ระวังจะเป็นแบบอองลองที่โดนขงเบ้งด่าแล้วตกม้าตาย

ลังเลมาสองวัน จึงตัดสินใจเขียนมา ผมอายุ 62 ปี เดิมรับราชการ พอเกษียณแล้วเครียด โดยเฉพาะถ้าวันไหนหายใจทิ้งไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์ทำก็ยิ่งเครียดหนัก ภรรยาก็บ่นมากกว่าที่เคย ทำให้ผมเครียดซ้ำสอง จะทำอะไรก็เครียดเพราะกลัวโดนภรรยาบ่น แล้วเธอเป็นคนที่พออายุมากแล้วยิ่งเป็นทุกข์จู้จี้จุกจิกคิดถึงแต่เรื่องร้ายๆกับเรื่องโน่นนี่นั่นมากมายกว่าเดิม หลายเรื่องที่เธอบ่นหรือพูดเป็นเรื่องเก่า แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องจริงแต่พูดออกมาทำไม เพราะพูดแล้วคนฟังไม่ว่าจะเป็นลูกหรือหลานเขามีแต่จะไม่สบายใจกันเปล่าๆ บางครั้งเธอพูดขึ้นมาผมเองก็อดโมโหไม่ได้ แต่ก็หักใจไม่ไปโต้ตอบเพราะไม่อยากมาทะเลาะกัน เป็นห่วงเธอเองจะทุกข์หนักมากขึ้นไปอีกด้วย อยากปรึกษาหมอสันต์ว่าผมยังไม่รู้สึกว่าตัวเองแก่เลย ผมควรจะกลับไปหางานเพื่อจะได้ไม่ต้องอยู่บ้านเฉยๆไร้ประโยชน์แถมต้องทนฟังภรรยาบ่นดีไหม และอายุมากแล้วอย่างนี้ ผมควรจะทำงานอะไรดี และถ้าผมหางานทำไม่ได้ ผมควรจะทำอย่างไรดี ความชำนาญของผมเป็นเรื่องระเบียบราชการ คงเอามาทำอะไรตอนเกษียณไม่ได้ คงต้องหาอะไรใหม่ๆทำ จะได้เงินมากน้อยก็ไม่เกี่ยง เพราะมีบำนาญกินอยู่แล้ว

................................................

ตอบครับ


โธ่..ถัง

     ก่อนจะตอบคำถามสมาชิกผู้สูงวัยท่านนี้ ผมขอเตือนหน่อยว่าแก่แล้วระวังอย่าไปใส่อารมณ์กับคำพูดของคนมากเดี๋ยวจะเป็นแบบอองลองในเรื่องสามก๊กที่ฟังขงเบ้งด่าแล้วโมโหจนตกม้าตายนะ คุณเคยอ่านสามก๊กตอนนี้หรือเปล่าละ ถ้าไม่เคยผมจะเล่าให้ฟัง

     เรื่องมีอยู่ว่าตอนปลายๆของยุคสามก๊ก อองลองเป็นเสนาบดีของวุยก๊ก (ก็คือก๊กโจโฉนั่นแหละ) อยู่มาจนถึงสมัยลูกหลานของโจโฉคือพระเจ้าโจยอย ขงเบ้งได้ยาตราทัพมหึมาของจ๊กก๊กมาจะตีเมืองหลวง โจจิ๋นนำทัพออกไปรบ อองลองซึ่งเป็นขุนนางร่วมรบวัย 76 ผู้มีบุคลิกกล้าหาญ องอาจ สง่าผ่าเผย ได้อาสาไปเจรจาให้ขงเบ้งยกทัพกลับไป ตั้งทัพประจัญหน้ายืนม้าตะโกนโต้คารมกันอยู่ห่างๆ ขงเบ้งได้ฟังคำกล่าวโอ้โลมของอองลองก็ร้องตวาดด่ากลับมา ตามสำนวนของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ว่า

    "...."ตัวท่านนี้เราก็รู้จักอยู่ เดิมเป็นลูกตระกูลอยู่บ้านกังไฮ คนทั้งปวงนับถือว่าท่านมีสติปัญญา รู้จักคุณบิดามารดา พระเจ้าเหี้ยนเต้จึงแต่งตั้งให้เป็นขุนนางผู้ใหญ่ ท่านควรจะทำการสนองพระคุณพระเจ้าเหี้ยนเต้โดยสุจริต ช่วยกันยกย่องเชื้อพระวงศ์ขึ้นครองสมบัติจึงชอบ แลท่านคบคิดเข้าด้วยอ้ายโจรชิงเอาราชสมบัติฉะนี้ โทษก็ผิดอยู่เป็นอันมาก คนทั้งปวงซึ่งสัตย์ซื่อต่อแผ่นดินก็คิดแค้นนักจะใคร่ฉีกเนื้อกินเสียทั้งเป็น ถึงเทพยดาในชั้นฟ้าก็จะสังหารท่าน บัดนี้เราพิเคราะห์เห็นว่าบุญแซ่เชื้อพระเจ้าเหี้ยนเต้ยังมากอยู่ พระเจ้าเล่าปี่จึงได้เป็นใหญ่ขึ้นในเมืองเสฉวนต่อพระวงศ์กันมา ตัวเรารับสั่งพระเจ้าเล่าเสี้ยนให้ยกกองทัพมาปราบอ้ายโจรราชสมบัติ ตัวท่านเป็นคนอกตัญญูเร่งหนีซุกซ่อนไปเอาตัวรอดให้พ้นความตายเถิด อย่ามาฝืนหน้าพูดถึงการแผ่นดินเลย ได้เร่งคิดถึงตัวแก่ชราถึงเพียงนี้แล้วจะตายไปดูหน้าวงศ์พระเจ้าเหี้ยนเต้กระไรได้ อ้ายโจรเฒ่า มึงเร่งกลับไปบอกอ้ายพวกขบถให้ยกกองทัพมารบจะได้เห็นฝีมือว่าผู้ใดจะแพ้แลชนะ"

     อองลองได้ฟังดังนั้นก็ร้องขึ้นด้วยเสียงอันดัง พลัดตกลงจากม้า ถึงแก่ความตาย.."

     ซึ่งเรื่องที่อองลองโดนด่าแล้ว (ผมเดาเอาว่า) หลอดเลือดหัวใจหดตัวเฉียบพลันจนเจ็บหน้าอกตกม้าตายนี้ สุมาอี้ซึ่งเป็นเซียนของฝ่ายวุยก๊กถึงกับเปรยกับสุมาสูและสุมาเจียวสองผู้บุตรเป็นเชิงสอนมวยว่า

     "...อองลองผ่านโลกมาถึงเพียงนี้ ยังทนเพียงลมปากคนไม่ได้ ช่างน่าละอายโดยแท้.."

     ที่ผมเล่าเรื่องสามก๊กซึ่งเป็นแค่นิยายหลอกเด็กให้คุณฟังนี้ก็เพราะอยากจะให้คุณจดจำบรรทัดสุดท้าย คือคำวิจารณ์ของสุมาอี้ที่ใช้สอนลูกนั่นแหละครับ ว่าแก่ปูนนี้แล้วยังทนขี้ปากคนไม่ได้นี่มันเป็นเรื่องน่าละอายนัก แสดงว่าที่แก่ผ่านมานั้นมันแค่แก่แดดแก่ลมหรืออย่างไร ไม่ได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับชีวิตมาบ้างเลยหรือ จึงไม่รู้ว่าขี้ปากคนนี้มันไม่ได้อยู่ที่ว่าใครเขาจะพูดว่าอะไร นั่นมันเรื่องของเขา นั่นมันปากของเขา นั่นมันเรื่องของคนพูด ไม่ใช่เรื่องของเรา แต่มันอยู่ที่ว่าตัวเราจะใส่ใจเอาเรื่องเอาราวจากคำพูดเหล่านั้นอย่างไรมากกว่า ตรงนี้ต่างหากที่มันเป็นเรื่องของเรา มันเป็นหูของเรา มันเป็นใจของเรา คนแก่แล้วสมควรสำเร็จวิชา "หูทวนลม" จึงจะเป็นการแก่แบบพหูสูตคือได้เรียนมามากได้รู้มามาก ไม่ใช่แก่แล้วกลับเที่ยวไปเก็บเอาขี้ปากคนมานั่งคิดนอนคิดให้ตัวเองเจ็บหน้าอก ที่สุมาอี้ใช้คำพูดว่าช่างน่าละอายโดยแท้ แหม..ผมเห็นด้วยจริงๆ

     เอาละทีนี่มาตอบคำถามของคุณ

     1. ถามว่าเกษียณแล้วจะกลับไปหางานทำดีไหมตอบว่าหากจะกลับไปทำงานเพราะมีใจอยากทำงานการกลับไปทำงานนั้นดีแน่ เพราะงานวิจ้ยทางการแพทย์ส่วนใหญ่ให้ผลไปทางเดียวกันว่าคนวัยเกษียณที่ยังทำงาน ไม่ว่าจะทำต่อไม่ยอมเลิก หรือเลิกแล้วกลับไปหางานทำใหม่ ไม่ว่าจะทำงานแบบได้เงินหรือไม่ได้เงิน ล้วนมีสุขภาพในภาพรวมดีกว่า มีอัตราป่วยเข้าแอดมิทในรพ.ต่ำกว่า ใช้สินไหมประกันสุขภาพน้อยกว่า มีปัญหาสมองเสื่อมน้อยกว่า และอยู่ในภาวะซึมเศร้าน้อยกว่าคนวัยเกษียณที่เลิกทำงานแล้ว

     แต่หากคุณอยากจะกลับไปทำงานเพราะรำคาญเมียขี้บ่น ผมว่ามันเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุดกระมังครับ คุณแก้ปัญหาโดยเอาสำลีอุดหูยังจะเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดมากกว่า หรือเมียอยู่หน้าบ้าน คุณหลบไปอยู่หลังบ้านหรือหลบไปเดินถนนนอกบ้านก็ได้ ซึ่งเป็นเทคนิคที่ผู้ชายญี่ปุ่นเกษียณแล้วเขาใช้กัน วิธีแก้ปัญหาที่ตรงจุดที่สุดคือคุณต้องฝึกสนองตอบต่อสิ่งแวดล้อมภายนอก ซึ่งหมายความรวมถึงภรรยาของคุณด้วย ในลักษณะที่ยอมรับทุกอย่างรอบตัวคุณอย่างสิ้นเชิงให้ได้เสียก่อน ยอมแพ้อย่างสิ้นเชิงเสียก่อน อย่าไปพยายามเอาชนะคะคานอะไร ยอมรับว่าทั้งหมดนี้คือสภาพที่คุณมีอยู่ เป็นอยู่ คุณยอมรับมันอย่างศิโรราบไม่มีข้อแม้ อย่างดีก็แค่แผ่เมตตา อโหสิ ไม่มีข้อวิพากย์วิจารณ์ติติงใดๆในใจทั้งสิ้น ยอมรับทุกอย่างรอบตัวอย่างที่มันเป็นอยู่ ณ เดี๋ยวนี้เสียทั้งหมด ยอมรับและอยู่กับมันแบบอยู่ได้ แล้วจะไม่มีปัญหา

     แก่ปูนนี้แล้วคุณไม่มีเวลาเหลือมากพอที่จะไปแก้ไขสิ่งนอกตัวแล้วละครับ เวลาที่เหลือควรจะใช้ไปกับการฝึกกลับเข้าไปสู่ภายในตัวเอง ฝึกกลับไปอยู่กับความรู้ตัว อยู่กับความเบิกบานที่ภายใน ซึ่งเป็นมิติที่อยู่นอกมิติของเวลา มีแต่ความรู้ตัวคือที่นี่เดี๋ยวนี้ ไม่มีอดีตอนาคต ผมแนะนำคุณว่า

     "..จงเป็นสิ่งมีชีวิตที่สงบนิ่งอยู่ในนิรันดร 
     แล้วโผล่ขึ้นมาทำกิจกรรมและสัมผัสกับผู้คนในมิติของเวลาเป็นครั้งคราวเท่านั้น"

     2. ถามว่าเกษียณแล้ว หากไม่มีทักษะวิชาชีพใดเป็นการเฉพาะแต่อยากกลับไปทำงาน ควรจะทำงานแบบไหนดี ตอบว่าทำงานอะไรก็ได้ที่ทำให้คุณได้มีโอกาสขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวแยะๆ คือให้จับประเด็นการได้ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวเป็นประโยชน์ที่พึงได้เพียงประเด็นเดียวของการทำงานวัยเกษียณ อย่าไปโลภขนาดคิดการใหญ่แบบทำให้แผ่นดินสูงขึ้นหรือพลิกโลกที่ร้อนให้เย็นเลย เอาแค่ให้ตัวคุณคนเดียวได้ขยับเขยื้อนไม่นั่งจุมปุ๊กอยู่กับที่ก็พอแล้ว งานง่ายๆอย่างรับจ้างเขาเดินหนังสือ หรือเดินส่งของ เป็นยามเดินตรวจสถานที่ (ที่ญี่ปุ่นยามส่วนใหญ่ใช้คนเกษียณแล้ว) เป็นคนกวาดพื้นถูพื้น รับจ้างเป็นคนสวน (อาชีพในฝันของผมเลย) หรือเป็นคนสวนให้ตัวเองก็ได้ ถ้าคุณเปิดร้านค้าขายอะไรก็ตามของตัวเอง อย่าตั้งม้านั่ง ให้ยืนและเดินในร้านทั้งวัน ไม่ว่าคิดจะทำอะไร อย่าคิดทำแบบเถ้าแก่หรือเจ้าสัวที่ตัวเองนั่งดีดลูกคิดแล้วจ้างลูกจ้างมาทำ อย่าทำอย่างนั้น ให้ลงมือทำเองหมด ลงมือเอง เป็นกรรมกรเอง มิฉะนั้นคุณจะไม่ได้ประโยชน์จากการทำงานวัยเกษียณ ประโยชน์เพียงหนึ่งเดียวของการทำงานวัยเกษียณคือได้ขยับเขยื้้อนเคลื่อนไหวออกกำลังกาย คุณต้องค่อยๆลองผิดลองถูกไป เหมือนกับคนรุ่นหนุ่มสาวตอนที่พวกเขาเริ่มหางานทำใหม่ๆ เขาก็ต้องเปลี่ยนงานไปเรื่อย ลองผิดลองถูกไปแล้วมันจะค่อยๆขยับไปหาสิ่งที่ลงตัวเองในที่สุด

     ยกตัวอย่างตัวผมเอง ตอนเกษียณใหม่ๆ ผมอยู่บ้านได้นะเพราะผมไม่มีปัญหามลภาวะทางเสียงแบบคุณเนื่องจากผมสำเร็จวิชาหูทวนลมแล้ว ด้วยความที่ยังไม่มีประสบการณ์ผมวางแผนว่าจะหัดเล่นเปียโน แล้วก็ลงมือทำตามแผนเลยคือให้เขาขนเปียโนไปตั้งไว้ที่บ้านโกรฟเฮ้าส์กะจะไปหัดเล่นเปียโนที่นั่น และวางแผนว่าจะเขียนภาพสีน้ำมันบนผ้าใบซึ่งเป็นกิจกรรมที่เคยชื่นชอบสมัยหนุ่มๆอีกครั้ง ลงทุนซื้อขาตั้งอย่างดีมาสองชุด จ้างเขาขึงเฟรมผ้าใบไว้นับได้หลายสิบเฟรมแบบว่าเขียนห้าปีก็ยังไม่หมด ซื้อสี ซื้อพู่กัน หมดเงินไปหลาย แต่พอเรียนเปียโนได้ไม่ครบหนึ่งเพลง วาดรูปได้สองรูป ก็รู้ทันทีว่าเฮ้ย..ย นี่ไม่ใช่ เพราะการนั่งดีดเปียโนและเขียนภาพสีน้ำมันมันทำให้ผมต้องจุมปุ๊กอยู่กับที่ ตอนทำงานก็จุมปุ๊กคุยกับคนไข้ เกษียณแล้วมาจุมปุ๊กวาดรูปอีก ตกเย็นก็เมื่อยขบเพราะร่างกายขาดการยืดเหยียดเคลื่อนไหว การใช้ชีวิตวัยเกษียณอย่างนี้ไม่ดีแน่ ผมจึงเปลี่ยนทันที เปลี่ยนมาทำแค้มป์สอนสุขภาพดีกว่า อย่างน้อยผมก็ได้พาลูกแค้มป์ออกกำลังกายบ้าง แต่ก็รู้สึกว่ายังไม่ลงตัวนะ ผมยังรู้สึกว่าวันๆหนึ่งผมได้ขยับตัวน้อยเกินไป ต้องหาทางเพิ่มงานที่ทำให้ได้ขยับมากกว่านี้

     เมื่อสองวันก่อนผมขออนุมัติภรรยาว่าผมจะปลูกกาแฟที่ที่ดินว่างๆตรงตีนเขาบ้านมวกเหล็กได้ไหม เธอหันมาเลิกคิ้วทำตาโตด้วยความแปลกใจแต่ก็ตอบว่าได้ ผมคิดในใจว่า บ๊ะ ได้การแล้ว..ผมกำลังคิดจะทำสวนกาแฟเป็นงานเพิ่มเติมเพื่อให้ตัวเองได้เคลื่อนไหวออกกำลังกายในวัยเกษียณมากขึ้น ไม่ใช่ทำสวนแบบผู้จัดการสั่งคนโน้นทำนั่นคนนั้นทำนี่นะ นี่จะเป็นการทำสวนแบบเป็นกรรมกรขุดดินฟันหญ้าเองโดยไม่มีผู้ช่วย ไม่เชื่อคอยดูละกัน

     (ว่าแต่ท่านผู้อ่านใครมีต้นกล้ากาแฟดีๆสักห้าสิบต้นจะขายให้หมอสันต์ก็บอกหลังไมค์เลยนะ จะซื้อราคาตลาด ไม่กดราคาดอก ต้องเป็นโรบัสต้านะ เพราะที่บ้านมวกเหล็กความสูงแค่ 1000 ฟุตเอง คงปลูกอาราบิก้าไม่ได้)

     กลับมาตอบคำถามของคุณต่อ

     3.. ถามว่าเกษียณแล้ว หากอยากทำงานแต่หางานทำไม่ได้ จะทำอย่างไรดี ตอบว่าคนที่มีบำนาญกินอย่างคุณจะไปมีปัญหาอะไรละครับ เพราะมีข้าวกินอยู่แล้ว ไม่มีใครจ้างให้ทำงานก็ออกไปกวาดถนนหน้าบ้านก็ได้ หรือจะเอาอย่าง "ดาบวิชัย" ที่อำเภอปรางกู่ จ.ศรีษะเกษ ก็ได้ ท่านคนเดียวปลูกต้นไม้ไปแล้วเป็นล้านต้น เชื่อหรือไม่ นี่เป็นเรื่องจริงของคนตัวเป็นๆนะ หรือจะเอาอย่าง "ยายยิ้ม" ที่แถวจังหวัดไหนไม่รู้ ผมจำไม่ได้แล้ว เธออายุเจ็ดสิบกว่าตัวคนเดียวสร้างฝายแม้วกักน้ำในป่าจากจอบ มีด และสองมือเสร็จไปตั้งหลายฝาย ผมยกตัวอย่างที่อาจจะสุดโต่ง แต่เพื่อให้คุณได้ไอเดียว่าสำหรับคนที่มีกินมีใช้ไม่เดือดร้อนอยู่แล้ว การจะหาอะไรทำตอนเกษียณนั้นไม่ยากเลย

     ปัญหาจะมีอยู่บ้างสำหรับผู้เกษียณที่ไม่มีเงินเก็บเลย บำนาญก็ไม่มี มีแต่เงินเดือนผู้สูงอายุของรัฐบาลเดือนละประมาณพันบาทกว่า บางคนมีหลานน้อยห้อยแข้งห้อยขาอีกด้วย จำเป็นต้องทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพ ไม่ทำก็ไม่มีกิน ถ้าหางานทำไม่ได้หรือไม่มีคนจ้าง ชีวิตก็คงมีปัญหา หึ หึ อันนี้เกินปัญญาของหมอสันต์ที่จะตอบแล้วครับ ขอส่งมอบปัญหานี้ให้ผู้อ่านที่เป็นคนในวัยทำงานซึ่งต้องรับผิดชอบโลกใบนี้ต่อจากคนรุ่นข้าน้อย โปรดรับเอาไปขบคิดแก้ไขกันเอาเองก็แล้วกัน

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม

1. Sonnega, A., Faul, J., Ofstedal, M.B., Langa, K., Phillips, J., & Weir, D. (2014). Cohort profile: the Health and Retirement Study (HRS). International Journal of Epidemiology, 43, 576-585. doi: 10.1093/ije/dyu067
2. National Institute on Aging, Growing Older in America: The Health and Retirement Study, Washington, DC, National Institutes of Health, 2007.
3. Alavinia S. M. Burdorf A . (2008). Unemployment and retirement. National Institute on Aging, Growing Older in America: The Health and Retirement Study, Washington, DC, National Institutes of Health, 2007.ement and ill-health: A cross-sectional analysis across European countries. International Archives of Occupational and Environmental Health , 82, 39–45.
4. Beekman A. Kriegsman D. Deeg D. Tilburg W . (1995). The association of physical health and depressive symptoms in the older population: Age and sex differences. Social Psychiatry and Psychiatric Epidemiology , 30, 32–38.
5. Butterworth P. Gill S. C. Rodgers B. Anstey K. J. Villamil E. Melzer D . (2006). Retirement and mental health: Analysis of the Australian National Survey of Mental Health and Well-Being. Social Science & Medicine , 62, 1179–1191.
6. Carter M. A. T. Cook K . (1995). Adaptation to retirement: Role changes and psychological resources. The Career Development Quarterly , 44, 67–82.
7. Coe N. B. Zamarro G . (2011). Retirement effects on health in Europe. Journal of Health Economics , 30, 77–86.
8. Dave D. Rashad I. Spasojevic J . (2006). The effects of retirement on physical and mental health outcomes  . Working Paper 12123. Cambridge, MA: National Bureau of Economic Research.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

แจ้งข่าวด่วน หมอสันต์ตัวปลอมกำลังระบาดหนัก

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว

เลิกเสียทีได้ไหม ชีวิตที่ต้องมีอะไรมาจ่อคิวต่อรอให้ทำอยู่ตลอดเวลา

ไปเที่ยวเมืองจีนขึ้นที่สูงแล้วกลับมาป่วยยาว (โรค HAPE)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren