ผู้สูงอายุชาย เกิดอาการหนาว..ว

(ภาพวันนี้: มอสของแท้ออริจินอล ไม่ใช่มอสเลี้ยง)

กราบเรียนคุณหมอสันต์

คุณพ่ออายุ 88 ปี ชอบบ่นว่าหนาวจนทนไม่ได้ ใครเปิดแอร์ไม่ได้เลย บางวันสั่นด้วย เคยพาไปโรงพยาบาล หมอบอกว่าติดเชื้อในกระแสเลือดหมอให้นอนโรงพยาบาลแต่คุณพ่อไม่ยอมนอน จึงได้ยาปฏิชีวนะมาทานสามอย่าง ทานอยู่ 2 สัปดาห์ครบทุกเม็ดจนยาหมด อาการหนาวสั่นก็ยังไม่หาย ขอคำแนะนำจากคุณหมอด้วยค่ะว่าควรทำอย่างไรดี

ขอบพระคุณค่ะ

………………………………………………………

ตอบครับ

คุณให้ข้อมูลมาแค่นี้ผมจะไปตรัสรู้ได้อย่างไร คนแก่ผู้ชายรู้สึกหนาวผิดปกติมีสาเหตุได้ตั้งหลายอย่าง เช่นไปเจ๊าะแจ๊ะกับสาวๆแล้วภรรยามาพบเข้าก็หนาว..ว แล้ว (ฮิ ฮิ ขอโทษ เผลอพูดเล่น) ผมหมายความว่าผมต้องการข้อมูลเพิ่ม อย่างน้อยผมต้องรู้ว่า

(1) ที่ว่าหนาวๆสั่นๆนั้น อุณหภูมิร่างกายของท่านเท่าใด กี่องศา ไปซื้อปรอทร้านขายยามาให้ท่านอมก็ได้ ผมจะได้ประเมินความเป็นไปได้ของการหนาวสั่นว่าเป็นเพราะการติดเชื้อหรือไม่

(2) ที่ว่าความดันเลือดไม่ต่ำนั้นก็ดีแล้ว แต่ว่าอัตราการเต้นของหัวใจ (HR) เครื่องอ่านได้เท่าไหร่ คือเครื่องวัดความดันนั่นแหละ มันอ่านอัตราการเต้นของหัวใจหรือชีพจรด้วย ผมจะได้ประเมินการทำงานของระบบหัวใจหลอดเลือดและระบบประสาทอัตโนมัติว่ามันถูกเร่งจี๋หรือถูกหน่วงไว้

(3) คุณพ่อของคุณน้ำหนักตัวเท่าใด สูงกี่ซม. ผมจะได้ประเมินดัชนีมวลกายของท่าน หากต่ำเกินไปอาการขี้หนาวก็อาจจะเกิดจากภาวะขาดอาหาร

(4) ตอนที่ไปเข้าโรงพยาบาลครั้งที่แล้วผลตรวจนับเม็ดเลือด (CBC) เป็นอย่างไร ถ่ายรูปผลส่งมาให้ดูด้วย

(5) ผมต้องได้ทราบผลการทำงานของต่อมไทรอยด์ด้วย อย่างน้อยต้องได้ผลตรวจสองค่ามา คือ TSH และ FT4 เพื่อที่ผมจะได้ประเมินได้ว่าต่อมไทรอยด์เป็นสาเหตุหรือเปล่า

เอาข้อมูลพวกนี้มาให้ครบก่อน จึงจะตอบ ไม่งั้นไม่ตอบ แล้วเลิกกัน ไม่ใช่หมอสันต์เล่นตัวนะ แต่เป็นเพราะหมอสันต์ทำมาหากินกับวิชาแพทย์แผนปัจจุบันซึ่งวิธีหากินคือใช้ตรรกะและหลักวิชาสอบสวนไตร่ตรองเอาจากข้อมูลผลการซักประวัติตรวจร่างกายและตรวจแล็บที่ครบถ้วน ไม่ได้หากินด้วยวิชาเจโตปริยญาณจะได้ถามอะไรปุ๊บตอบปั๊บได้

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

จดหมายจากท่านผู้อ่าน (ฉบับที่ 2.)

กราบขอบพระคุณคุณหมอ

หนูไม่สามารถหาข้อมูลผลการตรวจจากโรงพยาบาลได้ จึงไปจ้างห้องแล็บเขาทำให้ ตอนแรกเขาไม่ยอมทำ ว่าหมอไม่ได้สั่ง พอหนูบอกว่าหมอสันต์สั่งให้ทำเขารีบทำให้เลยค่ะ 5555

น้ำหนักของคุณพ่อ 56 กก. สูง 165 ซม. วัดอุณหภูมิได้ 36.7 องศา ความดันครั้งใหม่ 120/74 ชีพจร 52 ผลตรวจเลือดและไทรอยด์ตามแนบค่ะ

…………………………………………………

ตอบครับ (ครั้งที่ 2)

ดูจากน้ำหนักส่วนสูงคำนวณดัชนีมวลกายได้ 20.56 แสดงว่าร่างกายไม่ได้เป็นโรคอดอยากขาดอาหาร ดูจากอุณหภูมิร่างกายแสดงว่าหนาวจริง ไม่ได้หนาวสั่นเพราะเป็นไข้แบบติดเชื้อ ความดันและชีพจรแสดงว่าไม่ได้อยู่ในภาวะช็อกหรือภาวะที่ระบบประสาทอัตโนมัติกำลังกระตุ้นระบบหัวใจหลอดเลือดแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้ามชีพจรกลับถูกกดให้ช้ากว่าปกติแสดงว่าดุลยภาพของฮอร์โมนในร่างกายเอียงไปทาง “หน่วง” ไม่ใช่ทาง “เร่ง” ผล CBC บอกว่าเม็ดเลือดแดงยังดีอยู่แสดงว่าไม่ได้หนาวเพราะโลหิตจาง การที่เม็ดเลือดขาวปกติก็สนับสนุนอีกทางว่าไม่น่ามีการติดเชื้อ ผลการตรวจไทรอยด์ทำให้วินิจฉัยได้ว่าผู้ป่วยเป็นโรคไฮโปไทรอยด์ (primary hypothyroidism) ทั้งนี้ดูจากการที่ฮอร์โมนกระตุ้นต่อม (TSH) สูงผิดปกติ (= 14.761 microIU/ml) ขณะที่ตัวฮอร์โมนไทรอยด์ที่ต่อมผลิตขึ้น (FT4) ต่ำผิดปกติ (= 0.81 ng/dL) ซึ่งเข้าได้กับการมีอาการขี้หนาวและหัวใจเต้นช้าอันเป็นเอกลักษณ์ของโรคนี้

ผมวินิจฉัยโรคให้คุณแล้วนะ ที่เหลือเป็นเรื่องของการรักษาซึ่งบังเอิญโรคนี้รักษาด้วยการปรับอาหารและการใช้ชีวิตด้วยตัวเองไม่ได้เพราะการรักษาหลักมันต้องใช้ยา ผมจึงขอแนะนำให้คุณพาพ่อกลับไปโรงพยาบาลเดิม เจาะจงไปขอตรวจที่คลินิกต่อมไร้ท่อ (ก็คือคลินิกเบาหวานนั่นแหละ) เพราะหมอที่จะรักษาโรคนี้ได้ดีที่สุดคือหมอโรคต่อมไร้ท่อ (endocrinologist)

ในกรณีที่พ่อไม่ยอมไปโรงพยาบาล การซื้อยากินเองก็อาจจะพอทำได้แต่ไม่ดีเท่าไปโรงพยาบาล ยาที่ใช้รักษาชื่อ levothyroxine ให้เริ่มกินในขนาด 50-100 ไมโครกรัม วันละครั้ง อาการขี้หนาวจะดีขึ้นภายใน 5 วัน แล้วควรเจาะเลือดติดตามดูการทำงานของต่อมไทรอยด์ใน 6 สัปดาห์หลังเริ่มรักษา การรักษาโรคนี้ต้องทำนานหลายเดือนหรืออาจจะหลายปีขึ้นอยู่กับว่าต่อมไทรอยด์จะกลับมาผลิตฮอร์โมนได้เองหรือไม่และได้เมื่อไหร่ นั่นเป็นเหตุผลที่ผมแนะนำให้ไปรักษากับหมอ endocrinologist อีกเหตุผลหนึ่งคือการสนองตอบต่อการรักษาโรค primary hypothyroidism มีหลายแบบ บางแบบก็ดื้อยาต้องเพิ่มขนาดเป็นพันไมโครกรัมต่อวันจึงจะได้ผล บางแบบก็ไม่สนองตอบเลยเพราะร่างกายเปลี่ยนฮอร์โมนไทรอยด์ในรูปแบบก่อนใช้ (FT4) ไปเป็นรูปแบบพร้อมใช้ (FT3) ไม่ได้ ต้องเลี่ยงไปใช้ยาที่มีทั้ง FT4 และ FT3 อยู่ในเม็ดเดียวกัน ชื่อยา Armour thyroid แทน นอกจากนี้ยังมีประเด็นโรคร่วมอีก ซึ่งต้องค้นหาและรักษาไปพร้อมๆกัน เช่นภาวะขาดวิตามินเอ.ซึ่งเกิดจากไม่มีฮอร์โมนไทรอยด์ไปเปลี่ยนแคโรทีนไปเป็นวิตามินเอ. หรือเช่นอีกโรคหนึ่งคือโรค myxedema ซึ่งการขาดฮอร์โมนไทรอยด์ทำให้เกิดสารชื่อ glucosaminoglycans คั่งอยู่ตามที่ต่างๆของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามอวัยวะสำคัญเช่นหัวใจ กระเพาะอาหาร ซึ่งจะทำให้การทำงานของอวัยวะเหล่านั้นเพี้ยนไปได้ ดังนั้นในระยะยาวเมื่อป่วยเป็นโรคไฮโปไทรอยด์ควรรักษากับหมอโรคต่อมไร้ท่อจะดีที่สุด หมอแบบนี้มีอยู่ในโรงพยาบาลรัฐบาลขนาดใหญ่ในทุกจังหวัด

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ยาลดน้ำหนักที่ FDA อนุมัติให้ใช้ในปี 2026

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren

การโกนขนอวัยวะเพศ (pubic hair)

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2569 กับ 9 วิธีที่จะรู้ตัว

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว