USDA guidelines 2025-2030 คำแนะนำโภชนาการฉบับใหม่ของอเมริกา

"สนามหน้าบ้าน" สีอะคริลิกบนผ้าใบ 40x40


    กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญให้เป็นผู้แนะนำประชาชนว่าอะไรควรกินอะไรไม่ควรกิน ได้ออกคำแนะนำฉบับใหม่เพื่อใช้ในห้าปีข้างหน้า เรียกว่า USD 2025-2030 Guidelines ซึ่งออกมายังไม่ทันข้ามวันก็ดังระเบิดซะแล้ว ผู้คนต่างเอะอะเอ็ดตะโรว่า

    "เฮ้ย..ย อะไรกันวะ จะบ้าเรอะ ทำปิรามิดกลับหัวจากของเก่า เอาอาหารมาคลุกกันสุนอ๊ะสุนอาน แถมเอาเนื้อวัวชิ้นบะเล่งไปไว้ข้างบนแปลว่าให้กินเนื้อวัวและของมันๆแยะๆเรอะ แล้วเอาขนมปังโฮลวีตซึ่งเป็นตัวแทนของธัญพืชไม่ขัดสีไปซุกไว้ข้างล่างแปลว่าให้กินน้อยๆหรือจะให้เป็นโลว์คาร์บหรือคีโตกันหมดรึไง แล้วอีกอย่างหนึ่งคนรักชอบถั่วเขาก็พากันมองหาถั่วก็มองไม่เห็นเลย นี่จะให้เลิกกินถั่วมากินแต่เนื้อวัวหรือครับ"

    หิ หิ อย่าเพิ่งตื่นเต้ลไป หมอสันต์อ่านคำแนะนำแล้วก็ได้แต่อมยิ้ม โธ่ เขารู้กันมาตั้งนานแล้วละลุ้ง ว่าบอร์ดใหญ่ของ USDA นั้นเป็นที่นั่งของเจ้าสัวขายเนื้อ นม ไข่ เกือบเต็มคณะ (ก็เขาคือกระทรวงเกษตรนะ..อย่าลืม) ถ้าคุณจะหวังให้เขาออกคำแนะนำกินลดการกินเนื้อสัตว์ คุณนั่นแหละจะบ้า

    แล้วอีกอย่างหนึ่งในวงวิชาการแพทย์เขาก็รู้กันทั่วว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญสหรัฐฯระบุว่าการออกคำแนะนำต้องฟังความเห็นและหลักฐานของคณะกรรมการวิทยาศาสตร์ (USDA Scientific Committee) ดั้งนั้นการออกคำแนะนำมันจึงต้องมีสองก๊อก คือก๊อกแรกคณะกรรมการวิทยาศาสตร์ต้องเป็นผู้ยกร่างคำแนะนำขึ้นมาก่อนโดยเสนอหลักฐานอ้างอิงประกอบ แล้วก๊อกสองคณะเจ้าสัวขายเนื้อนมไข่ในกรรมการชุดใหญ่จึงจะเอาไปปรับให้เข้ากับโลกของความเป็นจริงแล้วออกมาเป็นคำแนะนำฉบับเผยแพร่จริง แล้วมันก็แน่เสียยิ่งกว่าแช่แป้งมาทุกยุคทุกสมัยว่าคณะกรรมการวิทยาศาสตร์ชี้ไปทาง แต่คณะเจ้าสัวออกคำแนะนำก็ไปอีกทาง..ซะงั้น

    ดังนั้นสิ่งแรกที่ผมทำเมื่อทราบข่าวว่าคำแนะนำใหม่ออกมาแล้วก็คือผมเข้าไปอ่านคำแนะนำของคณะกรรมการวิทยาศาสตร์ก่อน สมัยก่อนผมต้องอาศัยเส้นที่มีเพื่อนอยู่ในคณะจึงจะแอบอ่านได้ แต่สม้ยนี้เขาวางโต้งๆไว้บนอินเตอร์เน็ทเลย หากท่านอยากรู้ว่าเขาว่ายังไงแต่ขี้เกียจอ่านท่านใช้วิธีเดาเอาแบบง่ายๆก็ได้ว่าในเรื่องที่จะทำให้ขายเนื้อขายนมไม่ได้ถ้าคณะกรรมการวิทยาศาสตร์ว่าอย่างไรคณะใหญ่ก็จะว่าตรงกันข้าม เดาแบบนี้ผมว่ามักไม่ค่อยผิดเท่าไหร่หรอก หิ หิ

    ยกตัวอย่างเช่น ประเด็นแฟนๆของถั่วเรียกร้องทำไมโปรโมทโปรตีนว่ามีแต่เนื้อนมไข่ แล้วถั่วหายไปไหน ในรายงานของคณะกรรมการวิทยาศาสตร์เขาได้แนะนำว่า 

    "..แนะนำให้ย้ายถั่วออกจากกลุ่มพืชผักมาอยู่ในกลุ่มอาหารโปรตีน เพื่อให้สอดคล้องกับหลักฐานที่บ่งชี้ว่าควรกินโปรตีนจากแหล่งที่เป็นพืชมากขึ้น 

    ..เสนอให้เรียงลำดับความดีของอาหารโปรตีนเสียใหม่จากดีมากไปหาดีน้อยโดยเรียงให้ถั่วอยู่ลำดับสูงสุด ตามมาด้วยนัท ตามมาด้วยเมล็ดพืชและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ตามมาด้วยอาหารทะเล แล้วให้เนื้อ สัตว์ปีก และไข่ ลงมาอยู่ลำดับต่ำสุด"

       "..การสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างรูปแบบการกินกับการมีสุขภาพดีพบว่ารูปแบบการกินที่ทำให้สุขภาพดีคือกิน 1. ผัก 2.ผลไม้ 3. ถั่ว 4. นัท 5. ธัญพืชไม่ขัดสี 6. ปลาและอาหารทะเล 7. น้ำมันพืชที่มีส่วนของไขมันไม่อิ่มตัวสูง 

    ขณะเดียวกันก็ลดการกิน 1. เนื้อของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม(red meat) 2. เนื้อที่ผ่านการอบบ่ม (processed meat) 3. อาหารและเครื่องดื่มที่ใส่น้ำตาลเพิ่ม (added sugar) 5. ธัญพืชขัดสี.."

    และอีกหน้าเมื่อพูดถึงรูปแบบการกิน (Eating Pattern) คณะกรรมการวิทยาศาสตร์แนะนำว่า

    "..แนะนำ ให้ใช้รูปแบบการกินเพื่อสุขภาพดีแบบที่คุณถนัด (Eat Healthy Your Way)" โดยเน้นเพิ่มการกินถั่วให้มากขึ้น และลดการกินเนื้อของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและเนื้อที่ผ่านการอบบ่มให้น้อยลง..
        อนึ่ง ในเรื่องรูปแบบการกินอาหารสุขภาพแบบอเมริกันนี้ (Health American Diet) หลักฐานบ่งชี้ว่าควรปรับสัดส่วนของอาหารสุขภาพอเมริกันเสียใหม่โดย (1) ลดพืชผักที่มีแป้งมากแล้วทดแทนด้วยถั่ว (2) ลดปริมาณโปรตีนรวมในอาหารลงโดยการลดเนื้อสัตว์ สัตว์ปีก และไข่" 

      เออ ทั้งหมดนี้มันก็เป็นภาษาคนที่ชัดดีแล้วนะ แต่คณะเจ้าสัวเขาใช้สิทธิตามกฎหมายปรับเสียใหม่ให้มันสอดคล้องกับชีวิตจริงตามแบบของเขาอะ มีอะไรแมะ หิ หิ 
 
       อีกตัวอย่างหนึ่ง ในประเด็นที่แฟนๆสายเฮลท์ (ฝรั่ง) บางกลุ่มร้องเรียนว่าทำไมโปรโมทให้กินไขมันมากแถมโปรโมทไขมันจากเนื้อสัตว์อีกด้วย เรื่องนี้คณะกรรมการวิทยาศาสตร์เขาก็ได้แนะนำไว้แล้วว่า

    "..หลักฐานใหม่ตอกย้ำยืนยันตามหลักฐานเก่าว่าควรจำกัดไขมันอิ่มตัวไว้ไม่เกิน 10% ของแคลอรี่ทั้งหมดต่อวันโดยเปลี่ยนไปกินไขมันไม่อิ่มตัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนแทน 
    อนึ่ง หลักฐานพบว่าเมื่อทดแทนเนย เนื้อของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นมวัว ด้วยอาหารจากพืชเช่น ถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี ผัก หรือไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดียวและเชิงซ้อน จะยังผลให้ความเสี่ยงของโรคหัวใจหลอดเลือดลง แต่หากทดแทนด้วยแหล่งไขมันจากเนื้อสัตว์ด้วยกันแม้จะมีไขมันอิ่มตัวต่ำกว่าก็ไม่อาจลดความเสี่ยงลงได้ จึงแนะนำให้ทดแทนไขมันอิ่มตัวจากสัตว์ด้วยไขมันไม่อิ่มตัวจากพืชและเส้นใยอาหารแทนการทดแทนด้วยแหล่งจากสัตว์ด้วยกัน

    ขณะเดียวกันก็ได้พบหลักฐานสนับสนุนว่าควรทดแทนไขมันอิ่มตัวจากพืชเช่นน้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว ด้วยน้ำมันพืชชนิดไม่อิ่มตัวด้วย"

    นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเขียนบทความชี้ให้เห็นถึงการไปคนละทางของกรรมการวิทยาศาสตร์กับคณะผู้ออกคำแนะนำโภชนาการของ USDA เมื่อห้าปีที่แล้วผมก็เขียนคล้ายแบบนี้ทีหนึ่งแล้ว อีกห้าปีข้างหน้าถ้าผมยังอยู่ ก็คงมีเรื่องแบบนี้มาให้เขียนอีกนะแหละ แฟนบล็อกหมอสันต์คงต้องใช้ดุลพินิจในการอ่านคำแนะนำของ USDA เอาเอง ทั้งนี้อย่าลืมว่าในบรรดาประเทศรวยๆด้วยกัน 20 ประเทศในโลกนี้ ประเทศสหรัฐฯผู้คนมีสุขภาพแย่ที่สุดเสียเงินดูแลสุขภาพมากที่สุดและอายุเฉลี่ยสั้นที่สุด ดังนั้นอย่าไปเอานิยายกับคำแนะนำของ USDA มากเกินไป ให้หาข้อมูลจากหลายๆประเทศมาคิดสะระตะสรุปสาระเอาเองว่าอะไรดีที่สุดสำหรับตัวท่านจะเวอร์คมากกว่า

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์ 

บรรณานุกรม

1. 2025 Dietary Guidelines Advisory Committee. 2024. Scientific Report of the 2025 Dietary Guidelines  dvisory Committee: Advisory Report to the Secretary of Health and Human Services and Secretary of Agriculture. U.S. Department of Health and Human Services. https://doi.org/10.52570/DGAC2025    

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

แจ้งข่าวด่วน หมอสันต์ตัวปลอมกำลังระบาดหนัก

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ทะเลาะกันเรื่องฝุ่น PM 2.5 บ้าจี้ เพ้อเจ้อ หรือว่าไม่รับผิดชอบ

เจ็ดใครหนอ

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

เลิกเสียทีได้ไหม ชีวิตที่ต้องมีอะไรมาจ่อคิวต่อรอให้ทำอยู่ตลอดเวลา

ไปเที่ยวเมืองจีนขึ้นที่สูงแล้วกลับมาป่วยยาว (โรค HAPE)

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)