หมอสันต์ตอบปัญหาวิธีผ่าตัดแก้ไขหลอดเลือดใหญ่ที่ท้องอุดตันเรื้อรังมานาน
สวัสดีค่ะอาจารย์หมอสันต์
หนูคือคนที่โทรสายหน้าไมค์ไลฟ์ สดวันที่ 22 กพ.69 (เมื่อวานนี้ค่ะ)
อาจารย์คะ หนูขอเรียนปรึกษาเพิ่มอีกนิดค่ะ ทั้งนี้หนูได้แนบภาพซึ่ งแคปมาจากCTA Whole Aorta มาด้วยค่ะ ประวัติ อายุ 54 ปีค่ะ อาการปวดขาเป็นมาประมาณปี 64 ค่ะ มาตรวจพบและรักษาปี 66 ค่ะ ซึ่งตั้งแต่ปี 64 หนูก็พยายามหาหมอ และแจ้งอาการหมอมาตลอดค่ะ หมอส่งกายภาพ แต่ไม่หาย จนกระทั่ง กย.ปี 66 หนูพาตัวเองไปทำABI ผลปรากฏว่าหลอดเลือดมีปัญหา จึงทำนัดพบหมอVascular และหมอส่งทำCTA Whole Aorta หลังผลออก ก็เริ่มการรักษาจนปัจจุบันค่ะ.. .
เรียนปรึกษาค่ะ
1.หลอดเลือดที่ตันมีโอกาสกลั บมาใช้งานได้ต่อหรือไม่ (ถ้ารักษาด้วยการทานยาต้านเกล็ ดเลือดอย่างเดียว)
2.ปี 66 ทานยาต้านเกล็ดเลือด Cilostazol Pletaal Sr 100 วันละ1เม็ดก่อนอาหารเช้าทุกวัน แต่มีอาการเวียนหัวมาก ทนทานมา1ปี ปัจจุบันหมอเลยให้ทานวันเว้นวัน เพื่อลดผลข้างเคียงเรื่องเวี ยนหัวค่ะ
คำถามคือ ยาตัวนี้มีประโยชน์อย่างไรกั บรอยโรคที่หนูเป็นคะ และส่งผลในระยะยาวดีหรือไม่คะ
3.อาจารย์แนะนำให้หนูเข้ารั บการผ่าตัด แต่ต้องเลือกหมอที่ ชำนาญและมีประสบการณ์เคยผ่าตั ดหลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องท้อง หนูขออาจารย์กรุณาแนะนำหมอให้ หนูได้มีโอกาสเรียนปรึกษาและรั กษาต่อด้วยค่ะ
4.การผ่าตัดส่งผลดี ผลเสีย และมีข้อควรระวัง อย่างไรบ้างคะ ทั้งก่อนและหลังผ่าตัดค่ะ
ขอขอบพระคุณในความกรุณา อาจารย์อย่างสูงค่ะ
ปล.รออาจารย์ตอบกลับนะค๊า
...............................................................
ตอบครับ
ก่อนตอบคำถามผมขอวินิจฉัยโรคก่อนนะ ปัญหาของคุณคือการอุดตันหลอดเลือดแดงใหญ่ในท้องเป็นท่อนยาวและเป็นเรื้อรังมานานเกินยี่สิบสามสิบปีแล้ว (chronic, long segment, abdominal aortic occlusion) ส่วนสาเหตุของโรคนั้นไม่ทราบ อาจจะเป็นโรคหลอดเลือดอักเสบตอนเด็กๆแล้วหลอดเลือดตันไป หรืออาจเป็นแบบนี้ตั้งแต่เกิดมาแล้วก็ได้
เอาละทีนี้มาตอบคำถาม
1. ถามว่าหลอดเลือด abdominal aorta ช่วงที่ตันไปแล้ว มีโอกาสที่จะกลับมาใช้งานได้อีกไหม่ ตอบว่า..ดูจากโหงวเฮ้งในภาพที่ให้มานี้ ไม่มีโอกาสแล้วครับ
อันที่จริงผมยังไม่มั่นใจด้วยซ้ำไปว่าตรงนั้นยังมีหลอดเลือดแดงใหญ่อยู่เหมือนคนอื่นเขาหรือเปล่า ผมหมายถึงว่ามันอาจเป็นความผิดปกติแต่กำเนิด หรือการอุดตันจากหลอดเลือดอักเสบตั้งแต่อายุน้อยที่เกิดมานานแล้วจนหลอดเลือด abdominal aorta ท่อนนั้นฝ่อหายไปหมดแล้วก็ได้
2. ถามว่ายาต้านเกล็ดเลือดที่หมอให้กินอยู่มีผลอะไรต่อโรคนี้ไหม ตอบว่าในขณะนี้ (ขณะที่ยังไม่ได้ผ่าตัดแก้ไข) ยาไม่มีผลอะไรต่อโรคนี้ในขณะนี้เลยครับ ไม่มีเลย ให้หรือไม่ให้ก็แป๊ะเอี้ย
3. ถามว่าการผ่าตัดแก้ไขต้องทำอย่างไร ตอบว่ากรณีของคุณนี้การเลือกวิธีผ่าตัดผู้ป่วยต้องร่วมตัดสินใจด้วย เพราะเป็นกรณีที่มีความเสี่ยงพิเศษ จะปล่อยให้หมอเอามือซุกหีบคนเดียวก็ไม่ยุติธรรม ทุกวิธีที่เลือกล้วนมีความเสี่ยง กล่าวคือ
3.1 วิธียอดนิยมคือแทงสายสวนเข้าไปวางเส้นเลือดเทียมไว้ข้างในหลอดเลือดที่ตัน (intra abdominal aortic vascular graft with stent) ผมมีความเห็นว่าทำไม่ได้เพราะลวดนำ (guide wire) คงไม่สามารถแยงผ่านจุดตันที่ยาวมากและถาวรมากจนอาจถึงระดับตันสนิทแล้วขึ้นไปได้
3.2 วิธีผ่าตัดแบบคลาสสิกคือผ่าตัดแบะหน้าท้องออกแบบโล่งโจ้ง แล้วผ่าแบะหลอดเลือดใหญ่ออก แล้วเอาหลอดเทียมเข้าไปใส่แทนแล้วเย็บหลอดเลือดเดิมหุ้มกลับหลอดเลือดเทียมไว้ (abdominal aortic aneurysmorrhaphy) วิธีนี้ก็ไม่น่าจะทำได้เพราะมีความเสี่ยงที่จะฝังปลายบนของหลอดเลือดเทียมไม่ลงเนื่องจากมีที่ว่างให้เย็บยึดหลอดเลือดเทียมกับหลอดเลือดจริงส่วนที่ยังปกติอยู่น้อยมากจนต้องลุ้น เพราะตำแหน่งที่จะเย็บอยู่สูงเกินไปขณะที่มีหลอดเลือดเสริม (callaterals) ยั้วเยี้ยมากเกินไปทำให้ทำงานยาก ต้องผูกตัดหลอดเลือดเสริมแยะ ต้องหนีบหลอดเลือดใหญ่และหลอดเลือดเลี้ยงไตไว้นาน จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายต่อแกนประสาทสันหลัง (ขาดเลือด) ซึ่งทำให้เป็นอัมพาตถาวรหลังผ่าตัดได้ และเสี่ยงเกิดเนื้อลำไส้ตายแล้วเน่า (จากการขาดเลือด) ทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือดแล้วพาลทำให้เจ้าตัวพลอยตายไปด้วย หรืออย่างเบาๆก็อาจทำให้ไตวายเฉียบพลันเพราะต้องหนีบหลอดเลือดไปเลี้ยงไตไว้นานเอาเรื่องอยู่
3.3 วิธีผ่าตัดแบบใส่หลอดเลือดเทียมเชื่อมหลอดเลือดแดงที่รักแร้ ฝังผ่านชั้นใต้ผิวหนัง ไปส่งให้หลอดเลือดแดงที่ขาทั้งสองข้าง (axillo bi-femoral bypass grafting) วิธีนี้เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด ทำง่ายที่สุด เหมาะกับกรณีของคุณมากที่สุด แต่หมอที่เคยทำผ่าตัดแบบนี้มีน้อย เพราะโรคของคนไทยปกติไม่จำเป็นต้องอาศัยการผ่าตัดแบบนี้ แต่ผมมีความเห็นว่าสำหรับคุณควรเลือกทำผ่าตัดวิธีนี้
4. ถามว่าแนะนำหมอและแนะนำโรงพยาบาลให้หน่อยดิ ตอบว่า หิ..หิ อย่าดีก่า เพราะว่าแพทยสภาเขาห้ามแพทย์ช่วยกันทำมาหากินด้วยวิธีส่งลูกค้าให้พวกกันเอง คุณไปสอบถามญาติที่เป็นหมอเอาเอง หรือแอบถามเอาจากพยาบาลที่เก๋ากึ๊กจนรู้ไส้หมอครบหมดทุกขดเอาเองก็แล้วกัน
5. ถามว่าผลดีผลเสียการผ่าตัดคืออะไร ตอบว่าผลดีก็คือคุณภาพชีวิตจะดีขึ้นทันตาเห็นไงเพราะอย่าลืมว่าคุณอายุน้อยอยู่นะ ชีวิตยังเหลืออยู่ข้างหน้าอีกมาก ส่วนผลเสียนั้นขึ้นกับวิธีผ่าตัดที่คุณเลือก หากเลือกวิธีที่เสี่ยงมากผลเสียก็คือ ตายบ้าง ไตวายบ้าง เป็นอัมพาตบ้าง เป็นต้น
แต่ไม่ว่าจะเลือกวิธีที่เสี่ยงมากหรือเสี่ยงน้อย หลังผ่าตัดทุกกรณีอาจจะต้องกินยากันเลือดแข็งหรืออย่างน้อยๆก็ยาต้านเกล็ดเลือดไปตลอดชีวิต
อีกประการหนึ่ง หมอที่คุณไปปรึกษาท่านอาจจะยกประเด็นน่ากังวลที่ว่าการผ่าตัดแบบ axillo bifemoral bypass grafting มีอัตราเกิดอุดตันหลังผ่าตัดง่ายกว่าการผ่าตัดเข้าไปใส่หลอดเลือดเทียมในท้องเพราะต้องวางหลอดเลือดเทียมยาวมากและอยู่ตื้นมากเสียจนนอนทับแบนแต๊ดแต๋ได้ง่ายๆนั้น ผมขอชี้แจงไว้ล่วงหน้าว่าเรื่องนั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะอัตราการอุดตันหลังผ่าตัด 5 ปี ของการผ่าตัดแบบนี้เอาจริงๆตามสถิติแล้วมีอัตราปลอดการอุดตัน (patency rate) ดีระดับ 60% และทุกครั้งที่อุดตันก็แก้ได้ง่ายๆโดยการเอาบอลลูนติดปลายสายสวนเข้าไปลากเอาลิ่มเลือดที่อุดตันออกมา เลือดก็จะกลับวิ่งได้เหมือนเดิม
6. ถามว่าถ้าไม่ผ่าตัดชีวิตจะเป็นอย่างไร ตอบว่าก็จะเส็งเคร็งเดินไกลแล้วเจ็บน่องไปอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้แหละ แต่ที่จะเกิดเหตุปุ๊บปับตายเลยนั้นไม่มี อย่าไปกังวลตรงนั้น สิ่งที่จะช่วยได้คือการขยันเดินออกกำลังกายให้ถึงระดับใกล้ปวดน่องทุกวันเพื่อให้หลอดเลือดเสริมมัมเพิ่มขึ้น และการจัดการปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดอันได้แก่บุหรี่ ไขมัน ความดัน เบาหวาน เป็นต้น
นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์
