อย.สหรัฐฯ (FDA) อนุมัติฉลากโยเกิร์ตว่าอาจลดความเสี่ยงเบาหวานชนิด 2 ได้

(กรณีอ่านจาก fb กรุณาคลิกภาพข้างล่าง)

(ก่อนเริ่มบทความนี้ขอใช้พื้นที่ตรงนี้โฆษณาหน่อยว่าหนังสือ “คัมภีร์สุขภาพดี” ของหมอสันต์ จะมีวางขายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ (28 มีค.- 8 เมย.) ที่บู้ท L07 ของฟรีมายด์ พับบลิชชิ่ง ในราคาปกติ (เพราะของดีตั้งราคาไว้ถูก ลดไม่ลงแล้ว หิ..หิ)

……………………………………………….

หลังจากที่ผู้ผลิตโยเกิร์ตในสหรัฐฯรายหนึ่งได้ส่งหลักฐานวิจัย 117 รายการ ไปขออนุมัติ FDA เพื่อให้เขียนข้างถ้วยโยเกร์ตได้ว่ามันช่วยลดการเป็นเบาหวานประเภท 2 ได้ และหลังจากได้พิจารณากันอยู่ 5 ปี ในที่สุดองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ก็ได้อนุมัติให้ผํู้ผลิตโยเกิร์ตเขียนฉลากข้างถ้วยโยเกิร์ตได้ว่า

“กินโยเกิร์ตสม่ำเสมออย่างน้อย 2 ถ้วย (3 เสริฟวิ่ง) ต่อสัปดาห์อาจลดความเสี่ยงโรคเบาหวานประเภท2 ลงได้ ทั้งนี้ FDA ได้อนุมัติ claim นี้โดยสรุปจากหลักฐานที่มีอยู่อย่างจำกัด”

หรือ

“กินโยเกิร์ตสม่ำเสมออย่างน้อย 2 ถ้วย (3 เสริฟวิ่ง) ต่อสัปดาห์อาจลดความเสี่ยงโรคเบาหวานประเภท2 ลงได้ ทั้งนี้ตามหลักฐานวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่อย่างจำกัด”

คำอนุมัตินี้ออกมาเมื่อ 1 มีค. 2024 ซึ่งนับเป็นกรณีที่น้อยครั้งมากที่ FDA จะยอมให้อาหารใดๆอ้างสรรพคุณเชิงรักษาโรค (health claim) ได้อย่างนี้

แต่ก่อนที่แฟนๆบล็อกจะเฮโลไปซื้อโยเกิร์ตกินเพื่อลดหรือรักษาโรคเบาหวาน หมอสันต์ขอให้ใช้ประเด็นหลักฐานวิทยาศาสตร์ต่อไปนี้พิจารณาประกอบด้วยเสมอ คือ

1.. งานวิจัยที่ใช้เป็นหลักฐานขออ้างสรรพคุณโยเกิร์ตว่าลดโรคเบาหวานได้นี้ เป็นงานวิจัย ระดับ prospective cohort study ที่แม้จะเป็นงานวิจัยคุณภาพดี แต่มีระดับชั้นที่ต่ำกว่างานวิจัยแบบสุ่มตัวอย่างแบ่งกลุ่มเปรียบเทียบ (RCT) จึงบอกได้แต่ความสัมพันธ์ระหว่างการกินโยเกิร์ตกับการเป็นเบาหวานน้อยลงเท่านั้น ไม่ได้บอกว่ากินโยเกิร์ตเป็นสาเหตุให้ลดการเป็นเบาหวานได้ คือบอกได้แต่การพบร่วมกัน แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นเหตุเป็นผลต่อกัน

2.. โยเกิร์ตที่ใช้ในงานวิจัยเป็นโยเกิร์ตแท้ที่ไม่เกี่ยวกับน้ำตาลที่ใส่เพิ่มเข้าไป (added sugar) แต่ว่าในโยเกิร์ตที่เขาทำขายนั้นเกือบทั้งหมดใส่น้ำตาลเพิ่มเพียบ หากจะกินโยเกิร์ตลดโรคเบาหวานท่านควรกินกรีกโยเกิร์ตที่ไม่ใส่น้ำตาลเพิ่มเลยจึงจะดี

3.. สิ่งที่จะทำให้คนหายป่วยจากโรคเรื้อรังเช่นเบาหวานเป็นการประชุมแห่งเหตุ ไม่ใช่มีเหตุเพราะขาดจุลินทรีย์จากโยเกิร์ตอย่างเดียว ในแง่การจะกินอาหารเพื่อรักษาโรคได้อย่างแท้จริงต้องมุ่งไปที่รูปแบบการกินที่ทำให้สุขภาพดี (dietary pattern) หมายถึงอาหารทั้งหมดที่คนๆนั้นกินเป็นประจำอยู่ทุกวัน ไม่ใช่มุ่งเป้ากินอาหารตัวใดตัวหนึ่งเป็นอาหารพระเอกหรือ superfood เพียงตัวเดียว ดังนั้นการกินโยเกิร์ตเพื่อหวังลดโรคเบาหวานขณะที่รูปแบบของอาหารที่กินโดยรวมเป็นอาหารทำให้เป็นเบาหวาน (เช่นรูปแบบการกินสมัยใหม่ในปัจจุบันที่มีไขมันอิ่มตัวจากสัตว์มาก มีแคลอรี่สูง มีแป้งขัดสีหรือน้ำตาลมาก มีกากหรือเส้นใยจากพืชน้อย) ก็จะไม่มีผลในการรักษาโรคเรื้อรังดีเท่าการเปลี่ยนรูปแบบของอาหารที่กินโดยรวมแบบยกแผง โดยผมแนะนำให้เปลี่ยนการกินจากรูปแบบปัจจุบันไปหารูปแบบการกินที่มีหลักฐานว่าดีต่อสุขภาพแน่นอนแล้วเช่นอาหารมังสวิรัติ อาหารพืชเป็นหลัก อาหารเมดิเตอเรเนียน อาหารแดชไดเอ็ท เป็นต้น

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม

  1. Chen, M., Sun, Q., Giovannucci, E., Mozaffarian, D., Manson, J. E., Willett, W. C., & Hu, F. B. (2014). Dairy consumption and risk of type 2 diabetes: 3 cohorts of US adults and an updated meta-analysis. BMC Med, 12, 215.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

แจ้งข่าวด่วน หมอสันต์ตัวปลอมกำลังระบาดหนัก

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว

เลิกเสียทีได้ไหม ชีวิตที่ต้องมีอะไรมาจ่อคิวต่อรอให้ทำอยู่ตลอดเวลา

ไปเที่ยวเมืองจีนขึ้นที่สูงแล้วกลับมาป่วยยาว (โรค HAPE)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren