กังวลเพราะไม่เข้าใจความหมายผลตรวจมะเร็งปากมดลูก

สวัสดีค่ะคุณหมอ​
คือดิฉันไปตรวจมะเร็งปากมดลูกมา ผลออกมาแบบนี้คุณหมอช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมคะ คุณหมอที่ตรวจไม่ได้อธิบายอะไรเลยค่ะ
Atypical squamous cells of undetermined significance, cannot excluded  HSIL(Asc-H)
คือกังวลมากค่ะกลัวเป็นมะเร็ง
รบกวนคุณหมอช่วยตอบด้วยนะคะ

..................................................................

ตอบครับ

     มีผู้หญิงที่มีการศึกษาดีเป็นแบบคุณนี้เยอะมาก เขาให้ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกก็ตรวจ ตรวจแล้วได้ผลเป็นอย่างไรไม่รู้ ถามว่าอ้าว เขาไม่ให้รายงานมาหรือ ตอบว่าให้มา แต่อ่านไม่เข้าใจ แล้วก็ทิ้งไปไหนไม่รู้นานแล้ว รู้แต่หมอบอกว่า "ไม่เป็นไร" แต่ถ้าหมอบอกว่าอาจจะผิดปกติ รายละเอียดเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ เหมือนกัน รู้แต่ว่าประสาทกินไปเรียบร้อยแล้ว การใช้การตรวจคัดกรองเพื่อป้องกันมะเร็งแบบนี้จึงมีภาวะแทรกซ้อนอันสำคัญอันหนึ่งคือโรคปสด. (ประสาทแด๊กซ์) ทั้งๆที่การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคควรเป็นเรื่องที่มีแต่ได้ไม่มีเสีย แต่นี่กลับมีทั้งได้ทั้งเสีย โหลงโจ้งแล้วไม่รู้ว่าได้กับเสียอะไรจะมากกว่ากัน 

     แล้วอีกอย่างหนึ่งเวลาเขียนจดหมายมาหมอทั้งที ข้อมูลพื้นฐานเช่น อายุเท่าไหร่ น้ำหนักส่วนสูงเป็นอย่างไร หากไม่บอกมา ผมก็ขาดข้อมูลที่หากผมรู้แล้วอาจจะทำให้คำแนะนำของผมเป็นประโยชน์ต่อตัวคุณมากขึ้น

    การเกิดมาเป็นผู้หญิงนี้ หากวิชาแพทย์ไม่เปลี่ยนเนื้อหาไปมาก คุณจะต้องตรวจภายในเพื่อคัดกรองมะเร็งปากมดลูกไปจนถึงอายุ 65 ปีโน่นแหละ ดังนั้นจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าหากคุณจะนั่งลงทำความเข้าใจกับวิธีประมวลผลการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่ผมจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้

     ก่อนอื่น ผมขอรีวิวให้คุณทราบระบบอ่านผลการตรวจภายในของแพทย์ทั่วโลกก่อน เขาเรียกว่าระบบอ่านแบบเบเทสด้า (Bethesda) ซึ่งแบ่งผลการอ่านเป็นขั้นๆไปดังนี้

     ขั้นที่ 1. NILM ย่อมาจาก negative for intraepithelial lesion แปลว่าปกติ ยังไม่ได้ทำท่าว่าจะเป็นมะเร็งเลยแม้แต่น้อย

     ขั้นที่ 2. ASC-US ย่อมาจาก Atypical squamous cells of undetermined significance แปลว่ามีเซลผิดปกติแบบไม่เจาะจงว่าจะเป็นอะไรกันแน่ ส่วนใหญ่มักเกิดจากการติดเชื้อ HPV ซึ่งต่อมามักจะหายไปเอง มีโอกาสเป็นมะเร็งน้อยมาก ตรงนี้ขอเสริมเพื่อความงุนงงมากขึ้นอีกนิดหนึ่ง จะได้เข้าใจว่าทำไมวิชาแพทย์จึงเรียนกันนาน เพราะมันวกไปวนมาอย่างนี้นี่เอง คือเรื่องนี้วงการแพทย์มีสามมุมมอง คือ

    ขั้นที่ 3. ASC-H ย่อมาจาก Atypical squamous cells of high significance แปลว่ามีเซลผิดปกติค่อนข้างชัดเจนถึงขั้นน่าจะเป็นมะเร็งนะ

     ส่วนคำย่ออื่นๆที่แทรกเข้ามาหรือวงเล็บไว้ในคำอ่านเสมอนั้น เป็นเพราะวิชาแพทย์มองการเกิดมะเร็งปากมดลูกมาจากสามมุมมอง นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมวิชาแพทย์จึงต้องเรียนกันนาน เพราะมันวกไปวนมาอย่างนี้นี่เอง สามมุมมองที่ว่า คือ

     มุมมองที่ 1. คือมองจากนัยสำคัญของความผิดปกติของเยื่อบุผิวปากมดลูก จากมุมนี้หากผิดปกติระดับไร้สาระก็เรียกว่า ASC-US แต่หากผิดปกติระดับน่าจะมีสาระก็เรียก ASC-H

     มุมมองที่ 2. คือมองจากพยาธิสภาพของแผลที่ปากมดลูก (Squamous intraepithelial lesion) ว่ามีโอกาสเป็นมะเร็งมากหรือน้อย เรียกย่อว่า SIL ถ้ามองจากมุมนี้ ตรวจพบ ASC-US ถือว่าเป็น Low-SIL หรือบางทีก็เขียนรวบว่า LSIL คือมีความผิดปกติน้อย ถ้ามีความผิดปกติมากจนน่าจะเป็นมะเร็งหรือ ASC-H ก็เรียกว่า High SIL ซึ่งมักเขียนย่อๆว่า HSIL

     มุมมองที่ 3. คือมองจากมุมการวินิจฉัยโรคมะเร็ง เรียกว่า CIN ย่อมาจาก Cervical Intraepithelium Neopasia หากมองจากมุมนี้ ผลเป็น ASC–US หมายถึงไม่เป็นมะเร็ง เรียกว่าเป็น CIN1 ถ้าผลเป็น ASC-H ก็หมายถึงน่าจะเป็นมะเร็งนะ เรียกว่า CIN2 แต่ถ้าถึงขั้นเป็นมะเร็งแน่นอนชัวร์ป๊าดไปแล้วเรียบร้อยก็เรียกว่า CIN3 หรือเรียกอีกอย่างว่า Carcinoma in situ (CIS)

     เอาละครับ เมื่อได้ทราบความหมายของคำอ่านผลแป๊บที่แพทย์ใช้แล้ว คราวนี้มาพิจารณาปัญหาของคุณ

     1. คุณตรวจพบ ASC-US แปลว่ามีเซลผิดปกติแบบไม่เจาะจงที่หน้าตาไม่เหมือนเซลมะเร็ง แปลไทยเป็นไทยว่า คุณไม่ได้เป็นมะเร็ง ถ้ามีข้อมูลแค่นี้หมอเขาก็จะไม่ทำอะไร แต่จะนัดตรวจภายในถี่ขึ้นเช่นทุก 6 เดือน เผื่อว่ามันจะกลับมาเป็นปกติเอง แต่หากตรวจไปครั้งหนึ่งก็แล้ว สองครั้งก็แล้ว ก็ยังเป็น ASC-US อยู่ หมอเขาก็มักจะส่องกล้องเข้าไปดูปากมดลูก (colposcopy) แล้วตัดตัวอย่างเนื้อปากมดลูก (biopsy) ออกมาตรวจให้รู้ดำรู้แดง

     แต่ในกรณีของคุณนี้ รายงานผลได้อ่านแบบ "แทงกั๊ก" มาด้วย ว่านอกจากจะวินิจฉัยว่าเป็น ASC-US แล้ว
     "ผมวินิจฉัยว่าผิดปกติระดับไม่เป็นมะเร็ง แต่ผม (หมอคนอ่านผล) ยังไม่ชัวร์นะว่าจะผิดปกติถึงระดับน่าจะเป็นมะเร็ง (ASC-H) ด้วยหรือเปล่า" 

     เห็นรายงานอย่างนี้แล้วคุณอย่าไปตีความว่าหมอคนอ่านเขาปกป้องตัวเองกลัวอ่านผิดนะ แต่เป็นเพราะวิธีอ่านที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันมันเป็นการดูโหงวเฮ้งของเซลแล้ววินิจฉัย บางครั้งโหงวเฮ้งมันไม่ชัด มันจึงแยกแยะเพะๆเลยไม่ได้ก็เลยต้องอ่านแบบแทงกั๊กอย่างนี้แหละ นี่เป็นเรื่องธรรมดา

     สรุปว่าหมอเขาวินิจฉัยว่าคุณมีความผิดปกติของเซลที่เบาะๆก็ไม่เกี่ยวกับมะเร็ง (ASC-US) แต่เผลอๆก็อาจจะเป็นมะเร็ง (ASC-H หรือ HSIL) ก็ได้ หิ หิ ซึ่งการอ่านแบบนี้มันก็ต้องทำให้ปสด.เป็นธรรมดา การจะหายจากปสด.ได้มีทางเดียว คือ ต้องส่องกล้องเข้าไปดูปากมดลูก (colposcopy) แล้วตัดตัวอย่างเนื้อปากมดลูกออกมาตรวจชิ้นเนื้อให้รู้แล้วรู้แร่ด

     ถามว่าถ้าส่องกล้องดูปากมดลูกและตัดเนื้อมาตรวจแล้วได้ผลปกติละ จะทำอย่างไรต่อ คำแนะนำมาตรฐานก็คือให้ตรวจภายในทุก 6 เดือนควบกับตรวจ HPV ทุกหนึ่งปี จนกว่าหมอและคนไข้จะเบื่อหน้ากันไปข้างหนึ่ง หรือจนกว่าทุกอย่าง (ทั้ง ASC-US และ HPV) จะกลับมาเป็นปกติอย่างน้อยในการตรวจติดต่อกันสองครั้งขึ้นไป จึงจะหายบ้า เอ๊ย ขอโทษ จึงจะลดระดับการตรวจคัดกรองมาเท่าผู้หญิงทั่วไปได้
 
     ก่อนจบขอแถมให้ท่านผู้อ่านทั่วไป ว่าคณะทำงานป้องกันโรครัฐบาลสหรัฐ (USPSTF) ได้ออกคำแนะนำล่าสุด (2018) เกี่ยวกับการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกสำหรับผู้หญิงว่า

1. ผู้หญิงอายุ 21-65 ปี ควรได้รับการตรวจคัดกรองด้วยวิธีตรวจภายในดูเซล (Pap cytology) หรือตรวจภายในควบกับตรวจ HPV ทุก 3 ปี ในกรณีที่อายุ 30-65 ปี หากอยากจะยืดการตรวจให้ห่างออกไปอาจทำการตรวจควบ Pap cytology + HPV ทุก 5 ปีก็ได้
2. ไม่แนะนำให้ตรวจ HPV ในหญิงอายุไม่เกิน 30 ปี
3. ไม่แนะนำให้ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในหญิงอายุน้อยกว่า 21 ปี
4. ไม่แนะนำให้ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในหญิงอายุเกิน 65 ปีที่ผลตรวจที่ผ่านมาปกติ
5. ไม่แนะนำให้ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในหญิงที่ตัดมดลูกทั้งอัน (total hysterectomy) ไปแล้วหากไม่เคยตรวจพบเซลผิดปกติระดับ CIN2 หรือ CIN3 มาก่อน

ลองดูให้ดีนะครับ ปัจจุบันนี้เราตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกมากเกินความจำเป็นที่บ่งชี้โดยหลักฐานวิทยาศาสตร์ไปมากเพราะความเคยชินของคนไข้เองบ้าง ของแพทย์บ้าง ของที่ไม่จำเป็น ก็คือไม่จำเป็น ไม่ต้องทำก็ได้นะครับ

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม

1. Solomon D, Davey D, Kurman R, Moriarty A, O'Connor D, Prey M, et al. The 2001 Bethesda System: terminology for reporting results of cervical cytology. JAMA. 2002;287:2114–9.
2. Einstein MH, Martens MG, Garcia FA, et al. Clinical validation of the Cervista(R) HPV HR and 16/18 genotyping tests for use in women with ASC-US cytology. Gynecol Oncol 2010 May 18. doi:10.1016/j.ygyno.2010.04.013
3. Aerssens A , Claeys P , Garcia A, Sturtewagen Y, Velasquez R, Vanden Broeck D, Vansteelandt S, Temmerman M, Cuvelier CA . Natural history and clearance of HPV after treatment of precancerous cervical lesions. Histopathology . 2008; 52(3):381 – 386.
4. USPSTF. Final Recommendation Statement 2018 Cervical Cancer: Screening. Accessed on March 19, 2019 at https://www.uspreventiveservicestaskforce.org/Page/Document/RecommendationStatementFinal/cervical-cancer-screening2

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ยาลดน้ำหนักที่ FDA อนุมัติให้ใช้ในปี 2026

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

การโกนขนอวัยวะเพศ (pubic hair)

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2569 กับ 9 วิธีที่จะรู้ตัว

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว