เรื่องต้มจับฉ่าย และหลักหกประการของการกินที่ดี

เรียนคุณหมอสันต์ที่เคารพ

ผมติดตามเป็น FC คุณหมอมาระยะหนึ่งทาง Youtube ครับ และชอบสิ่งที่คุณหมอสอนมาตลอด ผมอายุ 68 แล้วครับ สุขภาพโดยรวมแข็งแรงดีครับ น้ำตาลดี หัวใจดี คอเลสเตอรัล OK ไม่มีโรคประจำตัวมาตลอด จนกระทั้งตัวเองมาพบโรคเข้าจนได้ ธรรมดาผมวัดความดันที่โรงพยาบาลกับที่บ้านเปรียบเทียบกันตลอดมา เพราะรู้อย่างคุณหมอบอกว่า ที่ โรงพยาบาลจะสูงกว่า เพราะ White Coat Syndrome วัดได้ 150/95 บ้าง 155/97 บ้างแต่ถ้าวัดที่บ้านก็ 138/85 131/88 บ้าง คือผมยอมรับครับว่าความดันผมปริ่มๆจะเป็นไม่เป็นแหร่ แต่ล่าสุดไปตรวจร่างกายประจำปี ค่าไตสูงขึ้น Critinine จาก 4-5 ปีที่เคยมีค่าอยู่ที่ 1.38, 1.39 มาเป็น 1.41 คุณหมอเลยให้ไปติดตามกับหมอไตครับ และพบว่าผมมีค่าความดันสูงขึ้นด้วย ครั้งล่าสุดเจอว่าความดันสูง (วัดที่ ร.พ. 151/100 160/99 และพอกลับมาวัดที่บ้าน 150/95, 151/98 ซึ่งไม่เคยเป็นมาก่อน) หมอจึงเริ่มให้ยา Favotan 5/50 mg มาทาน วันละเม็ด แต่หลังจากได้ฟัง Podcast ของคุณหมอเรื่อง “รักษาโรคความดันด้วยตัวเอง” ผมก็อยากลองทำอย่างที่คุณหมอแนะนำ 5 หัวข้อ เพื่อไม่ต้องกินยา

  1. ลดความอ้วน
  2. ออกกำลังสม่ำ เสมอ
  3. กินผักเป็นวัว เป็นควาย
  4. ลดเค็ม
  5. ลดความเครียด

ข้อ 1, 2 ผมผ่านครับ  ผมถือว่าผมไม่อ้วนครับ สูง175 ซม หนัก 72.5 ออกกำลังอาทิตย์ละ 4-5 หน หนักสลับเบาครับ ข้อ 4 พยายามอยู่ครับ และ ข้อ 5 ก็นานๆเป็นที่ เวลาต้องมีไป Lecture ก็จะต้องเตรียมพูด เลยเครียดบ้าง ส่วนข้อ 3 ตอนนี้พยายามกินผัก และจดโน้ตตามที่คุณหมอบอกเรื่องผักอะไร จำนวนเท่าไหร่ เช่น Flax Seed และน้ำผัก ก็เริ่มแล้วครับ แต่ที่สงสัยคือ

  • ถ้าผมต้มจับฉ่าย หรือ Vegetable Soup หม้อใหญ่ไว้กินไปเรื่อยๆ ที่บ้าน ผมใส่ปิกไก่ หรือกระดูกหมูเข้าไปให้น้ำซุปมันมีรสชาติ นี่ผิดไหมครับ หรือต้องเฉพาะผักอย่างเดียวเลย
  • ไข่ลวก ไข่ต้มยังทานได้ไหมครับ

ขอบคุณคุณหมอล่วงหน้าครับ และขอบคุณที่ทำ Youtube ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และสร้างแรงบันดาลใจอย่างดีครับ เร็วๆนี้ผมอาจไปร่วม Workshop ของคุณหมอด้วยครับ

ด้วยความนับถือ

……………………………………………………….

ตอบครับ

1.. ถามว่ากินต้มจับฉ่ายเป็นอาหารประจำวัน ใส่ปีกไก่กระดูกหมูในน้ำซุปด้วย ผิดไหม ตอบว่าของอย่างนี้มันจะไปมีผิดมีถูกได้อย่างไรละครับ การปรุงอาหารเป็นลูกเล่นของแต่ละคน เครื่องปรุงก็เป็นลูกเล่นของแต่ละคน น้ำซุปหรือน้ำสต๊อกที่คุณทำขึ้นเพื่อเพิ่มรสชาติของอาหารเป็นส่วนของ “เครื่องปรุง” ซึ่งไม่ใช่ “วัตถุดิบหลัก” ของอาหาร ในมุมมองของสุขภาพผมแนะนำให้สนใจวัตถุดิบหลักของอาหารในแต่ละเมนู โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่ว่ามันเป็น “พืช” หรือมันเป็น “เนื้อสัตว์” เพราะหลักฐานวิทยาศาสตร์ปัจจุบันนี้บ่งชี้ไปทางเดียวกันกว่าหากกินพืชให้มากขึ้น กินเนื้อสัตว์ให้น้อยลง มีความสัมพันธ์กับการป่วยจากโรคเรื้อรังลดลง ดังนั้นหากทิศทางการเปลี่ยนวัตถุดิบหลักอาหารของคุณมุ่งไปทางกินพืชมากขึ้นกินสัตว์น้อยลงมันโอเคทั้งนั้นแหละ

ประเด็นปลีกย่อยสำหรับแฟนต้มจับฉ่าย ผมแนะนำว่าในการกินผักให้กินหลากหลายรูปแบบการปรุงหน่อย ไม่ใช่มีแต่รูปแบบกินต้มจับฉ่ายอย่างเดียวทั้งชาติ ควรกินแบบต้มจับฉ่ายบ้าง กินแบบสลัดหรือแบบน้ำพริกผักจิ้มบ้าง สลับกันไป เพราะในมุมมองของสารอาหาร (nutrient) โฟเลทเป็นสารอาหารตัวหนึ่งที่มีมากในผักและผลไม้สด แต่จะลดจำนวนลงเหลือน้อยเมื่อเราใช้ความร้อนทำอาหาร ยิ่งใช้ความร้อนนานโฟเลทยิ่งเหลือน้อย ในงานวิจัยของกองโภชนาการ กรมอนามัย โฟเลทในต้มจับฉ่ายจะหายไปได้ถึง 95% ดังนั้นการชอบกินต้มจ้บฉ่ายเป็นประจำนั้นโอเคไม่มีปัญหาอะไรเพราะเราได้คุณประโยชน์ของพืชซึ่งมีมากมายในจับฉ่ายอยู่แล้ว แต่ควรกินผลไม้และผักสดจากเมนูอื่นด้วยสลับกันไป

2.. ถามว่าไข่ลวกไข่ต้มกินได้ไหม ตอบว่า อ้าว..ว ทำไมจะกินไม่ได้ละ ถ้าคุณกินไข่ต้มตำรวจที่ไหนจะไปจับคุณหรือครับ คืออาหารของมนุษยเรานี้มันไม่มีอันไหนที่ดีเลิศสมบูรณ์แบบ (superfood) และไม่มีอาหารไหนที่เลวสมบูรณ์แบบชนิดที่กินไม่ได้เลย อย่าไปบ้าคอนเซ็พท์แบบว่านี่กินไม่ได้เพราะเขาว่าอย่างนั้น นั่นกินไม่ได้เพราะเขาว่าอย่างนี้ อาการอย่างนั้นเป็นความเจ็บป่วยทางใจชนิดหนึ่งเรียกว่า food aversion ซึ่งจะนำไปสู่ความเจ็บป่วยทางกายอื่นๆตามมา

ผมแนะนำให้ถือหลักในการกินเพื่อสุขภาพหกประการ คือ

ข้อแรก กินพืชเป็นหลัก กินเนื้อสัตว์น้อยๆ

ข้อสอง คือกินให้หลากหลาย ทั้งหลายหลายเชิงวัตถุดิบ หลากหลายเชิงวิธีปรุงวิธีหมัก

ข้อสาม คือกินอาหารในรูปแบบใกล้เคียงธรรมชาติ

ข้อสี่ หลีกเลี่ยงอาหารที่เอาไปผ่านกระบวนการเชิงอุตสาหกรรมหรือเติมสารเคมีมากๆ (ultra-processed food) เสียจนจำหน้าไม่ได้ว่าวัตถุดิบดั้งเดิมมันคืออะไร

ข้อห้า กินแค่ใกล้จะอิ่มแล้วหยุดอย่ากินจนถึงกับอิ่มแปร้

ข้อหก หาเรื่องอดอาหารบ้างก็ดี เช่นหากน้ำหนักมากก็ลองงดมื้อเย็นดูบ้าง เป็นต้น

กลับมาเรื่องไข่ต้ม คนเขารู้กันทั่วว่าไข่เป็นอาหารที่ดีมีสารอาหารค่อนข้างครบถ้วนและเป็นอาหารหลักสำหรับคนส่วนใหญ่ งานวิจัยพบว่าคน 95% กินไข่เป็นประจำมากกว่าสัปดาห์ละเจ็ดฟองอยู่นานเป็นสิบๆปีก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่จะมีประมาณ 5% คือคนที่มีปัญหาไขมันในเลือดสูงและ/หรือเป็นเบาหวานเท่านั้นที่กินไข่มากแล้วจะทำให้โรคเป็นมากขึ้น ดังนั้นตัวชี้วัดว่าคุณควรกินไข่ได้มากแค่ไหน สัปดาห์ละกี่ฟอง ไม่ใช่ต้องรอให้หมอบอก แต่ให้ดูที่ระดับไขมัน (LDL) หรือระดับน้ำตาล (FBS) ในเลือดของคุณ (เพราะไขมันอิ่มตัวเป็นต้นเหตุของการดื้อต่ออินสุลินซึ่งเป็นปฐมเหตุของเบาหวาน) ถ้าคุณมีไขมันในเลือดสูงหรือมีน้ำตาลในเลือดสูงคุณก็ควรบันยะบันยังเรื่องการกินไข่ลง แต่ถ้าไขมันในเลือดและน้ำตาลในเลือดของคุณปกติดีด้วยอาหารอยู่แล้ว (ไม่ใช่ปกติดีด้วยยา) คุณจะกินไข่สัปดาห์ละกี่ฟองมันก็โอเคทั้งนั้นแหละครับ

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ยาลดน้ำหนักที่ FDA อนุมัติให้ใช้ในปี 2026

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren

การโกนขนอวัยวะเพศ (pubic hair)

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2569 กับ 9 วิธีที่จะรู้ตัว

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว