เห็นสายฟ้าฟาดในลูกตาบ่อยขึ้นๆ

เรียนคุณหมอสันต์

ดิฉันอายุ 32 สูง 156 นน. 76 ค่ะ

ดิฉันมักมีอาการเห็นเป็นสายฟ้าฟาดที่ตาซ้ายหรือบางทีเห็นแบบตาพร่ามัวทั้ง 2 ข้างประมาณ 10 นาทีต่อมาก็จะปวดหัวคิ้วข้างขวา
ปวดแบบเป็นจังหวะบางครั้งก็ปวดแบบตลอดเวลามีบางครั้งปวดแบบจะตายให้ได้ ปวดหนักๆจะมีอาเจียนด้วยค่ะ สัปดาห์นึงเป็น 1-3 ครั้ง
สังเกตว่าตัวเองจะเป็นตอนเช้าลุกจากที่นอนแบบเร็วๆ หรือเป็นตอนร้อนจัด หนาวจัด คือเมี่อมีอาการข้างต้นจะกินยา cafagot กับponatan
เข้าใจว่าเป็นไมเกรน แต่ช่วงหลังๆมีอาการเห็นสายฟ้าฟาดร่วมด้วยบ่อย(แต่ก่อนเป็นตาพล่าอย่างเดียว)
อาการเห็นสายฟ้าฟาดเป็นอาการอันตรายมากมั้ยคะ ยังไม่เคยพบแพทย์เลยค่ะ

ขอความกรุณาตอบหน่อยนะคะ

....................................................

ตอบครับ

1. สูง 156 นน. 76 กก. คำนวณดัชนีมวลกายได้ 30.4 ก็แปลว่า อ๊ะ..อ๊ะ เป็นโรคอ้วนแล้วสิครับ

2. อาการเห็นสายฟ้าฟาดที่ตาข้างเดียว มีโอกาสเป็นไปได้สองอย่างคือ

2.1 เป็นอาการนำ (aura) ของโรคปวดศีรษะแบบไมเกรน (Migraine) โรคนี้เป็นการปวดแบบตึ๊บๆ (vascular headache) ปวดครั้งหนึ่งกินเวลา 4-72 ชม. ถ้ามีอาการนำ (aura) ที่เกิดจากการเสียการทำงานของระบบประสาทเป็นการชั่วคราวเช่นเห็นแสงสีวูบวาบอย่างกรณีของคุณนี้ เรียกว่า classic migraine ส่วนที่คุณมีคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย มันก็เป็นธรรมดาของโรคนี้ คนเป็นโรคนี้ยังมักเป็นกรรมพันธุ์ มักมีอาการแพ้แสง นอนไม่หลับ และซึมเศร้า ร่วมด้วย

2.2. เป็นอาการของจอประสาทตาฉีกขาด (retinal tear) หรือจอประสาทตาหลุดลอก (retinal detachment) ซึ่งเป็นเรื่องฉุกเฉิน อาการที่บ่งบอกถึงโรคนี้มีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างจาก 3 อย่างต่อไปนี้ คือ (1) มีแสงวาบๆ (flashing) เหมือนมีใครฉายไฟ ซึ่งเห็นชัดในที่มืด (2) มีเงาดำๆเล็กที่ลอยไปลอยมาให้เห็นในลูกตา (floatings) ซึ่งแต่เดิมมีจำนวนไม่มาก เกิดเพิ่มจำนวนขึ้นรวดเร็ว (3) พื้นที่การมองเห็น (visual field) หดหายไปเหมือนมีใครรูดม่านดำมาบังการมองเห็นไว้ส่วนหนึ่ง

3. ทีนี้คุณควรจะทำอย่างไรต่อไปดี ผมแนะนำให้ทำเป็นขั้นตอนดังนี้

3.1 เนื่องจากการเป็นจอประสาทตาฉีกขาดหรือหลุดลอก เป็นเรื่องสำคัญและถือเป็นภาวะฉุกเฉินด้วย ผมแนะนำว่าคุณต้องไปหาจักษุแพทย์ที่เชี่ยวชาญเรื่องจอประสาทตาสักหนึ่งครั้ง เพื่อตรวจให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้เป็นโรคนี้ ถ้าเป็นก็จะได้ทำการผ่าตัดแก้ไขทันที เพราะหากปล่อยให้การหลุดลอกขยายไปมากจนกินบริเวณศูนย์ร้บภาพ (macula) ก็จะเกิดภาวะตาบอดมืดสนิทถาวรได้ง่ายๆ อนึ่งเนื่องจากจักษุแพทย์ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องจอประสาทตาและทำการผ่าตัดจอประสาทตาได้ทุกคน ดังนั้นจึงต้องตั้งคำถามให้จักษุแพทย์ตอบให้ได้ก่อนว่ามีหรือสงสัยว่ามีภาวะจอประสาทตาฉีกหรือหลุดลอกหรือเปล่า ถ้ามี ตัวแพทย์ท่านนั้นรักษาเองได้ไหม ถ้ารักษาไม่ได้จะส่งไปให้ใครรักษา เพราะการรักษาจะต้องทำทันที จะใช้วิธีให้ยาไปกินไปหยอดแล้วดูเชิงก่อนนั้นไม่ได้ เพราะโรคนี้ไม่มียารักษา ต้องผ่าตัดหรือเลเซอร์เท่านั้น

3.2 เมื่อไปหาหมอตาแล้วหากท่านบอกว่าตาโอเค.ไม่เป็นไร ไม่มีจอประสาทตาฉีกหรือหลุดลอก คราวนี้ก็ต้องว่ากันแบบโรคไมเกรนแล้วละครับ ยา Cafergot กับ Ponstan ที่ทานอยู่ มันแค่คุมอาการเท่านั้น แต่มันป้องกันการเกิดอาการไม่ได้ ทำให้คุณเป็นถี่ขึ้นๆ ผมแนะนำให้คุณไปหาหมอทางประสาทวิทยา (neurologist) เพื่อปรึกษาท่านว่าจะใช้วิธีกินยาเพื่อป้องกันการเกิดอาการเช่นยา propanolol ดีไหม เพราะการมีอาการถี่ขนาดสัปดาห์ละ 3 ครั้งนั้นเป็นอะไรที่ยอมรับไม่ได้ ชีวิตจะมีคุณภาพได้อย่างไร ต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ถ้ายา propanolol ป้องกันไม่ได้ หมอเขาอาจจะสะเต็พอัพไปใช้ยากันชักเช่น Sodium valproate หรือ Gabapentene ควบกับยาต้านซึมเศร้าเช่น amitriptylene เพื่อป้องกันก็ต้องยอม ยาที่ว่ามาทั้งหมดนี้อย่าซื้อกินเอง เพราะมีประเด็นต้องติดตามดูแลมาก ควรกินภายใต้การกำกับดูแลของแพทย์เท่านั้น

3.3 ควบคู่ไปกับการทานยาบรรเทาหรือป้องกันการเกิดอาการไมเกรนที่หมอให้ ผมแนะนำให้คุณหัดทำกิจกรรมการจัดการความเครียดเช่นฝึกรำมวยจีน เป็นต้น ซึ่งมีงานวิจัยสนับสนุนว่าช่วยทั้งป้องกันการเกิดอาการไมเกรน และบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นแล้วได้


นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

แจ้งข่าวด่วน หมอสันต์ตัวปลอมกำลังระบาดหนัก

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว

เลิกเสียทีได้ไหม ชีวิตที่ต้องมีอะไรมาจ่อคิวต่อรอให้ทำอยู่ตลอดเวลา

ไปเที่ยวเมืองจีนขึ้นที่สูงแล้วกลับมาป่วยยาว (โรค HAPE)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren