สารกันบูดชนิดเบ็นโซเอท (ฺBenzoates) ไม่ดีต่อสุขภาพจริงหรือ

(ภาพวันนี้ / สวนคอสมอสหน้าบ้านเพิ่งเริ่มออกดอก)

(กรณีอ่านจาก fb กรุณาคลิกภาพข้างล่างเพื่ออ่านบทความเต็ม)

เรียนคุณหมอสันต์

ดิฉันทำอาหารขาย (ผลไม้แห้ง) และต้องใช้ Benzoate ในการถนอมอาหารเพื่อให้อยู่บนหิ้งได้นาน แต่ลูกค้ารุมว่าใช้ทำไม มันทำให้เป็นมะเร็งบ้าง เป็นนั่นเป็นนี่บ้าง ดิฉันอยากทราบจริงๆว่า preservative ที่ใส่ในอาหารสำเร็จรูปเกือบทุกรายการบนหิ้งมันมีผลเสียต่อสุขภาพจริงหรือ ถ้ามีทำไมเขาอนุญาตให้ขายกันอยู่ได้ทั่วโลก

………………………………………………….

ตอบครับ

ก่อนอื่นขอสวัสดีปีใหม่แฟนๆก่อนนะครับ ปีนี้กลับมาเร็วเพราะต้องรีบมาเตรียมแค้มป์งานวิจัยอาหารไทยสุขภาพ

คำว่าสารกันบูด หรือ preservatives ถ้าจะแปลให้ตรงๆยิ่งขึ้นก็คือสารออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคนั่นเอง คือใส่เข้าไปในอาหารแล้วทำให้เชื้อจุลินทรีย์ตายหรืออยู่ในอาหารไม่ได้ เนื่องจากผู้บริโภครังเกียจคำว่าสารกันบูด ผู้ผลิตส่วนใหญ่จึงติดป้ายตัวเบ้งว่า No Preservatives แต่ของจริงก็มีตัวฆ่าเชื้อจุลินทรีย์อยู่ในอาหารนั้นโดยเลี่ยงไปแสดงชื่อเป็นอาหารกลุ่มอื่นแทน คุณเจาะจงถามมาเฉพาะ Benzoate แต่ผมขอพูดถึงสารกันบูดที่ใช้บ่อยและมีข้อกังวลเกี่ยวกับสุขภาพเสียคราวเดียวหลายตัวพร้อมกันไปเลยนะ

เกลือ (Salt) เป็นสารกันบูดยอดนิยมในอาหารสำเร็จรูป ซึ่งการจะให้เกลือฆ่าเชื้อได้ต้องเป็นระดับความเข้มข้นที่เค็มมาก นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่อาหารสำเร็จรูปไม่เป็นมิตรต่อสุขภาพ เพราะมีเกลือมากเกินไป

การที่ผู้บริโภคที่ชอบรสเค้มแต่รังเกียจคำว่า “เกลือ” หรือคำว่า “โซเดียม” ในฉลากอาหารจึงใส่ชื่อเกลือในลักษณะที่ทำให้เข้าใจว่าเป็นเกลือที่ไม่ก่อผลเสียต่อสุขภาพ ซึ่งในความเป็นจริงเกลือทุกชนิดทุกชื่อล้วนมีโซเดียมคลอไรด์เป็นส่วนประกอบหลักเหมือนกันหมดจึงมีผลต่อสุขภาพไม่ต่างกันในความเค็มที่เท่ากัน จะมียกเว้นก็เฉพาะเกลือโปตัสเซียม (potassium salt) ซึ่งให้ความเค็มได้เช่นกันแต่ช่วยลดความดันเลือดสูงลงได้ด้วย แต่การใช้ก็ต้องพึงระวังในผู้ป่วยที่แนวโน้มเกิดโปตัสเซียมคั่งในเลือดเช่นผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังหรือผู้ใช้ยาขับปัสสาวะชนิดเก็บโปตัสเซียม เป็นต้น  

น้ำตาล (Sugar) เป็นสารกันบูดที่นิยมใช้รองลงมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในของกินเล่นและเครื่องดื่ม ซึ่งจะใช้ฆ่าเชื้อได้ต้องใช้ในความเข้มข้นสูงเช่นกัน คือสูงระดับ “แช่อิ่ม” น้ำตาลที่ใช้เพื่อการนี้เป็นน้ำตาลที่เพิ่มเข้ามา (added sugar) นอกเหนือจากน้ำตาลในอาหารธรรมชาติ จึงจัดเป็นของไม่ดีต่อสุขภาพโดยตรงเพราะไม่มีกากหรือใยอาหารมาคอยช่วยดูดซับฟรุ้คโต้สในน้ำตาลส่วนเพิ่มนี้ ทำให้ร่างกายได้รับฟรุ้คโต้สในความเข้มข้นสูงในเวลาสั้นๆจนตับเปลี่ยนเป็นกลูโค้สไม่ทันต้องเปลี่ยนเป็นไขมันยัดไว้ในเซลตับ ทำให้เกิดไขมันแทรกตับ อันเป็นปฐมเหตุของตับแข็งและมะเร็งตับ ปัญหานี้ไม่เกิดกับน้ำตาลในอาหารธรรมชาติที่มีกากมาด้วยพร้อมกัน เพราะกากเป็นตัวดูดซับไม่ให้ฟรุ้คโต้สถูกดูดซึมเร็วทำให้ตับมีเวลาพอที่จะเปลี่ยนฟรุ้คโต้สเป็นกลูโค้สซึ่งเป็นสารปลอดภัยได้ทัน

ปัจจุบันผู้บริโภคก็รังเกียจคำว่า “น้ำตาล” เช่นเดียวกับคำว่า “เกลือ” ผู้ผลิตจึงต้องเรียกน้ำตาลในชื่ออื่น งานวิจัยอาหารในตลาดอเมริกันพบว่ามีคำเรียกน้ำตาลแทนคำว่า sugar ถึงมากกว่าสองร้อยคำ จึงเป็นการยากที่จะคัดกรองอาหารโดยอาศัยคำว่าน้ำตาลอย่างเดียว การดูป้าย “No Added Sugar” อาจเป็นตัวช่วยที่สำคัญว่าอาหารนั้นไม่ได้ใส่น้ำตาลเพิ่มเข้ามานอกเหนือจากน้ำตาลในอาหารธรรมชาติ แต่ทั้งนี้ก็ยังต้องระวังด้วยว่ากรณีเป็นอาหารรสหวานจากอาหารธรรมชาติก็จริง หากอาหารนั้นแยกเอากากทิ้งไป (เช่นน้ำผลไม้คั้นแบบทิ้งกาก) ก็ควรหลีกเลี่ยงเพราะการแยกกากทิ้งจะทำให้ไม่มีตัวดูดซับฟรุ้คโต้สจึงจะได้รับผลเสียจากน้ำตาลเหมือนกินน้ำตาลที่ใส่เพิ่มแม้จะเป็นน้ำตาลในอาหารธรรมชาติก็ตาม

ไนไตรท์ (Nitrite) ใช้ในการบ่ม (curing) อาหารเนื้อสัตว์เช่น ไส้กรอก เบคอน แฮม นอกจากจะฆ่าจุลินทรีย์ได้แล้วยังทำให้เนื้อที่บ่มเป็นสีชมพูน่ากิน แต่ไนไตรท์มีข้อเสียที่มันไปทำปฏิกริยากับโมเลกุลเอมีนในเนื้อสัตว์ทำให้เกิดสารตัวใหม่เรียกว่าไนโตรซามีนซึ่งถูกจัดเป็นสารก่อมะเร็ง องค์การอนามัยโลกเองได้ประกาศให้อาหารกลุ่มไส้กรอก เบคอน แฮม เป็นสารก่อมะเร็งระดับ 1A (แปลว่าระดับเท่าบุหรี่) ในชีวิตจริงจึงควรหลีกเลี่ยงอาหารทุกชนิดที่ใช้ไนไตรท์

ซัลไฟท์ (sulfite) เป็นสารกันบูดที่ใช้กันกว้างขวางมากทั้งในอาหารกระป๋อง ไวน์ เบียร์ เส้นหมี่ เส้นก๋วยเตี๋ยว กุ้งแช่แข็ง กุ้งดิบ ผลไม้แห้ง ลูกเกต หรือแม้กระทั่งในการทำน้ำตาลมะพร้าว ออกฤทธิ์ทั้งฆ่าเชื้อทั้งป้องกันการหืน (antioxidation) ด้วย เมื่อมันถูกความร้อนจะสลายให้ก้าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ซึ่งมีความเป็นกรดสูง มีกลิ่น มีฤทธิ์ระคายเคืองระบบทางเดินลมหายใจ ทำให้แพ้อาหารง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกิดหลอดลมหดตัวเฉียบพลันในผู้เป็นหอบหืดอยู่ก่อน ยิ่งบริโภคในปริมาณมากยิ่งมีพิษมาก

เบนโซเอท (Benzoates) เป็นสารทำลายเชื้อจุลินทรีย์ที่ออกฤทธิ์ในความเป็นกรดสูง จึงใช้มากในอาหาร เช่น ผักดอง แยม เจลลี่ น้ำผลไม้ โซดา ซอสมะเขือเทศ น้ำสลัด เป็นต้น วงการแพทย์ถือว่าเบนโซเอทเป็นสารกันบูดที่มีความปลอดภัยสูงกว่าไนไตรท์และซัลไฟท์ แม้จะมีความพยายามเชื่อมโยงเบนโซเอทกับโรคอ้วนบ้าง การเกิดการอักเสบในร่างกายบ้าง และการเป็นโรคสมาธิสั้นบ้าง แต่หลักฐานที่เชื่อถือได้ยังไม่มี

สารกันบูดกลุ่มเบ็นโซเอทกับการเป็นมะเร็ง

ส่วนที่มีข่าวว่าเบ็นโซเอททำให้เป็นมะเร็งนั้น ข่าวเกิดขึ้นจากการตรวจพบโมเลกุลเบนซีน(ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง) ในเครื่องดื่มจำพวกน้ำผลไม้ การวิเคราะห์ในห้องแล็บพบว่าเบ็นซีนเกิดขึ้นจากการทำปฏิกริยากันระหว่างเบ็นโซเอทซึ่งเป็นสารกันบูดที่ใส่เข้าไป กับกรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี.)ที่มีอยู่ในอาหารนั้นก่อนแล้ว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปริมาณเบนซีนที่ตรวจพบในอาหารยังอยู่ในระดับต่ำมาก วงการแพทย์จึงยังไม่ถือว่าเบ็นโซเอทเป็นพิษต่อสุขภาพระดับจริงจังแต่อย่างใด และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมทุกประเทศยังยอมให้ใช้เบ็นโซเอทเป็นสารกันบูดในอาหาร

สารกันบูดกับจุลินทรีย์ในลำไส้

ความรู้ใหม่ที่ว่าจุลินทรีย์ในลำไส้ยิ่งมีหลากหลายชนิดยิ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพ ทำให้ผู้บริโภคกังวลถึงผลของสารกันบูดต่อจุลินทรีย์ในลำไส้ของคน ข้อมูลในห้องแล็บที่ว่าสารกันบูดฆ่าจุลินทรีย์ที่ดีนั้นเป็นความจริง แต่วงการแพทย์ไม่ได้ใช้ข้อมูลในห้องแล็บมาดูแลสุขภาพเพราะมันเป็นหลักฐานระดับต่ำ ข้อมูลผลของสารกันบูดต่อจุลินทรีย์ในลำไส้คนตัวเป็นๆยังไม่มีข้อมูลเลย มีแต่ข้อมูลในหนูทดลองที่พบว่าสารกันบูดทั้งสามตัวข้างต้นลดปริมาณและชนิดจุลินทรีย์ในลำไส้ของหนูทดลองลง ซึ่งข้อมูลในหนูทดลองก็เป็นหลักฐานระดับต่ำ วงการแพทย์จึงไม่ได้เอามาใช้กับคน

สารกันบูดกับการเป็นเบาหวาน

มีงานวิจัยเชิงระบาดวิทยาชิ้นหนึ่งเชื่อมโยงการกินอาหารสำเร็จรูปที่มีสารกันบูดในกลุ่มไนไตรท์มากกับการเป็นเบาหวานประเภทที่สองมาก แต่ข้อมูลนี้มีปัจจัยกวนมาก ไม่สามารถสรุปได้หรอกว่าที่เป็นเบาหวานมากนั้นเพราะสารกันบูดหรือเพราะกินแคลอรีมาก ผมจึงยังไม่เอาข้อมูลเรื่องสารกันบูดกับเบาหวานนี้มาเป็นคำแนะนำห้ามกินสารกันบูด

กล่าวโดยสรุป

อาหารที่มนุษย์กินทุกรายการ มีทั้งด้านดีและด้านเสีย ไม่มีอาหารรายการไหนที่มีแต่ดีอย่างเดียวไม่มีเสีย จะเอาด้านดี ก็ต้องยอมรับด้านเสีย นั่นประการหนึ่ง ข้อมูลที่มีอยู่ในอินเตอร์เน็ทมากมายดกดื่นทุกวันนี้ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลหลักฐานระดับต่ำซึ่งวงการแพทย์ไม่ได้เอามาใช้เป็นหลักฐานในการดูแลรักษาสุขภาพ แต่วงการเม้าท์แตกร่อนเป็นข่าวขู่กันให้แตกตื่นไปเรียบร้อยแล้ว นั่นอีกประการหนึ่ง ในโอกาสปีใหม่นี้ หากจะให้ชีวิตมันเป็นไปได้โดยไม่ลำบาก ท่านก็เลือกตีความเอาตรงที่มันพอดีๆสำหรับตัวท่านเองก็แล้วกันนะครับ

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

  1. Salviano Dos Santos VP, Medeiros Salgado A, Guedes Torres A, Signori Pereira K. Benzene as a Chemical Hazard in Processed Foods. Int J Food Sci. 2015;2015:545640. doi: 10.1155/2015/545640. Epub 2015 Feb 18. PMID: 26904662; PMCID: PMC4745501.
  2. Srour B, Chazelas E, et al. Dietary exposure to nitrites and nitrates in association with type 2 diabetes risk: Results from the NutriNet-Santé population-based cohort study. PLOS Medicine: January 17, 2023 https://doi.org/10.1371/journal.pmed.1004149

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ยาลดน้ำหนักที่ FDA อนุมัติให้ใช้ในปี 2026

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren

การโกนขนอวัยวะเพศ (pubic hair)

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2569 กับ 9 วิธีที่จะรู้ตัว

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว