ไข้หวัดใหญ่..เรื่องหญ้าปากคอก

     วันนี้พยาบาลที่ทำงานอยู่กับผมคนหนึ่งติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ พอเธอมาทำงานเพื่อนๆก็รุมล้อว่าอย่าเอาเชื้อมาแพร่นะ เธอถามผมว่า

     "อาจารย์คะ หนูเพิ่งป่วยมาได้วันเดียวจะแพร่เชื้อได้เลยหรือ และนานแค่ไหนคะหนูถึงจะไม่แพร่เชื้อให้คนอื่น" ผมตอบว่า

     "คุณแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ 0-24 ชั่่วโมงก่อนมีอาการ แล้วยังแพร่เชื้อต่อไปได้อีก 5-10 วันถ้าคุณมีภูมิคุ้มกันปกติอย่างคนทั่วไปนะ แต่ถ้าคุณมีภูมิคุ้มกันบกพร่องคุณสามารถจะแพร่เชื้อนี้ไปได้อีกนานหลายเดือนเลยเชียว"

     พยาบาลรุ่นเด็กอีกคนหนึ่งรีบพูดว่า

     "ว้าว..หนูต้องรีบไปฉีดวัคซีนละคราวนี้ เพราะต้องขึ้นเวรกับพี่เขาสัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์"

     ผมบอกว่า

     "สายไปแล้ว วัคซีนจะมีผลป้องกันโรคได้ก็ต้องหลังฉีดแล้ว 10-14 วันเป็นต้นไป"

     พยาบาลที่เป็นคนป่วยฟ้องว่า

     "อาจารย์อย่าไปฟังเธอนะ หนูติดมาจากเธอนั่นแหละ เมื่อสองอาทิตย์ก่อนเธอขึ้นเวรกับหนูและไอ แค้ก ๆ ตลอดเวร"

     ผมติงว่า

     "ระยะฟักตัวของโรคไข้หวัดใหญ่กินเวลา 18-72 ชั่วโมงเท่านั้นนะ"

   การคุยกันเล่นกับพยาบาลนอกห้องตรวจเช้าวันนี้ทำให้ผมคิดขึ้นได้ว่าแม้โรคไข้หวัดใหญ่จะเป็นโรคสามัญที่โรงพยาบาลมีคนไข้ทุกวัน และเป็นกันแทบทุกคนๆละหลายๆรอบ แต่ขนาดคนในวงการแพทย์เองก็ยังไม่รู้ข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการรับมือกับโรคไข้หวัดใหญ่ วัันนี้ผมจึงขอถือโอกาสเขียนเรื่องเกี่ยวกับหญ้าปากคอกสำหรับโรคง่ายๆอย่างไข้หวัดใหญ่เสียสักหนึ่งครั้ง

ประเด็นเชื้อไข้หวัดใหญ่

     เชื้อไข้หวัดใหญ่แบ่งเป็นชนิด A, B, C, D ชนิด D เกิดในสัตว์เท่านั้น ที่เกิดในคนเป็นเจ้าประจำคือชนิด A ซึ่งเกิดมากถึง 70% รองลงไปคือชนิด B เชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิด A ยังเรียกชื่อแยกย่อยไปตามโปรตีนที่อยู่บนผิวสองโมเลกุล คือ hemagglutinin (H) และ neuraminidase (N) เช่นปีนี้เชื้อที่คาดหมายว่าจะมาแรงคือเชื้อ H1N1 เป็นต้น

ประเด็นการกลไกการแพร่กระจายเชื้อ
(ขอบคุณภาพจากศูนย์ควบคุมโรค - CDC)

     ไข้หวัดใหญ่แพร่จากคนสู่คนด้วยการไอแบบพ่นฝอย คือการไอของคนเราหากไอแบบจริงๆเหน่งๆแล้วจะพ่นไอน้ำออกมาเป็นฝอยละออง (aerosol) ออกไปได้กว้างไกลมาก ไม่เชื่อดูรูป ฝอยละอองนี้จะเล็กและเบาซึ่งล่องล่อยไปได้ไกลแสนไกล ลอยไปตามระเบียงตามเฉลียง เข้าห้องโน้นออกห้องนี้โดยไม่ตกพื้นสักที ทำให้ไข้หวัดใหญ่แพร่ได้เร็วอย่างยิ่ง การที่คนป่วยสวมผ้าปิดปากปิดจมูกช่วยยับยังการพ่นฝอยนี้ได้ดี แต่หากคนป่วยที่ไม่ปิดปากปิดจมูกแม้เพียงคนเดียวไอในที่ชุมนุมชนเช่นในชอปปิ้งมอลล์ ในรถไฟฟ้า ในเครื่องบิน แม้เพียงแค้กเดียว ก็จะแพร่เชื่อไปในอากาศได้ยาวนานและกว้างไกลอย่างคาดไม่ถึง ใครที่สูดลมหายใจเอาฝอยละอองนี้เข้าไปเหน่งๆแม้เพียงเม็ดเดียวขณะที่ตัวเองไม่มีภูมิคุ้มกันเป็นทุนอยู่ก่อน ก็จะติดเช่ื้อไข้หวัดใหญ่ได้โดยไม่ยาก

ประเด็นระยะฟักตัวของโรค

     เมื่อได้รับเชื้อมาโดยการสูดเอาฝอยละอองที่มีเชื้อเข้าสู่ปอด เชื้อจะซุ่มฟักตัวอยู่ในร่างกายนาน 18-72 ชั่วโมง ดังนั้นคนที่ถูกเพื่อนไอใส่ หากผ่านไปแล้วสามวันแล้วไม่มีอาการอะไรก็ให้สันนิษฐานว่ารอดตัวได้

ประเด็นระยะแพร่เชื้อต่อไปให้คนอื่น

     ความสามารถแพร่เชื้อให้คนอื่นจะต่างกันระหว่างผู้มีภูมิคุ้มกันปกติกับผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง กล่าวคือผู้มีภูมิคุ้มกันปกติจะแพร่เชื้อนี้ได้แทบจะทันทีตั้งแต่ได้รับเชื้อมา คือแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการด้วยซ้ำ (เฉลี่ย 0-24 ชม.ก่อนมีอาการ) และจะสามารถแพร่เชื้อไปได้นาน 5-10 วัน แต่สำหรับคนที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เชื้อโรคจะสิงสู่อยู่ในร่างกายได้นานและมีเวลาแพร่เชื้อต่อไปให้คนอื่นได้นานอีกหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน

ประเด็นอาการป่วย

     อาการของโรคไข้หวัดใหญ่คือมีไข้ (สูงได้ถึง 40 องศาซี.) คัดจมูกน้ำมูกไหล เจ็บคอ ไอ ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ ปวดเบ้าตา แสบตา แพ้แสง คลื่นไส้อาเจียน อาการเหล่านี้มักคงอยู่นาน 4-6 วัน แต่เมื่ออาการอื่นๆทุเลาแล้วอาการไอแห้งๆอาจคงอยู่นานถึง 4-6 สัปดาห์

ประเด็นการวินิจฉัยไข้หวัดใหญ่

     การวินิจฉัยไข้หวัดใหญ่ทำโดยวิธีดูโหงวเฮ้ง หิ หิ พูดเล่น เอ๊ย..ไม่ใช่ พูดจริง การวินิจฉัยไข้หวัดใหญ่ส่วนใหญ่แพทย์วิินิจฉัยเอาจากอาการ มีส่วนน้อยที่แพทย์ยืนยันการวินิจฉัยโดยเอาสำลีพันปลายไม้กวาดเอาเยื่อเมือกในจมูกหรือในลำคอไปตรวจแล็บหาแอนติเจนของเชื้อ เพราะวุ่นวายยุ่งยาก การเจาะเลือดไปตรวจนับเม็ดเลือดไม่ใช่วิธียืนยันการวินิจฉัย แต่เป็นการช่วยวินิจฉัยทางอ้อมเพราะไข้หวัดใหญ่มักมีเม็ดเลือดขาวต่ำและอาจมีเกล็ดเลือดต่ำด้วย

ประเด็นวิธีรักษา

     วิธีรัักษามาตรฐานสำหรับไข้หวัดใหญ่คือการให้นอนพักประมาณ 3 วันและให้การบรรเทาอาการไปตามมีตามเกิด เพราะโรคนี้เป็นโรคเป็นเองหายเอง

     การให้กินยาต้านไวรััสเป็นทางเลือกเสริมในการรักษาที่แพทย์อาจจะตัดสินใจเลือกให้ได้ ทั้งนี้หากให้เร็วภายใน 40 ชั่วโมงนับตั้งแต่เริ่มมีอาการก็จะช่วยบรรเทาอาการแรงๆเช่นไข้ ปวดกล้ามเนื้อ เปลี้ยล้า ให้จบลงเร็วขึ้นได้ประมาณหนึ่งวันเมื่อเทียบกับการกินยาหลอก คือกินยาหลอกมีอาการสำคัญอยู่นาน 125 ชั่วโมง กินยาต้านไวรัสมีอาการสำคัญอยู่นาน 100 ชั่วโมง

     ยาที่นิยมเลือกใช้กันเป็นตััวแรกคือ Oseltamivir 74 mg วันละ 2 ครั้ืืงนาน 5 วัน หรือ zanamivir แบบสูดดม 10 มก.วันละ 2 ครั้ง นาน 5 วัน หรือ teramivir 600 มก.ฉีดเข้าเส้นตูมเดียวจบ

     ยา oseltamivir (Tamiflu) ซึ่งเป็นยายอดนิยมในบ้านเรานั้นข้อมูลในสหรัฐพบว่าเชื้อ H1N1 ดื้อต่อยานี้ 10.9% ความนิยมในการใช้ยานี้ในปัจจุบัน จึงซาไป

     ส่วนยาปฏิชีวนะหรือยาแก้อักเสบ (antibiotic) เป็นยาฆ่าเชื้อบักเตรี ไม่มีประโยชน์ในการใช้รักษาโรคไข้หวัดใหญ่เลย และไม่มีีผลในการป้องกันการติดเชื้อบักเตรีแทรกซ้อนแต่อย่างใด จึงไม่ควรใช้

ประเด็นวัคซีนที่ใช้ป้องกันไข้หวัดใหญ่

      วัคซีนที่ใช้ทุกวันนี้เป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็น (inactivated influenza vaccine - IIV) หรือ recombinant influenza vaccine (RIV) ซึ่งทำจากไข่ ถ้าแพ้ไข่แค่เบาะๆคือผื่นขึ้นเป็นลมพิษก็ยังให้วัคซีนได้ตามสบาย แต่ถ้าแพ้ระดับความดันเลือดตก จับหืดหรือแพ้จนต้องฉีดยาอะดรีนาลินแก้ คนที่แพ้แบบนั้นการให้วัคซีนควรทำในโรงพยาบาลหรือสถานพยายบาลที่มีความพร้อมรับมือกับการแพ้ระดับรุนแรงครบเครื่องเท่านั้น

     ส่วนวัคซีนหยอดจมูกซึ่งเป็นวัคซีนชนิด live attenuated influenza vaccine (LAIV) เมื่อนำออกมาใช้จริงในช่วงปี 2013-16 พบว่าไม่เจ๋งอย่างที่คิด ศูนย์ควบคุมโรค (CDC) จึงแนะนำว่าไม่ควรใช้ในปีนี้
 
ประเด็นประสิทธิผลของวัคซีน

      วัคซีนไข้หวัดใหญ่มีประสิทธิผลในการป้องกันโรค 48% ในปี 2016 หมายความว่าคนได้รับเชื้อแล้ว 100 คน มี 48 คนไม่เป็นโรค

     แต่ในปี 2017 นี้หากนับมาถึงเดือนมิย. พบว่ามีประสิทธิผลในการป้องกันโรค 42%

ประเด็นใครบ้างควรฉีดวัคซีน

      วงการแพทย์แนะนำว่าทุกคนที่มีอายุหกเดือนขึ้นจนถึงวัยชรา ควรได้รับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี โดยฉีดปีละเข็ม แต่หากเป็นเด็กที่ไม่เคยได้วัคซีนมาก่อนควรฉีดสองเข็มห่างกันหนึ่งเดือน

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม

1. Centers for Disease Control and Prevention. Situation Update: Summary of Weekly FluView Report. Updated December 16, 2016. Available at: http://www.cdc.gov/flu/weekly/summary.htm. Accessed December 22, 2016.
2. Budd A, Blanton L, Kniss K, et al. Update: Influenza Activity - United States and Worldwide, May 22-September 10, 2016. MMWR Morb Mortal Wkly Rep. 2016 September 23;65(37):1008-14. PMID: 27657671. 
3. Grohskopf LA, Sokolow LZ, Broder KR, et al. Prevention and Control of Seasonal Influenza With Vaccines.MMWR Recomm Rep. 2016 August 26;65(5):1-54. PMID: 27560619
4. Centers for Disease Control and Prevention. Flu Vaccine and People With Egg Allergies. Updated September 2, 2016. Available at: https://www.cdc.gov/flu/protect/vaccine/egg-allergies.htm. Accessed October 10, 2017
5. Centers for Disease Control and Prevention. Influenza Antiviral Drug Resistance. August 5, 2016. Available at: https://www.cdc.gov/flu/about/qa/antiviralresistance.htm. Accessed October 10, 2017

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

แจ้งข่าวด่วน หมอสันต์ตัวปลอมกำลังระบาดหนัก

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว

เลิกเสียทีได้ไหม ชีวิตที่ต้องมีอะไรมาจ่อคิวต่อรอให้ทำอยู่ตลอดเวลา

ไปเที่ยวเมืองจีนขึ้นที่สูงแล้วกลับมาป่วยยาว (โรค HAPE)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren