ถ้าผ่าใจของเรานี้ออกเป็นส่วนๆ เราจะเห็นอะไรบ้าง

"เรือพาผู้โดยสารไปเกาะหมาก จันทบุรี"
สีอะคริลิกบนผ้าใบ 30x40 ซม.


คุณหมอสันต์คะ

หนูอยากเอาใจของหนูมาผ่าดูว่าข้างในมันมีอะไรบ้าง ทำไมหนูจึงไม่มีความสุขสักที หนูไปพบจิตแพทย์มาแล้ว 3 คน คนหนึ่งว่าหนูเป็นโรคซึมเศร้า อีกคนหนึ่งว่าหนูเป็นโรค OCD อีกคนหนึ่งว่าหนูเป็นโรคสมาธิสั้น ASD (หนูอายุ 38 แล้ว) หนูไม่เข้าใจว่าจิตแพทย์เขามีวิธีผ่าใจของหนูดูอย่างไร ทำไมได้ข้อสรุปไม่เหมือนกัน หนูขอให้คุณหมออธิบายหน่อยว่าใจของเรานี้หากเราผ่ามันออกมาดูมันมีอะไรข้างในบ้าง

.............................

ตอบครับ

    1. ถามว่าถ้าผ่าใจของเราออกมาดู เราจะเห็นอะไรบ้าง หิ หิ นี่คุณเข้าใจผิดว่าหมอสันต์เป็นหมอผ่าตัดหัวใจคงจะผ่าดูใจของคุณได้ด้วยงั้นรึเปล่า ตอบว่าผมไม่รู้ เพราะผมเคยแต่ผ่าหัวใจ แต่ไม่เคยผ่าใจใครดูเลย 

    2. ถามว่าจิตแพทย์เขามีวิธีผ่าใจคนป่วยดูอย่างไร เออ อันนี้ผมพอตอบได้นะ เพราะหลักวิชาจิตเวชศาสตร์เป็นสาขาหนึ่งของหลักวิชาแพทย์แผนปัจจุบัน ผมพอจะเล่าให้คุณฟังในฐานะแพทย์คนหนึ่งได้ว่าจิตแพทย์เขาจะมองใจของคนออกไปจาก 3 มุม คือ

    มุมที่ 1. มุมของชีว-จิตวิทยาและสังคม (bio-psycho-social model) หมายความว่าใจไม่ใช่เกาะโดดเดี่ยวอยู่กลางน้ำในมหาสมุทร การจะผ่าใจใครดูมันต้องดูบริบทแวดล้อมด้วย ตั้งแต่ (1) พันธุกรรม (2) นิสัยหรือกลไกทางจิตวิทยาที่ใช้รับมือกับประสบการณ์ต่าง (3) สังคมรอบตัว  

    มุมที่ 2. การส่องจิต (mental status exam - MSE) อุปมาเหมือนหมอเม็ด (Med) เอ็กซเรย์ดูร่างกาย การส่องจิตก็เป็นการเอ็กซเรย์ดูใจ ซึ่งนักจิตรุ่นใหม่ชอบจำวิธีทำเป็นคำย่อว่า ASEPTIC ซึ่งแตกลูกออกเป็นดังนี้ 

1. Appearance แปลว่าดูโหงวเฮ้งหรือการปรากฎตัวของผู้ป่วยที่เห็นได้ด้วยตา 

2. Speech คือเอาจากคำพูดคำจา การใช้ภาษา 

3. Emotion คือดูพื้นฐานอารมณ์ในช่วงเวลาน้้น (mood) และการแสดงออกของอารมณ์ที่ ณ เดี๋ยวนั้นทางสีหน้าแววตาท่าทาง (affect) 

4. Perception คือประเมินการรับรู้สิ่งเร้าผ่านอายาตนะ (มีภาพหลอนเสียงหลอนหรือเปล่า)  

5. Thought คือประเมินความคิด ซึ่งต้องประเมินในสองประเด็นคือ (1) สาระ (content) และ (2) กระบวนการหรือวิธีคิด (process) เช่นคิดแบบมีตรรกะดีนั่นก็แบบหนึ่ง คิดลอยฟุ้งจากเรื่องนั้นไปเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกันเลยนั่นก็อีกแบบหนึ่ง  

6. Insight คือประเมินความรู้ตัว หมายความว่ารู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวเองกำลังเป็นบ้าอยู่ เป็นต้น 

7.  Cognition อันนี้คือประเมินเชาวน์ปัญญา ซึ่งรวมไปถึง ความจำ สมาธิ การรู้เหนือรู้ใต้ รู้วันเวลา สถานที่บุคคล   

    มุมที่ 3. การสนทนาเพื่อมุ่งรักษา (Therapeutic Interview)  ซึ่งเป็นเรื่องของการใช้เท็คนิกลูกเล่นแอบสังเกต ยิงคำถาม ตั้งใจฟังคำตอบ แล้วเอาข้อมูลทั้งหมดมาเทียบกับโผในทะเบียนความบ้าห้าร้อยจำพวก (DSM-5-TR) ก่อนที่จะวินิจฉัยออกมาว่าผู้ป่วยคนนี้เป็นคนบ้าประเภทไหน ซึ่งในโผนั้นมันจะบอกเองว่าจะรักษากันต่อไปยังไง

    ส่วนที่คุณตั้งข้อสงสัยว่าทำไมจิตแพทย์สามคนวินิจฉัยได้สามโรค ตอบว่านั่นคือการยืนยันว่าคุณได้ไปพบจิตแพทย์ตัวจริงทั้งสามคน ไม่ใช่หุ่นยนต์ เพราะการวินิจฉัยโรคใช้ดุลพินิจ และคนหนึ่งคนก็คือหนึ่งดุลพินิจ

สูตรส่องใจตัวเองของหมอสันต์

    วันนี้เราขอคุยกันให้แคบเข้ามาเรื่องที่คุณถามมาเรื่องเดียวนะ คือเรื่องการส่องจิต หรือผ่าจิต หรือผ่าใจคือนอกจากสูตรสำเร็จของจิตแพทย์และนักจิตบำบัดแล้ว หมอสันต์ขอแนะนำสูตร "ส่องใจตัวเอง" ที่ไม่ใช่หลักวิชาแพทย์ เป็นสูตรมั่วของหมอสันต์คิดขึ้นมาเองที่คุณเอาไปใช้เองได้เลย ดังนี้

    คำว่า "ใจ" ก็คือประสบการณ์ของการรับรู้และสนองตอบต่อสิ่งเร้าของเรา มันเกิดขึ้นทีละช็อต ทีละช็อต คุณอย่าไปมองว่าใจของคุณนี้มันเป็นตัวเดียวอันเดียว แต่ให้มองว่ามันประกอบขึ้นมาจากหลายส่วน ประมาณนี้ คือ

    1. ความรู้จักคิด จะเรียกว่าปัญญาหรือความฉลาดก็ได้กระมัง ผมหมายถึงการรู้จักคิดด้วยเหตุผลและตรรกะอย่างแยบยล อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ซึ่งทุกคนมีความสามารถนี้อยู่แล้วมากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไป 

    2. ความบ้าตัวตน หมายความว่าคนเราทุกคนมี "ตัวตน" ว่าเราเป็นบุคคลคนหนึ่งชี่อนี้ นามสกุลนี้ เพศนี้ เชื้อชาตินี้ พูดภาษานี้ มีคุณธรรมประจำใจอย่างนี้ มีทรัพย์สมบัติคุณสมบัติติดตัวดังต่อไปนี้ เป็นต้น แล้วเราก็บ้าตัวตนกันทุกคน มากบ้างน้อยบ้าง

    3. ความจำ ไม่ได้แค่สิ่งที่เราเรียนรู้จดจำมาตั้งแต่วัยเด็ก แต่หมายความรวมไปถึงสิ่งที่พ่อแม่ให้มาซึ่งฝังอยู่ในเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายเรา อย่างเช่นที่ผมเคยเล่าว่าลูกสาวของคนที่ชอบฝันว่าผีมาบีบคอพอโตขึ้นก็ชอบฝันว่าผีมาบีบคอไปด้วยโดยคุณแม่ไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง หรือคนไข้ผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจได้หัวใจจากคนสูบบุหรี่ก็เกิดชอบบุหรี่ขึ้นมา เป็นต้น

    4. ความรู้สึก อันนี้มันเป็นภาคพลังงาน ที่โผล่ขึ้นมาในใจในรูปของอารมณ์ ความรู้สึก ความกระดี๊กระด๊า ถ้ามันถดถอยก็เป็นความซึมเศร้า ความรู้สึกมักมาโดยไม่เกี่ยวอะไรกับเนื้อหาของความคิดในขณะนั้น ผมจึงจัดเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหากของใจ

    5. ความรู้ตัว ตัวนี้บางคนก็เรียกว่าธาตุรู้ มันเป็น (1) ความตื่น ก็คือไม่หลับ (2) ความสามารถรับรู้ รู้ว่าเรากำลังมีชีวิตอยู่ รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในใจ (3) ความสงบ ความเงียบ ความว่างเปล่า ไม่อินังขังขอบไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับอะไรทั้งสิ้นแม้กระทั่งกับตัวตนของเราเองที่เรากำลังบ้าอยู่

    วิธีส่องใจตัวเองของหมอสันต์ ก็คือต้องไปปักหลักอยู่ที่ความรู้ตัว อาจจะเริ่มด้วยการหาโอกาสเงียบๆว่างๆนั่งอยู่ในความเงียบไม่คิดอะไร แค่รู้ตัวอยู่ นั่นแหละ ไปอยู่ตรงนั้นได้สำเร็จก็เริ่มส่องใจได้แล้ว จากนั้นก็คอยสังเกตดูว่าจะมีอะไรโผล่ขึ้นมาในใจ ถ้าความคิดโผล่ขึ้นมาก็รู้ว่าคิด ถ้าอารมณ์ความรู้สึกโผล่ขึ้นมาก็รู้ว่ามีอารมณ์ แค่รับรู้และสังเกตดูมันไป ทุกประสบการณ์ในใจมันมาแล้วมันก็ไป ถ้ารู้แบบอัตโนม้ติทันทีว่ามันมาจากไหนก็ดีแล้วแต่แค่รู้แล้วเฉยเสีย ถ้าไม่รู้ว่ามันมาจากไหนก็แค่รู้ว่ามันมาแล้วก็เฉยเสียไม่ต้องไปสืบโคตรเหง้าศักราช อย่าไปวิเคราะห์ใจตัวเองแบบจิตแพทย์ ผมหมายความว่าไม่ต้องไปวิเคราะห์ความคิดที่เกิดขึ้นว่าความคิดนี้ content มันเป็นเรื่องอะไร process หรือกระบวนการคิดแบบนี้มันเป็นการคิดแบบมีตรรกะต่อเนื่องดีหรือเป็นการคิดแบบฟุ้งสร้านเลื่อนลอยกระโดดไปกระโดดมา ไม่ต้องเลย ถ้าไปวิเคราะห์แบบนั้นจะได้กลายเป็นผู้ป่วยของจิตแพทย์ตัวจริงไปจริงๆในที่สุด แม้แต่จะวิเคราะห์ว่านี่เป็นความคิดชนิด "บ้าตัวตน" หรือชนิด "รู้จักคิด" ก็ไม่ต้อง แค่คิดแล้วรู้ตัวว่าคิด..พอแล้ว

    วิธีส่องใจตัวเองของหมอสันต์ทุกคนทำได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่มีเสีย มีแต่ได้ คือได้ความสุข ได้ความสงบเย็น ถ้าส่องเก่งในที่สุดจะได้รู้จักใจตัวเองยามที่มันปลอดจากการล่อหลอกของความรู้จักคิด ของความบ้าตัวตน ของความจำ และของความรู้สึก ว่าความรู้ตัวซึ่งเป็นส่วนลึกที่สุดของใจนี้มันช่างเป็นอะไรที่นอกจากจะสว่างและสงบแล้วยังมีความน่าพิศวงที่บรรยายไม่ถูกสุดพรรณา

    ไม่เชื่อลองส่องใจตัวเองดูสิครับ

    นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

แจ้งข่าวด่วน หมอสันต์ตัวปลอมกำลังระบาดหนัก

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ทะเลาะกันเรื่องฝุ่น PM 2.5 บ้าจี้ เพ้อเจ้อ หรือว่าไม่รับผิดชอบ

เจ็ดใครหนอ

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

เลิกเสียทีได้ไหม ชีวิตที่ต้องมีอะไรมาจ่อคิวต่อรอให้ทำอยู่ตลอดเวลา

ไปเที่ยวเมืองจีนขึ้นที่สูงแล้วกลับมาป่วยยาว (โรค HAPE)

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)