การไปหาหมอ ต้องเตรียมอะไรไปบ้าง

ดิฉันต้องขอขอบคุณคุณหมอมากๆๆๆเลยค่ะ ดิฉันอ่านแล้วก็สบายใจขึ้นมาบ้างขอให้เป็นแค่โรคไทรอยด์อย่างเดียวทีเถอะคะดิฉันจะสบายใจกว่าเดิม แล้วดิฉันจะเข้าไปทำการตรวจกับทางโรงพยาบาลนะคะ ว่าแต่ว่าดิฉันต้องเตรียมอะไรไปบ้างคะ ใช่ผลเลือดกับยาที่กำลังกินอยู่รึเปล่าคะ ขอบคุณมากๆๆๆๆอีกครั้งค่ะ

ตอบครับ

เรื่องขอบคุณ..โนพร็อบเบลมครับ ถือเสียว่าเป็นเรื่องของหมอคุยกับคนไข้ของเขาธรรมดาๆ เพียงแต่ว่ามาคุยกันทางเน็ตให้คนอื่นได้อ่านด้วย
เรื่องการเตรียมตัวไปหาหมอ ไหนๆคุณเอ่ยมาแล้วก็ขอพูดรวมๆเสียเลย สิ่งที่พึงเตรียมก็คือ

1. ต้องตั้งประเด็นให้ได้ก่อน ว่าไปหาหมอครั้งนี้ไปทำไม ต้องการแก้ปัญหาอะไร มีอะไรคาใจที่ต้องการความกระจ่างบ้าง จดเป็นข้อๆ หนึ่งสองสามสี่ห้า สมัยผมอยู่เมืองนอกคนไข้ฝรั่งมาหาต้องมีจดติดมือมาทุกคน โดยวิธีนี้เขาก็ได้เคลียร์ทุกอย่างที่เขาตั้งใจจะมาเคลียร์ แต่คนไข้ไทยไม่เห็นมีเลย คือคนไข้ไทยเป็นคนไม่ค่อยมีประเด็น บางทีหมอก็เป็นพันธ์ไม่มีประเด็นเหมือนกัน เลยพากันเข้าป่าไปเลย หมดเวลาตรวจโดยสรุปไม่ได้ว่ามาทำไม ได้สิ่งที่ต้องการกลับไปหรือเปล่า เมื่อเวลาพบหมอก็สื่อสารความคาดหวังของเราให้หมอทราบชัดๆตรงๆ อย่าอ้อมๆแอ้มๆปล่อยให้หมอเดาใจเราเอา วิธีนั้นไม่เวอร์ค

2. เอายาที่กินไปด้วย นอกจากเอายาไปด้วยแล้ว ต้องมีลิสต์ชื่อยาที่เรากิน โดยเรเป็นคนเขียนขึ้นมาเอง เขียนสั้นๆ เรียงเป็นข้อๆ ว่ายาตัวที่หนึ่งชื่ออะไร เป็นยาแก้อะไร วิธีนี้จะทำให้เรารู้จักยาของเราหมด เพราะบางทีถึงบอกชื่อยาไปหมอก็ไม่รู้จัก เพราะหมอมีหลายสาขา ยามีเป็นหมื่นตัว ต่างสาขาก็ไม่รู้แล้ว แต่เราซึ่งเป็นคนกินต้องรู้ ส่วนที่เอาเม็ดยาสีขาวสีแดงมากองบนโต๊ะโดยคาดหมายว่าหมอจะรู้ว่ายาอะไร นั่นแสดงว่าไปหาผิดหมอแล้ว แบบนั้นต้องไปหาหมอดูครับ

3. ผลการตรวจต่างๆที่สำคัญต้องนำไปหมด ถ้าเป็นเรื่องที่ต้องตรวจต่อเนื่อง เช่นน้ำตาลในเลือด ความดันเลือด ระดับไขมันในเลือด ควรทำเป็นตารางของเราเองขึ้นมา แล้วเขียนเรียงตามลำดับเวลาว่าวันเดือนปีนั้นตรวจได้ค่าเท่าไร เขียนให้สั้นที่สุด เอาแต่เวลา กับค่าที่ตรวจได้ อย่าพรรณาอาการลงไปในโน้ตเพราะหมอไม่มีเวลาอ่าน เดี๋ยวท่านเห็นโน้ตแยะจะพาลไม่อ่านเสียทั้งหมด อาการใช้วิธีเล่าให้ฟังดีกว่า ซึ่งก็ลุ้นเอา ว่าท่านจะฟังหรือเปล่า เพราะบางทีท่านก้มเขียนยุกยิกๆดูเหมือนฟัง แต่ไม่เก็ทว่าเราพูดอะไร ถ้าเป็นอย่างนั้นเราก็ต้องหาจังหวะย้ำจุดสำคัญอีกครั้งๆ

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ยาลดน้ำหนักที่ FDA อนุมัติให้ใช้ในปี 2026

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren

การโกนขนอวัยวะเพศ (pubic hair)

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2569 กับ 9 วิธีที่จะรู้ตัว

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว