นั่งโง่ๆ นี่ก็ดีเหมือนกันนะ


ชนบทฝรั่งเศส (ไม่ใช่ฟินแลนด์) วาดจากภาพถ่าย

     เช้าวันนี้มีเพื่อนบ้าน 6 - 7 คน เอาอาหารเช้ามากินด้วยกันที่สนามหน้าบ้าน หลังจากคุยเรื่องไร้สาระกันได้พักใหญ่แล้วก็พากันนั่งเงียบๆมองดูวิวและซึมซับอากาศเย็นของยามเช้าหน้าหนาว แล้วก็มีคนหนึ่งพูดขึ้นว่า

    "นั่งโง่ๆ อย่างนี้ก็ดีเหมือนกันนะ"

    ผมถามเธอว่า

    "นั่งโง่ๆ แปลว่าอะไร" เธอตอบว่า

    "อ้าว อาจารย์ไม่รู้เรอะ นั่งโง่ๆมันเป็นภาษาของวัยรุ่นเค้า แปลว่านั่งเฉยๆอยู่งี้แหละ ไม่ยอมคิดไม่ยอมอ่านอะไรทั้งสิ้น"

    ผมฟังคำตอบแล้วอุทานว่า

    "เฮ้ย นั่นมันคือความหลุดพ้นเลยนะ"

    เพราะความหลุดพ้น ก็คือการหลุดพ้นจากกรงอันเหนียวแน่นของความคิดของตัวเอง

    แล้วคำว่า "นั่งโง่ๆ" นี่ผมขอยกให้เป็นวาทะของปีใหม่นี้เลยนะ เพราะ "โง่" มันตรงข้ามกับ "ฉลาด" แล้วเจ้าตัวความฉลาด (intelligence) นี่แหละที่เป็นต้นเหตุให้เราเป็นทุกข์มากกว่าหมาแมวอยู่ทุกวันนี้ หมาแมวมันไม่ทุกข์มากเท่าเราเพราะมันฉลาดไม่เท่าเรา มันจะมีทุกข์ทางกายบ้างก็ตรงที่หากเป็นหมาแมวที่มีเจ้าของมันจะถูกเจ้าของมอมด้วยอาหารมากเกินไปจนมันเป็นโรคการเผาผลาญผิดปกติ (metabolic dysfunction) ที่ตามมาด้วยการป่วยเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ ต้องเข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลเหมือนกับเจ้าของมันนั่นแหละ 

    (เขียนถึงตรงนี้ขอนอกเรื่องนิดหนึ่ง ว่าตอนบ่ายวันนี้มีน้องคนหนึ่งมาเยี่ยม ผมถามสาระทุกข์สุกดิบรวมทั้งเรื่องครอบครัว ผมถามถึงคุณแม่ เธอเล่าว่าทุกวันนี้คุณแม่ซึ่งเป็นสัตวแพทย์ทำงานมากเกินไป บางวันกว่าจะปิดคลินิกได้ก็เที่ยงคืนเพราะลูกค้ามากันไม่หมดสักที)

    กลับมาคุยกันต่อเรื่องโง่และฉลาด ความฉลาดเป็นของดีถ้ารู้จักใช้ อันนั้นเป็นของแน่นอนใครๆก็รู้ แต่คนเราที่เป็นทุกข์อยู่ทุกวันนี้อุปมาไปก็เหมือนเด็กที่มีคนยื่นมีดคมกริบให้ใช้ ใช้ไปใช้มามีดก็บาดมือตัวเองเลือดโชก เพราะเด็กไม่รู้จักระวังคมมีดขณะใช้งานมัน

    คนกับความคิดของเขาก็เหมือนเด็กที่ถือมีดคมกริบอยู่ในมือ ยิ่งมีดคมเท่าไหร่ก็ยิ่งมีโอกาสบาดเจ็บเพราะมีดมากเท่านั้น ยิ่งฉลาดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสทุกข์เพราะความคิดของตัวเองมากเท่านั้น เพราะยิ่งเราฉลาด เรายิ่งวาดภาพหลอน (illusion)ได้เก่ง วาดไปวาดมาเราก็ถูกบงการโดยภาพหลอนที่เราสร้างขึ้นโดยไม่รู้ตัว ตัวอย่างภาพหลอนเหล่านั้นก็เช่น

    1. เราหลอนตัวเองว่า "เวลา" เป็นของที่มีอยู่จริง (time illusion) ทำให้เราต้องรีบเร่งดิ้นรนไปตามปฏิทินที่เราสร้างขึ้น และใช้ปฏิทินนี้หลอนตัวเอง ว่าเรื่องความกลัวสิ่งที่ยังมาไม่ถึงในอนาคตและความน่าเสียใจที่เกิดขึ้นในอดีตเป็นเรื่องจริง ทั้งๆที่มันเป็นแค่ความคิดที่เราคิดขึ้นที่เดี๋ยวนี้ทั้งนั้น 

    2. เราหลอนตัวเองว่าสิ่งรอบตัวเรานี้เป็นสิ่งที่คงที่สถาพรไม่เปลี่ยนแปลง (permanence illusion) อย่าว่าแต่ของที่สัมผัสจับต้องได้เช่นบ้าน รถยนต์ ที่ดินเลย แม้กระทั่งคอนเซ็พท์เช่นชั่วดีถี่ห่างซึ่งเป็นเพียงความคิดที่เรากุขึ้นเราก็ยังเชื่อว่ามันเป็นของจริงที่สถาพรเที่ยงแท้ ทั้งที่ในความเป็นจริงนั้นทุกสิ่งอย่างเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาทุกลมหายใจไม่มีอะไรที่จะอยู่นิ่งถาวรเลยสักอย่างเดียว

    3. เราหลอนตัวเองว่าตัวตนหรือความเป็นบุคคลคนหนึ่งของเรา (identity illusion) ที่เราสมมุติขึ้นว่ามันเป็นของจริง และว่าทรัพย์สมบัติเช่นบ้านที่ดิน และหรือคุณสมบัติเช่นปริญญา ยศฐาตำแหน่งหน้าที่ที่เราครอบครองอยู่นั้นเราเป็นเจ้าของมันจริงๆ เราควบคุมมันได้จริงๆ ทั้งๆที่ในความเป็นจริงนั้นตัวตนของเราเป็นแค่ความคิดที่เรากุขึ้นมาเองเพื่อให้อยู่ร่วมกับชาวบ้านเขาได้ มันมีอยู่จริงซะที่ไหน แล้วที่หลงว่ามันเป็นของเราจริงๆแม้อย่างเช่นร่างกายเรานี้เองเป็นต้น มันเป็นของเราซะที่ไหน ผู้ที่อยู่อาศัยอยู่ในร่างกายนี้ก็ไม่ใช่มีแต่เราคนเดียว ยังมีชีวิตอื่นเช่นจุลินทรีย์อีกเป็นล้านเป็นโกฏซึ่งพำนักอยู่ในร่างกายนี้อย่างเสรีชน แม้เซลล์ร่างกายของเราเองก็ยังมีจำนวนหนึ่งที่ตั้งตัวเป็นอิสระและจงใจทำในสิ่งที่เราไม่อยากให้มันทำ เช่นเซลล์มะเร็ง หรือเซลล์ผลิตภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง เป็นต้น

    ความหลอนทั้งสามประการข้างต้นนี้เข้ามาสู่การรับรู้ของเราทางความคิด ยิ่งฉลาดยิ่งหลอนตัวเองได้เก่งก็จะยิ่งกลายเป็นผู้พำนักถาวรในโลกของความหลอนได้เร็วและได้นาน 

    ทางเดียวที่จะหลุดพ้นออกไปได้ก็คือ ณ ตรงที่เดี๋ยวนี้เลย..ลองหัดถอยห่างออกมาจากความคิดนี้และถอยห่างจากร่างกายนี้สักนิดหนึ่ง สักแป๊บหนึ่ง ถอยห่างออกมานั่งดูมันเฉยๆงั้นแหละ แค่เนี้ยะก็หลุดพ้นได้แล้ว 

    ดังนั้น..นั่งโงๆ นี่ก็ดีเหมือนกันนะ

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

แจ้งข่าวด่วน หมอสันต์ตัวปลอมกำลังระบาดหนัก

ทะเลาะกันเรื่องฝุ่น PM 2.5 บ้าจี้ เพ้อเจ้อ หรือว่าไม่รับผิดชอบ

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

เจ็ดใครหนอ

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

เลิกเสียทีได้ไหม ชีวิตที่ต้องมีอะไรมาจ่อคิวต่อรอให้ทำอยู่ตลอดเวลา

ไปเที่ยวเมืองจีนขึ้นที่สูงแล้วกลับมาป่วยยาว (โรค HAPE)

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)