อายุ 36 บอลลูนไปแล้วสองรอบ นี่จ่อรอบที่สาม

หน้าร้อน รั้วเวลเนสวีแคร์เปลี่ยนเป็นสีแดง


สวัสดีครับคุณหมอสันต์ 

 จากที่ได้ฟังใน live คุณหมอเมื่อวาน (22/Feb/2026) อยากปรึกษาคุณหมอครับ 
 ผมชื่อ ... นะครับ อายุ 36 พ่อเเม่ ทำบอลลูนทั้งคู่ ldl สูงทั้งคู่ - ตอน อายุ 35 ความดันขึ้น 180 เเล้วไม่ลง 1 เดือน และมีอาการเหนื่อยผิดปกติ เวลาเดินขึ้นทางชัน (แต่ใช้ชีวิตประจำวันไม่มีอาการใดๆ) เลยไปวิ่งสายพาน เเละฉีดสี พบว่า ตัน 1 ตีบ 2 หมอเลยทำ บอลลูนให้ 2 ครั้ง ใน 1 เดือน ใส่บอลลูนเคลือบน้ำยาไป 7 อัน เเละขดลวด 1 อัน (หมอเเจ้งว่าเส้นเลือดผมเล็กมาก) (ทำกับ อ. ... ที่ รพ ...) - วันนี้ผ่านมา 1 ปีครึ่ง หมอนัดวิ่งสายพาน เเละพบว่าผิดปกติ จึงนัดฉีดสีอีก เป็นครั้งที่ 3 ซึ่งก็คิดว่าไม่น่าจะรอดน่าจะโดนใส่บอลลูอีก - ทุกวันนี้ ใช้ชีวิตได้ปกติ พยายามเดินทุกวันตอนเช้า 30 นาที เเละมื้อเย็นกินเเค่ผลไม้ และเลี่ยงของทอด ของมัน จากวันที่ทำบอลลูนไป จนถึงวันนี้ไม่เคยมีอาการผิดปกติใดๆ จะมีอาการเเน่นหน้าอกก็ต่อเมื่อ ออกเเรงหนักๆ วิ่งไวๆ ในช่วงสั้นๆ เเต่พักสัก 30 วิก็จะหายเป็นปกติ และทุกวันนี้กินยาตลอดไม่เคยขาด ldl อยู่ที่ 60 ความดัน 135/85 
 อยากจะเรียนปรึกษาคุณหมอว่าแบบนี้อันตรายมั้ยถ้าไม่ไปฉีดสีเพื่อดูตามที่หมอนัด จะส่งผลเสียต่อหัวใจในระยะยาวมั้ย หรือคุณหมอสันต์มองว่าควรจจะไปฉีดสีดู หรือไม่ต้องครับ ถ้าคุณหมอตอบกลับไม่ทางใดก็ทางหนึ่งจะเป็นพระคุณมากๆครับ 

ขอบคุณมากๆเลยครับ 

 ........................ 

 ตอบครับ 

 1. คุณเป็นโรคหลอดเลือดระดับรุนแรงตั้งแต่อายุยังน้อย ต้องทุ่มเทดูแลตัวเองสุดชีวิต มิฉนั้นจะไม่ได้ตายดี 

 2. การทำบอลลูนไม่ว่าจะกี่ครั้ง ใส่ขดลวดไม่ว่าจะกี่ขด ไม่ทำให้การดำเนินของโรคเปลี่ยนไปจากเดิมได้ โรคจะเดินหน้าของมันต่อไป การขยันทำบอลลูนใส่ขดลวดซ้ำๆจึงไม่ใข่คำตอบ งานวิจัย COURAGE trial พบว่าผู้ป่วยอย่างคุณนี้จะไปทำบอลลูนบายพาสหรือไม่ทำ อัตราตายในอนาคตไม่ต่างกันครับ 

 3. ยาลดไขมันอาจทำให้คุณสบายใจ แต่ยาลดไขมันลดอัตราตายและการเกิดจุดจบที่เลวร้ายของโรคได้น้อยมาก คือลดได้ (RRR) 1% ถ้าขยันกินยาไป 5 ปี ผมจึงไม่แนะนำให้กินยาลดไขมันเพื่อความสบายใจแต่ไม่จริงจังกับเรื่องการเปลี่ยนวิถีชีวิต 

 4. โรคจะถอยกลับได้ก็ต่อเมื่อเปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างจริงจังในเรื่อง 

(1) เปลี่ยนอาหาร เลิกกินเนื้อสัตว์ มากินพืชเป็นหลัก โดยปรุงด้วยวิธีไม่ใช้น้ำมันผัดทอด 
(2) ออกกำลังกายทุกวัน 
(3) จัดการความเครียดและดูแลการนอนหลับให้ดี 
(4) การมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบตัว 

 5. ผมแนะนำว่า ตราบใดที่ยังไม่มีอาการรุนแรงถึงขั้นรบกวนคุณภาพชีวิตมากมาย ให้คุณเลิกสนใจที่จะไปตรวจเพิ่มเติมและรับการรักษาแบบรุกล้ำเพิ่มเติมเสีย หันมาทุ่มเทให้กับการเปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างเดียวอย่างจริงจังดีกว่าครับ

นพ. สันต์ ใจยอดศิลป์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

แจ้งข่าวด่วน หมอสันต์ตัวปลอมกำลังระบาดหนัก

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

เลิกเสียทีได้ไหม ชีวิตที่ต้องมีอะไรมาจ่อคิวต่อรอให้ทำอยู่ตลอดเวลา

ไปเที่ยวเมืองจีนขึ้นที่สูงแล้วกลับมาป่วยยาว (โรค HAPE)

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

"ลู่ความสุข" กับ "ลู่เงิน"