The Twin Study งานวิจัยเปรียบเทียบอาหารสุขภาพสองแบบกับการเป็นโรคเรื้อรังและมีอายุยืน

เรือนริมน้ำที่ท่าเรือไปเกาะหมาก จันทบุรี
สีอะคริลิกบนผ้าใบ 40x30 ซม.


เรียนคุณหมอสันต์ที่เคารพ

ผมมีสิ่งที่คุณหมอเรียกว่าความผิดปกติของการเผาผลาญครบถ้วน คือไขมันสูง ไขมันแทรกตับ อ้วน และน้ำตาลสูง 128 ได้เริ่มดูแลตัวเองตามคำแนะนำของคุณหมอมาแล้วหลายเดือนคือกินพืชมากขึ้น ตอนนี้เกิดความสงสัยว่าระหว่างการที่เรากินเนื้อสัตว์อยู่แต่กินพืชมากขึ้น กับการที่เรางดเนื้อสัตว์ไปเลย 100% แบบกินอาหารเจ มันจะมีความแตกต่างกันไหม เคยมีงานวิจัยเปรียบเทียบในแง่นี้ไหมครับ

...............................................

ตอบครับ

    งานวิจัยระดับสุ่มตัวอย่างแบ่งกลุ่มเปรียบเทียบระหว่างอาหารสุขภาพที่มีเนื้อสัตว์อยู่ด้วย กับอาหารสุขภาพแบบไม่มีเนื้อสัตว์เลย เท่าที่ผมทราบมีงานวิจัยเดียวชื่อ The Twin Study ทำที่มหาลัยสะแตนฟอร์ด ตีพิมพ์ไว้ในวารสาร JAMA เป็นงานวิจัยขนาดเล็ก ทำในระยะสั้นๆ แต่ออกแบบงานวิจัยอย่างดี ควบคุมอย่างดี คือเขาเอาฝาแฝดแบบไข่ใบเดียวกันซึ่งมีรหัสพันธุกรรมเหมือนกันทุกประการมายี่สิบกว่าคู่ แต่ละคู่เอามาจับฉลากแบ่งไปอยู่คนละข้าง คือ

    ข้างที่ 1.  ให้กินอาหารสุขภาพแบบมีเนื้อสัตว์อยู่ด้วย (Healthy omnivore diet) คือห้ามกินอาหารจั๊งเช่นฟาสต์ฟูด น้ำตาล แป้งขัดสี ให้กินแต่อาหารสุขภาพที่มีผักผลไม้ธัญพืชไม่ขัดสี แต่ไฮไลท์คือบังคับให้กินนมหรือผลิตภัณฑ์ของนม (เช่นชีส โยเกิร์ต) อย่างน้อยวันละ 1 เสริฟวิ่ง ส่วนอาหารเนื้อสัตว์อื่นๆเช่น ไข่ ไก่ ปลา เนื้อหมูหรือเนื้อวัวไม่ติดมัน นั้นให้เลือกกินได้ตามอัธยาศัย ส่งปิ่นโตให้ถึงบ้านทุกวันในเดือนแรกและกินเฉพาะในปิ่นโตแต่กินให้อิ่มหมีพีมันไม่ต้องอดอยาก เดือนที่สองทำกินเองตามคู่มือทำอาหารและวัตถุดิบที่มีให้

 ข้างที่ 2.  ให้กินอาหารสุขภาพแบบวีแกน (Healthy vegan diet) นอกจากจะห้ามกินอาหารจั๊งเช่นฟาสต์ฟูด น้ำตาล แป้งขัดสีแล้ว ยังห้ามกินเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็น นมวัว ไข่ ไก่ ปลา หมู วัว ห้ามหมด ให้กินแต่อาหารสุขภาพที่มีผักผลไม้ธัญพืชไม่ขัดสี ไฮไลท์คือบังคับให้กินพืชผักให้ได้ 6-8 เสริฟวิ่งต่อวัน และกินผลไม้ให้ได้ 3 เสริฟวิ่งต่อวันขึ้นไป อาหารโปรตีนก็กินเอาจาก ถั่วต่างๆ เต้าหู้ เทมเป้ นัท เมล็ดพืช และพืชบดแทนเนื้อสัตว์ (เนื้อปลอม) ส่วนคาร์โบไฮเดรตก็ได้จากข้าวกล้อง พวกหัวใต้ดิน ส่วนไขมันก็กินเอาจาก อะโวกาโด น้ำมันมะกอก นัท ส่งปิ่นโตให้ถึงบ้านทุกวันในเดือนแรกและกินเฉพาะในปิ่นโตเช่นกัน กินให้อิ่มหมีพีมันไม่ต้องอดอยาก เดือนที่สองทำกินเองตามคู่มือทำอาหารและวัตถุดิบที่มีให้

    ทำวิจัยไปนาน 8 สัปดาห์ ผลวิจัยได้ผลว่า แถ่น แทน แท้น..น..... กลุ่มกินอาหารวีแกนมีไขมันเลว (LDL) ลดลงมากกว่า (-13.9 mg/dL) ระดับอินสุลินหลังอดอาหารลดลงมากกว่า (-2.9 μIU/mL) และน้ำหนักลดลงมากกว่า (-1.9 kg) คณะผู้วิจัยจึงสรุปตบท้ายว่าอาหารสุขภาพแบบวีแกนดีกว่าอาหารสุขภาพแบบมีเนื้อสัตว์อยู่ด้วยโดยวัดจากตัวชี้วัดโรคเรื้อรัง แพทย์ควรเอาข้อมูลนี้ไปแนะนำให้ผู้ป่วยของเขาทุกคน

    งานวิจัยนี้มีคนเอาไปทำเป็นหนังฉายในเน็ทฟลิกซ์ ชื่อเรื่อง You Are What You Eat ซึ่งพวกหมอดูหนังเรื่องนี้แล้วก็แตกเป็นสองฝ่ายคือฝ่ายหมอกินเนื้อสัตว์กับฝ่ายหมอกินพืชแล้วก็ทะเลาะกันมาจนทุกวันนี้ก็ยังทะเลาะกันไม่เลิก

    ผมได้วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกจากนิพนธ์ต้นฉบับของงานวิจัยนี้แล้วพบข้อที่น่าสังเกต และข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้ 

    1. พวกกินอาหารวีแกน กินไขมันอิ่มตัว (saturated fat) ต่ำกว่าพวกกินอาหารเนื้อสัตว์ 50% ซึ่งวงการแพทย์ทราบและยึดถือเป็นหลักวิชามานานแล้วว่าไขมันอิ่มตัวทำให้เป็นโรคเรื่อรังมากขึ้น

    2. พวกกินอาหารวีแกน ได้รับแคลอรีเข้าสู่ร่างกายน้อยกว่าพวกกินอาหารเนื้อสัตว์วันละ 200-300 แคลอรี ซึ่งวงการแพทย์ก็รู้มานานแล้วแต่เพิ่งมาให้ความสำคัญสูงสุดเมื่อไม่นานมานี้ว่ารากของการเผาผลาญผิดปกติคือการที่เรากินอาหารให้แคลอรีมากเกินที่ร่างกายต้องการ

    3. พวกกินอาหารวีแกนกินกากใย (fiber) สูงกว่าพวกกินเนื้อสัตว์อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งวงการแพทย์ก็รู้มานานแล้วว่าอาหารกากใยสูงสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงเป็นโรคเรื้อรังรวมทั้งมะเร็งด้วย

    4. พวกินอาหารวีแกนมีระดับวิตามืนบี.12 ต่ำกว่าพวกกินเนื้อสัตว์แม้ว่าจะไม่ต่ำถึงระดับก่อโรค แต่ก็ทำให้เดาต่อไปได้ว่าหากกินอาหารวีแกนเท่านั้นนานไปโดยไม่กินวิตามินบี12 เสริมหรือกินเนื้อสัตว์บ้าง จะมีความเสี่ยงที่จะขาดวิตามินบี12

    5. นอกจากตัวชี้วัดหลักคือไขมันเลว ระดับอินสุลิน และดัชนีมวลกายแล้ว งานวิจัยนี้ยังได้ "แอบ" วัดตัวชี้วัดอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังไม่ได้เป็นที่ยอมรับของวงการแพทย์ทั่วไป คือตัวชี้วัดอายุชีวภาพ (biological age) โดยใช้นาฬิกาวัดการเปลี่ยนการทำงานยีน (epigenetic clock) และใช้ตัวชี้วัดความยาวของปลอกปลายยีน (telomere length - ที่มักลุ่ยหรือหดสั้นเร็วในคนที่แก่เร็ว) ซึ่งงานวิจัยนี้สรุปผลว่ากลุ่มกินอาหารสุขภาพแบบวีแกนสามารถหมุนนาฬิกาวัดการเปลี่ยนแปลงการทำงานยีนไปทางย้อนกลับหลังให้ "แก่ช้าลง" ได้มากกว่ากลุ่มกินเนื้อสัตว์อย่างมีนัยสำคัญ

    เกี่ยวกับการใช้ตัวชี้วัดอายุชีวภาพนี้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่วงการแพทย์ยังไม่ยอมรับกันทั่วไป เป็นที่ยอมรับนับถือกันเฉพาะในหมู่พวกบ้าการต่อต้านความชรา (anti aging) และพวกลัทธิแอบล้วงลูกเปลี่ยนร่างกาย (biohacker) เท่านั้น ผมจึงขออธิบายขยายความไว้ตรงนี้นิดหนึ่งเพื่อเป็นความรู้เสริมสำหรับแฟนๆบล็อกหมอสันต์ ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าหมอสันต์เชียร์ให้แฟนบล็อกไปซื้อบริการวัดอายุชีวภาพกันนะครับ

    คือ..วิธีวัดอายุชีวภาพนี้พัฒนามาจากความรู้ที่ว่าคนเราทุกคนเมื่อเกิดมาแล้วก็ล้วนมีรหัสพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ (DNA) คอยควบคุมการทำงานและควบคุมอายุของเซลล์ทุกเซลล์ เมื่อเวลาผ่านไปจะค่อยๆมีโมเลกุลบางโมเลกุลทะยอยเข้าไปทำปฏิกริยากับโมเลกุลดีเอ็นเอตามตำแหน่งต่างๆแล้วมีผล "หรี่ไฟ" หรือ "เร่งไฟ"ให้ดีเอ็นเอนั้นออกฤทธิ์ควบคุมเซลล์ได้น้อยลงหรือมากขึ้นได้ ปฎิกริยาเหล่านี้มีหลายแบบ แบบหนึ่งที่รู้จักกันดีแล้วคือการที่ติ่งหรือเสี้ยวของโมเลกุลที่เรียกว่ากลุ่มเมทิล (methyl group) ถูกแหมะเข้าไป หรือถูกดึงออกมาจากโมเลกุลดีเอ็นเอ (DNA methylation) ซึ่งเกิดขึ้นได้ในหลายร้อยหลายพันต่ำแหน่งบนดีเอ็นเอ วงการแพทย์เรียกความรู้นี้ว่าเป็นวิชา epigenetic และต่อมาก็มีความรู้เพิ่มขึ้นด้วยว่าปฎิกริยาเพิ่มหรือลดกลุ่มเมทิลนี้มีรูปแบบการเกิดที่สัมพันธ์กับการแก่ช้าหรือแก่เร็ว จึงได้คิดอ่านเอาข้อมูลทั้งหมดมาแสดงให้ดูเสมือนว่าเป็นนาฬิกาที่บ่งชี้อัตราความแก่ของเซลล์ว่าเกิดขึ้นช้าหรือเร็วได้ เรียกนาฬิกาสมมุตินี้ว่า epigenetic clock ซึ่งเอามาตีความต่อว่าคนๆนี้อายุของเซลล์ร่างกาย (biological age) แก่ช้าหรือแก่เร็วกว่าอายุที่เป็นตัวเลขตามใบเกิดหรือตามปฏิทิน (chronological age)

    วิธีวัดอายุเซลล์ร่างกายนี้ทำโดยเจาะเลือดไปสกัดเอาดีเอ็นเอออกมาล้างปั่นแล้วตรวจหาตำแหน่งของกลุ่มเมทิลแล้วใช้คอมพิวเตอร์แปลความออกมาว่าแบบนี้แก่ช้าหรือแก่เร็ว ทั้งหมดนี้เป็นเพียงวิธีตรวจที่อาศัยสมมุติฐานแต่การเอาผลที่วัดได้มาตรวจสอบกับการแก่ช้าหรือแก่เร็วในชีวิตจริงของคนตัวเป็นๆนั้นยังไม่มีใครเคยทำวิจัยไว้เลย ความแม่นยำของการตรวจความแก่นี้จึงยังไม่มีหลักฐานวิทยาศาสตร์ยืนยัน แต่พวกกองหน้าก็ทำชุดตรวจความแก่มาขายกันเพียบแล้ว มีทั้งแบบตรวจด้วยตัวเองที่บ้าน และแบบที่บอกอายุเซลล์แยกอวัยวะเป็นสิบอวัยวะก็มี 

    กล่าวโดยสรุป งานวิจัย The Twin Study ของสะแตนฟอร์ด เป็นงานวิจัยระดับสูงที่ดี ซึ่งสรุปผลได้ว่าการกินอาหารสุขภาพแบบวีแกนทำให้ไขมันเลวในเลือดลดลงมากกว่า ความไวต่ออินสุลินดีกว่า และน้ำหนักลดลงมากกว่ากินอาหารสุขภาพแบบมีเนื้อสัตว์ อันนี้เป็นของแน่เอาไปใช้ประโยชน์ในแง่การใช้อาหารสุขภาพแบบวีแกนลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังได้เลย ซึ่งความจริงผลที่ได้นี้ก็คล้ายๆกับงานวิจัยอาหารไทยสุขภาพที่หมอสันต์และคณะทำวิจัยไว้และตีพิมพ์ไว้ในวารสาร RMJ เมื่อปี 2025 (ซึ่งสรุปผลได้ว่าอาหารไทยที่ไม่ใช้เนื้อสัตว์เป็นวัตถุดิบทำให้น้ำหนักลดได้ ความดันลดได้ ไขมันลดได้ ลดยาเบาหวานได้ การทำงานของไตดีขึ้นมากกว่าเมื่อใช้เนื้อสัตว์) ส่วนข้อสรุปที่งานวิจัย The Twin Study นี้สรุปผลว่ากินอาหารสุขภาพแบบวีแกนวัดอายุชีวภาพได้ผลบ่งชี้ไปทางว่าทำให้แก่ช้ากว่ากินอาหารสุขภาพแบบมีเนื้อสัตว์นั้น ผมว่าอย่าเพิ่งสรุปไปไกลถึงขนาดนั้นเลยครับ เพราะวิธีวัดอายุชีวภาพทุกวิธีที่ใช้วัดกันอยู่ในตลาดโครมๆทุกวันนี้นั้น ยังไม่มีใครรู้เลยสักคนว่าจริงๆแล้วมันเชื่อถือได้หรือเปล่า 

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

1. Landry MJ, Ward CP, Cunanan KM, Durand LR, Perelman D, Robinson JL, Hennings T, Koh L, Dant C, Zeitlin A, Ebel ER, Sonnenburg ED, Sonnenburg JL, Gardner CD. Cardiometabolic Effects of Omnivorous vs Vegan Diets in Identical Twins: A Randomized Clinical Trial. JAMA Netw Open. 2023 Nov 1;6(11):e2344457. doi: 10.1001/jamanetworkopen.2023.44457. Erratum in: JAMA Netw Open. 2023 Dec 1;6(12):e2350422. doi: 10.1001/jamanetworkopen.2023.50422. PMID: 38032644; PMCID: PMC10690456.

2. Chaiyodsilp S, Watcharapichat P, Suwanjutah T, et al. ​ A comparison of a Healthy Thai Diet and Contemporary Thai Diet on health indices in individuals with noncommunicable diseases: a randomized controlled trial. Rama Med J. 2025;48(1):e270918. ​ doi:10.33165/rmj.48.01.e270918

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

แจ้งข่าวด่วน หมอสันต์ตัวปลอมกำลังระบาดหนัก

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ทะเลาะกันเรื่องฝุ่น PM 2.5 บ้าจี้ เพ้อเจ้อ หรือว่าไม่รับผิดชอบ

เจ็ดใครหนอ

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

เลิกเสียทีได้ไหม ชีวิตที่ต้องมีอะไรมาจ่อคิวต่อรอให้ทำอยู่ตลอดเวลา

ไปเที่ยวเมืองจีนขึ้นที่สูงแล้วกลับมาป่วยยาว (โรค HAPE)

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)