การให้ลูกไปอยู่กับเขาผมตัดใจไม่ได้ เพราะลูกไม่ใช่เด็กปกติ ผมเชื่อว่าเธอไม่ได้มีเจตนาห่วงใยลูก แต่จะใช้ลูกเป็นเครื่องมือมากกว่า ผมคิดซ้ำซากจนกลายเป็นโรคนอนไม่หลับและกินยาซึมเศร้า ลังเลว่าจะเดินหน้าหรือถอยหลังดี ผมอ่านบทความของคุณหมอเรื่องความซึมเศร้าเรื้อรังแล้วพยายามนำไปปฏิบัติ มันก็ช่วยผมได้ระดับหนึ่ง แต่อย่างไรเสียผมก็ต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง จึงเกิดความคิดว่าคุณหมอเป็นมอ.รุ่นพี่ แม้จะคนละคณะ แต่ก็อาจช่วยผมได้
เคารพคุณหมอ
.................................................

ตอบครับ

      “..โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์แต่งงานกับจำเลยแล้วชีวิตสมรสมีอุปสรรค มีความยากลำบากระดับหนึ่งแล้วเนื่องจากลูกป่วยเป็นโรคออติสติก ต่อมาโจทก์และจำเลยตัดสินใจหย่ากันโดยโจทก์ขอเป็นผู้ดูแลบุตรเนื่องจากบุตรเป็นคนป่วยที่ต้องการการดูแลพิเศษ แต่จำเลยเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถเพราะเป็นคนไม่รับผิดชอบและชอบใช้ลูกเป็นเครื่องมือ โจทก์ขอให้ศาลสั่งให้โจทก์เป็นผู้พิทักษ์คุ้มครองบุตรแต่ผู้เดียว..”

      ถ้าผมเป็นตุลาการ เมื่อได้อ่านคำฟ้องอย่างนี้แล้ว ผมก็จะอนุมานเรื่องราวขึ้นมาใหม่ โดยเอาข้อมูลจากจากเหตุการณ์แวดล้อม (circumstantial evidence) มาปะติดปะต่อกัน หมายความว่าผมสกัดเอา “ระหว่างบรรทัด” ที่คุณเขียนมา แล้วสรุปข้อเท็จจริงออกมาได้ว่า

1.    ภรรยาทำอะไรสักอย่างผิด (รายละเอียดผมยังไม่รู้ว่าทำอะไร)
2.    คุณไม่ให้อภัย
3.    คุณตัดสินใจหย่า
4.    คุณต้องการเอาลูกมาดู ไม่ให้ภรรยามายุ่ง เพราะคุณเชื่อว่าภรรยาเป็นคนไม่ดี และไม่ได้รักลูกจริง
5.    ภรรยาอาจจะยังไม่อยากหย่า (ตรงนี้ยังไม่ใช่ข้อเท็จจริง แต่เป็นข้อสันนิษฐานของผมเองจากการที่คุณบอกว่าเธอใช้ลูกเป็นเครื่องมือ)

     แล้วคุณลองเดาซิ เมื่อข้อเท็จจริงเป็นอย่างนี้ ตุลาการที่ดีจะจัดการคดีนี้อย่างไร คุณคงเดาออกใช่ไหมครับ

     คำแนะนำของผมมีคำเดียว คือ “ให้อภัย” แล้วความทุกข์จากความโลเลในใจว่าจะเอายังงั้นดีไหม เอายังงี้ดีไหม ก็จะหายไปเป็นปลิดทิ้ง คนเราทุกคนมันก็ต้องมีด้านดีบ้างด้านเลวบ้าง ลองมองอีกด้านหนึ่งสิครับ สมัยเรียนหนังสือเขาเป็นเจ้าหญิงของเรานะ เขาเป็นคู่ชีวิตที่ต่อสู้ฟันฝ่าความเจ็บปวดของการมีลูกพิการมาด้วยกันกับเราอย่างยากลำบาก บนเส้นทางที่ขรุขระขนาดนี้ถ้าเขาจะพลั้งเผลอไปหาทางออกที่ไม่เข้าท่าบ้างก็ช่างเขาเถอะ กลับไปตั้งต้นตรงจุดที่ทุกอย่างมันยังดีอยู่ แล้วเริ่มมันใหม่จากตรงนั้นดีกว่า อย่าไปยึดมั่นกับความคาดหวังหรือความเชื่อไร้สาระใดๆเลย ช่างมันเถอะ มาดีกันดีกว่า เดี๋ยวอีกไม่นานก็ตายจากกันแล้ว    

“..ร่ม ศรีตรัง ยังเพรียก ร่ำเรียกหา
ลูก สงขลา นครินทร์ อยู่ถิ่นไหน
แม้ ห่างกัน พันแสนด้าวแดนไกล
มอบ ดวงใจ ไว้ที่ ร่มศรีตรัง..”

     เพลงไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหรอกครับ แหะ..แหะ
     เพียงแต่อ่านจะหมายของรุ่นน้องแล้วก็เกิดคิดถึงโรงเรียนเก่า..ซะงั้น

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์ 

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ยาลดน้ำหนักที่ FDA อนุมัติให้ใช้ในปี 2026

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren

การโกนขนอวัยวะเพศ (pubic hair)

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2569 กับ 9 วิธีที่จะรู้ตัว

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว