บทความ

ถ้า..ถ้า...ถ้า เรื่อง COVID-19 ประเด็นการใช้สิทธิ UCEP

กราบเรียนคุณหมอสันต์ ถ้าตอนแรกนึกว่าป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ไปรพ.เอกชน แล้วพบว่าติดเชื้อ COVID-19 ถึงขั้นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ในรพ.เอกชน แล้วเงินหมด อยากจะย้ายไปรพ.ของรัฐแต่ก็ย้ายไม่ได้เพราะเตียงเต็มหมด กรณีหากไม่ต้องการหมดตัวเพราะค่าใช้จ่าย จะต้องทำอย่างไร ...................................................... ตอบครับ      มาอีกละ พวกหนีปัจจุบันไปอยู่กับ "ถ้า" เพราะตอนนี้คนสติแตกกันไปหมดแล้ว ทุกคนไปอยู่กับความกลัวในอนาคต ตื่นมาสิ่งแรกคือต้องเปิดหน้าจอเช็คยอดโควิดโดยลืมเรื่องการล้างหน้าแปรงฟันไปเลย  โปรดสังเกตว่าผมตอบจดหมายเรื่อง COVID-19 น้อยมาก ครั้งสุดท้ายรู้สึกผมจะติงคุณหมอหนุ่มท่านหนึ่งว่าอย่าไปสติแตกกับโมเดลทางระบาดวิทยามากเกินไป ตั้งแต่นั้นก็ไม่ได้เขียนอีกเลย เพราะมีแต่จดหมายถาม ถ้า..ถ้า...ถ้า.... ซึ่งผมทิ้งลงตะกร้าหมดเพราะมันเป็นแค่ความกลัวอนาคตที่ไม่มีอยู่จริง ถ้าผมตอบจดหมายก็เท่ากับว่าผมหลวมตัวหนีไปอยู่กับความกลัวในอนาคตของท่านผู้อ่านด้วย แต่ครั้งนี้ผมตอบจดหมายของคุณเพราะเห็นว่าท่านผู้อ่านทั่วไปยังไม่รู้จักระบบบริการสุขภาพถ้วนหน้าของไทยดีพอ โดยเฉพา...

ความสุขคุณไม่ต้องไปตามหา (pursuit) แต่ให้แสดงออก (express)

คุณหมอสันต์ครับ ผมค้นหาความหมายของชีวิต แต่รู้สึกว่าตัวเองหลงทาง รู้แต่ว่าชีวิตมันไม่ได้มีแค่นี้ แต่เสาะหาอะไรที่มากกว่านี้แล้วก็ล้วนแต่ไม่ใช่ คุณหมอช่วยแนะนำทิศทางให้ผมหน่อยครับ ..................................................................... ตอบครับ      คุณตอบผมก่อนสิว่าชีวิตคืออะไร คุณพูดถึงชีวิตราวกับว่ามันเป็นอะไรที่อยู่นอกตัวคุณ คุณเหมาเอาว่าความคิด อารมณ์ อุดมการณ์ ศาสนาความเชื่อ ธุรกิจ อาชีพ ทรัพย์สมบัติ ความยึดถือเกี่ยวพันเช่นลูกเมียว่าคือชีวิต แต่ผมจะบอกว่าเหล่านั้นไม่ใช่ชีวิต เหล่านั้นมันเป็นผลพวงจากความคิดขี้หมาของคุณเอง การที่คุณมีชีวิตอยู่ ตื่นอยู่ รู้ตัวอยู่เหน่งๆที่นี่ ตรงนี้ เดี๋ยวนี้ นี่ต่างหากคือชีวิต คือคำตอบสำหรับคนที่ค้นหามาแยะแล้วอย่างคุณก็คือคุณไม่ต้องไปหาที่ไหน หาที่ข้างในตัวคุณนี่แหละ แล้วไม่ต้องมาร์คปฏิทินว่าจะออกค้นหาเมื่อไหร่ เพราะชีวิตปรากฎที่เดี๋ยวนี้เท่านั้น      คุณดิ้นรนหาความหมายของชีวิต ก็เพราะคุณไม่มีความสุขกับเดี๋ยวนี้ ความคิดมันจึงผลักดันให้คุณดิ้นรนค้นหาว่าทางไปในอนาคตว่าคืออะไร อะไรผิดอะไรถูก อะไรควร อ...

การจะเลือกวิธีรักษาแบบไหนเป็นสิทธิของคนไข้ ไม่ต้องกลัวหมอจะว่า

เรียนคุณหมอ พ่ออายุ 72 ปี หมอนัดทำบอลลูนหัวใจในเดือนพ.ค.นี้ที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด คนไข้เคยนัดทำเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ แต่ขอยกเลิก เนื่องจากคนไข้ไม่อยากทำ เมื่อวาน คือวันที่ 3 มี.ค หมอนัดไปที่คลีนิคหัวใจ หลังจากเข้าโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 2-6 ก.พ. และคุณหมอได้บอกว่า ยังไงก็ต้องทำบอลลูน พ่อไม่กล้าพูดเพราะเกรงใจหมอ เลยรับใบนัดมา แล้วได้โทรมาหาดิฉัน ซึ่งไม่ได้พาพอไปหาหมอในวันนั้น เพราะไม่สบาย เลยให้พ่อไปคนเดียว เหตุผลของพ่อที่ไม่อยากทำ คือ ต้องการจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้ชีวิตใหม่ เช่น ออกกำลังกาย อาหาร งดแอลกอฮอล์ หากอาการไม่ดีขึ้น ก็จะต้องดูอีกที พ่อได้บอกเพิ่มว่า หมอไม่ได้ตรวจเลือด ใช้เพียงหูฟัง แล้วเปลี่ยนยาที่เคยให้ตอนออกจากโรงพยาบาล และบอกว่า ยาที่เหลือจากคราวที่แล้ว ให้เลิกกิน แล้วเริ่มกินยาที่ให้วันนี้ใหม่ทั้งหมด คำถามของพ่อคือ 1.หมอรู้ได้ยังไงว่าเวลาผ่านไปเกือบ 1 เดือน อาการของแกเป็นอย่างไร 2. หากต้องบอลลูนในเดือนพ.ค.นี้ แกต้องการตรวจหัวใจใหม่ก่อนว่ามันดีหรือแย่ พร้อมทั้งสังเกตอาการที่บ้าน ว่าเป็นอย่างไร แต่เจ้าหน้าที่ที่โรงพยาบาลบอกแกว่า คราวนี้ห้ามยกเลิกอีกนะ ดิฉันต้องทำอย่...

เริ่มทำอาหารมังสวิรัติแบบอินเดีย ขอถามจุดด้อยจุดเด่น

ผมเริ่มทำอาหารมังสะวิรัตแบบแขก เรียกว่า ซาคาฮารี 1. มีุจุดเด่นจุดด้อยอย่างไรครับ 2.อินเดียใช้น้ำมันมาสตาดที่ทำจากเมล็ดมาสตาดทำอาหาร เมื่อโดนความร้อนมากจะแปลงเป็น ไขมันทรานไหมครับ ขอบคุณครับคุณหมอ ................................................................... ตอบครับ      ผมไม่ใช่คนช่างทำอาหารนะ แต่หยิบจดหมายคุณมาตอบเพราะเผอิญผมมีเพื่อนเป็นชาวอินเดีย ไปบ้านเพื่อนที่ไร ม. ของเพื่อนก็ทำอาหารอินเดียเลี้ยง จากไม่อร่อยก็กลายเป็นอร่อย แต่ผมถามเมืยเพื่อนว่าลูกชายสามคนของคุณกินอะไรเป็นเมนูโปรดของพวกเขา เธอตอบว่า "ผัดกระเพราะราดข้าว" หิ..หิ      มาตอบคำถามของคุณดีกว่า      1. ถามว่าจุดเด่นของอาหารอินเดียคืออะไร ตอบว่าคือ      1.1 เป็นอาหารพืชล้วนๆ ล้วนๆชนิดที่ว่าแม้แต่ไข่ ไก่ เป็ด ปู ปลา กุ้ง หอย ก็ไม่มีทั้งสิ้น      1.2 แม้คนอินเดียจะกินแต่พืชแต่ก็เป็นพืชที่ไม่น่าเบื่อเพราะอินเดียมีถั่วให้กินหลากหลายมาก ไม่เหมือนเมืองไทยที่มีถั่วเหลือนับได้ไม่ถึงสิบอย่าง ที่เหลือสูญพันธ์ไปหมดแล้ว     ...

ความสำเร็จที่แท้จริงคือการไม่คิดนั่นคิดนี่

คุณหมอสันต์คะ คุณหมอเป็นคนที่เกิดมาประสบความสำเร็จมากมายในการทำงานและการใช้ชีวิต ได้มีโอกาสใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและมีความหมาย แต่สำหรับคนที่ชีวิตไม่ได้เกิดมาบนเงื่อนไขอย่างนั้น ทุกอย่างมีแต่ความผิดพลาด ผิดหวังซ้ำซาก สูญเสีย และขาดแคลน มองไม่เห็นลู่ทางว่าจะเอาสิ่งที่คุณหมอสอนไปตั้งต้นใช้ได้ที่ตรงไหน ..................................................      บางคนมองอีกคนหนึ่งว่ามีชีวิตที่ประสบความสำเร็จ แต่บางคนมองว่าตรงกันข้าม สุดแล้วแต่ใครจะมองจากมุมไหน แต่ผมมองตัวเองว่าความสำเร็จในชีวิตผมมีอย่างเดียวเท่านั้น คือการที่ 99% ผมอยู่ได้โดยไม่ต้องคิดนั่นคิดนี่ คุณกับผมอาจจะต่างกันที่ตรงนี้ ขอให้คุณใส่ใจตรงนี้ ส่วนเรื่องทรัพย์สมบัติ การศึกษา ชื่อเสียงเกียรติคุณ และโอกาสได้ทำนั่นทำนี่ เหล่านั้นล้วนเป็นเรื่องไร้สาระ คุณอย่าได้เสียเวลาไปใส่ใจเลย      ในวัยหนุ่ม ตอนที่ผมมีลูก ผมตั้งชื่อเขาว่า "พอ" เพื่อเตือนตัวเองว่าอย่าโลภมาก หลายสิบปีผ่านไปผมยอมรับว่าคำเตือนตัวเองนั้นไม่ได้ผล      จนเมื่อผมป่วย เกษียณจากงานอาชีพ เข้าสู่วัยชรา หันมาสนใจช...

นมแห้งเมื่อลูกอายุได้แค่ 3 เดือน

ลูกดิฉันจะ3เดือนแล้วค่ะ แต่นมแม่มีน้อยมาก ถ้าเทียบกับน้ำหนักตัว คือไม่พอต่อมื้อค่ะ มีวิธีแก้ หรือวิธีเพิ่มน้ำนมไหมคะ เห็นบทความคุณหมอเกี่ยวกับนมวัวค่ะ เลยไม่อยากให้ทานนมเสริม รบกวนด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ ส่งจากโทรศัพท์มือถือ Huawei ของฉัน ..................................................................      คำถามนี้สมัยก่อนไม่มีปัญหาเลย คุณย่าคุณยายจัดการให้ได้หมด กินนั่นไม่ได้ก็เอานี่ ไม่มีนี่กินก็เอานั่น แต่มาสมัยนี้มีปัญหาเพราะเด็กจะกินอะไรต้องรอให้หมออนุมัติก่อน หรืออย่างน้อยก็ต้องให้อากู๋เห็นชอบก่อนเด็กจึงจะได้กิน ผมสังเกตว่าปัญหามีมาตั้งแต่เมื่อองค์การอนามัยโลก (WHO) และวิทยาลัยกุมารแพทย์อเมริกัน (AAP) ออกแนวปฏิบัติมาตรฐานให้ใช้นมแม่เป็นแหล่งอาหารหลักเพียงอย่างเดียวเท่านั้นจนกว่าอายุจะครบ 6 เดือน ตั้งแต่นั้นมาก็เริ่มมีปัญหาโดยเฉพาะเมื่อแม่ไม่มีน้ำนมหรือไม่มีเวลาให้ลูกดูดนม แต่คุณอย่าไปกังวลมากเกินไป แม้ว่า ม. ของหมอสันต์เป็นหมอเด็กแต่หมอสันต์ไม่ใช่หมอเด็ก ดังนั้นผมจะตอบคำถามแบบที่คุณเอาไปปฏิบัติได้ ไม่ต้องเถรตรงว่าเมื่อแม่ไม่มีน้ำนมก็ให้ลูกอดซะ แล้วผมจะบอกความจ...

โรคป่วยเฉียบพลันจากความสูง (AMS)

คุณหมอคะ พี่เพิ่งกลับจากเลห์ ลาดัค ตอนที่อยู่ที่นั่นวันแรกหลังจากตื่นเช้ายังไม่ทันทำอะไรก็มีอาการเบลอจนหมดสติไป น้องที่ไปด้วยกันบอกว่าพี่หน้าซีดมากแล้วค่อยๆรูดลงไปกองกับพื้น พี่รู้แต่ว่าก่อนหน้านั้นตอนเช้ามันปวดหัว คลื่นไส้ หมดแรง แล้วก็เบลอจนหมดสติ กลับมาแล้วจึงค่อยเล่าให้ลูกชายฟัง เขาบอกให้พี่รีบไปตรวจสมองที่โรงพยาบาล แต่ว่าตอนนี้พี่สบายดีมาก ทำอะไรได้ทุกอย่าง พี่เป็นอะไร พี่จำเป็นต้องไปตรวจไหม ................................................. ตอบครับ      อาการป่วยที่คุณพี่เล่ามานั้นมีชื่อเรียกว่า "โรคสมองบวมน้ำจากความสูง (HACE)" เป็นบุญแล้วที่คุณพี่รอดมาเขียนจดหมายนี้ได้ ตอนนี้ลงจากเขามาแล้ว โรคมันจบไปแล้ว ไม่ต้องไปตรวจอะไรให้ยุ่งยากวุ่นวายอีก คุณพี่เขียนมาก็ดีแล้ว ผมยังไม่เคยเขียนถึงโรคป่วยจากความสูง วันนี้เขียนเรื่องนี้สักครั้งก็ดีเพราะมีข่าวคนไทยได้ไปตายในที่สูงแถวหิมาลัยบ่อยๆ โดยผมจะจับเฉพาะประเด็นที่คนทั่วไปจะเอาไปใช้ประโยชน์ในการท่องเที่ยวได้ และประเด็นที่เกิดความเข้าใจผิดบ่อยๆ      ประเด็นที่ 1. นิยามศัพท์ ขอเรียกชื่อโรคให้ตรงกันก่อน จะ...