สามีมีปัญหาเรื่องกิจกรรมทางเพศ

สามีอายุ 37 ปี ไม่ดื่มเหล้า (ดื่มเฉพาะตอนมีงานเลี้ยง นานๆ ครั้ง) ไม่สูบบุหรี่ น้ำหนัก 65 กิโลกรัม สูง 168 ซม. เริ่มต้นปัญหาเมื่อประมาณปีที่แล้วทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์จะมีการหลั่งเร็วเสมอ แต่ปัจจุบันนี้อวัยวะเพศไม่แข็งตัวเลย งานที่ทำก็ไม่เครียด รบกวนคุณหมอช่วยแนะนำด้วยค่ะว่าปัญหาน่าจะมาจากจุดไหน และควรไปพบแพทย์หรือไม่

………………………………………………

ตอบครับ

ดูจากดัชนีมวลกายของสามีคุณ 22.7 ซึ่งปกติดี ผมเดาเอาว่าไม่มีโรคทางกายอื่นที่เห็นเด่นชัด มีแต่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับกิจกรรมทางเพศ (sexual dysfunction) ผมเห็นใจคุณและเห็นด้วยที่คุณเสาะหาวิธีแก้ปัญหา ฟังตามเรื่องที่เล่า ปัญหาระยะแรกเป็นปัญหาการหลั่งเร็วหรือ premature ejaculation (PE) ต่อมากลายเป็นปัญหาความผิดปกติการแข็งตัวของอวัยวะเพศ หรือ erectile dysfunction (ED) เนื่องจากในทางการแพทย์ ทั้งสองอย่างเป็นคนละเรื่อง ผมจึงจะขอพูดไปทีละอย่างนะครับ เพื่อให้ผู้อ่านท่านอื่นๆเลือกนำไปใช้ประโยชน์ได้ด้วย

เอาปัญหาหลั่งเร็วหรือ PE ก่อน

การหลั่งเร็วหรือ PE นี้ ตำราจำแนกโรคจิตเวช (DSM-IV-TR) นิยามว่า “คือการหลั่งก่อนเวลาที่เจ้าตัวตั้งใจไว้ ซึ่งก่อให้เกิดความเครียดหรือผลเสียต่อสัมพันธภาพ” ความรู้การแพทย์ปัจจุบันยังถือว่าโรคนี้เป็นโรคทางใจล้วนๆอยู่ เพราะยังไม่พบว่ามีความผิดปกติทางกายใดๆที่ชัดเจนจะๆมาเกี่ยวข้อง ส่วนใหญ่เป็นประเด็นความเครียด หรือตื่นเต้น ที่จะต้องออกโรง (performance pressure) คือเครียดมากเกินไปซะตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม พอตื่นเต้ลล์มาก ไม่ผ่อนคลาย ก็เลยอั้นไม่อยู่

ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุจากอะไร ก็ควรต้องไปปรึกษาจิตแพทย์ เมืองไทยไม่มี sex therapist ดังนั้นต้องอาศัยจิตแพทย์ลูกเดียว มีจิตแพทย์ดีๆหลายท่านที่เชี่ยวชาญในเรื่องนี้เป็นพิเศษและให้ความสนใจแก้ปัญหาเชิงจิตวิทยาอย่างรอบด้าน ไม่ใช่ให้ยาอย่างเดียว พูดถึงยา ปัจจุบันนี้ยังไม่มียาตัวใดที่ FDA อนุมัติว่าใช้รักษาโรคหลั่งเร็วได้ผล แต่อย่าแปลกใจเมื่อไปหาหมอ ก็จะได้ยาเสมอ เพราะหมอกับยานั้นเป็นของคู่กัน บางหมอให้ยาต้านซึมเศร้า โดยอาจให้ตัวเดียวหรือให้ควบกับยารักษาอวัยวะไม่แข็งตัวเช่นไวอากร้า บางหมอก็ให้ยากั้นเบต้า (Pindolol) บางหมอให้ยาแก้ปวด เช่น Tramadol ทั้งหมดนี้เป็นการแอบให้ หรือเรียกว่าให้แบบ off label คือให้เพื่อหวังเอาฤทธิ์ข้างเคียงของยา ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้างก็แล้วแต่ดวง แต่วิทยาศาสตร์บอกว่ายังไม่ได้ผลชัดเจน การรักษาโรคนี้น้ำหนักจึงไปอยู่ที่การทำจิตวิทยาบำบัด (pshychotherapy) คือรับฟัง ชี้แนะ ให้กำลังใจ แล้วก็..เก็บเงิน

ทีนี้มาพูดถึงปัญหาความผิดปกติของการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย (ED) หรือเรียกภาษาชาวบ้านว่าปัญหานกเขาไม่ขัน

สาเหตุของ ED มีได้ทั้งสองภาค คือภาคร่างกาย กับภาคจิตใจ ส่วนใหญ่มากกว่า 80% เป็นปัญหาทางด้านร่างกาย คือกลไกการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายนี้ งานวิจัยพบว่าปลายประสาทจะปล่อยไนตรัสออกไซด์ (NO) ออกมาก่อน ซึ่งจะไปทำให้กล้ามเนื้อที่ชื่อ corpus carvernosus ซึ่งอยู่ที่อวัยวะเพศคลายตัว เลือดจะเข้าไปในส่วนที่ยืดหยุ่นเหมือนฟองน้ำของอวัยวะเพศ ทำให้อวัยวเพศแข็งตัวขึ้น ความรู้นี้นำไปสู่การผลิตยาซึ่งออกฤทธิ์ระงับการทำลายไนตรัสออกไซด์เช่นยา sildenafil (ไวอากร้า) เป็นต้น ยาใหม่นี้ทำให้เหล่าผู้ชายเกิดฮึดฮัดขึ้นมาว่าต่อไปนี้เรื่องนกเขาไม่ขันคงเป็นเรื่องอดีตไปแล้ว แต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะว่านอกจากกลไกการปล่อยไนตรัสออกไซด์ที่ตัวอวัยวะเพศเองแล้ว การแข็งตัวของอวัยวะเพศยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นเช่น (1) การทำงานของระบบประสาทกลางเมื่อได้รับการกระตุ้นโดย รูป รส กลิ่น เสียง ความคิด (2) การทำงานของตัวเส้นประสาทส่วนปลาย โรคบางโรคเช่นเบาหวานทำให้เส้นประสาทส่วนปลายเสียการทำงานไป (3) สภาพของตัวหลอดเลือด (4) ระดับฮอร์โมนเพศในร่างกาย (5) อิทธิพลจากฤทธิ์ข้างเคียงของยา เช่นยารักษาโรคจิตโรคประสาท ยาความดัน คือสรุปว่ามีเหตุทางกายมากมายที่จะทำให้นกเขาไม่ขัน

ส่วนสาเหตุทางใจนั้น อาจเป็นแบบไหนก็ได้ในสามแบบนี้ คือ (1) เป็นโรคซึมเศร้า คือไม่เอาอะไรแล้วในชีวิตนี้ รวมทั้งไม่เอาเซ็กซ์ด้วย (2) มีปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างกัน อาจเป็นปัญหาง่ายๆตรงไปตรงมา เช่น เบื่อเมียขี้บ่น เมียขี้งก เมียอ้วน เมียไม่ทาแป้งแต่งหน้า ฯลฯ หรืออาจเป็นปัญหาซับซ้อนกว่านั้นเช่นตัวเองแอบไปเที่ยวผู้หญิงมา เชื่อว่าตัวเองอมโรคอยู่ จึงพยายามหลบเมียเพราะกลัวเมียติดโรค (3) มีปมในใจแบบว่าเทิดทูนเมียเหลือเกินจนมีเซ็กซ์กับเธอไม่ได้ อันนี้เป็นหลักวิชาจิตแพทย์ยุคเก่าสมัยฟรอยด์ เรียกว่า “ปม แม่พระ-โสเภณี” หรือ Madonna Whore Complex คือถ้าเป็นผู้หญิงเถื่อนๆแล้วก็มีอารมณ์คึกคักดีนัก แต่พอกับเมียตัวเองซึ่งยกย่องเทิดทูนแล้วกลายเป็นจ๋อยไปเลย

การจะแก้ปัญหานี้ ผมแนะนำให้ทำเป็นสองขั้นตอน คือขั้นที่หนึ่ง แก้ไขด้วยตัวเอง หมายความว่าสองสามีภรรยาช่วยกันแก้ไข ทั้งนี้ต้องเริ่มด้วยการเปิดมุมมองการแก้ปัญหาให้กว้างขวางออกไปก่อน ว่าเราจะแก้ปัญหาสุขภาพกายและใจโดยรวมเพื่อให้คุณภาพชีวิตโดยรวมของเราสองคนดีขึ้น อย่าไปโฟคัสแต่จะปล้ำให้นกเขาให้ขัน เพราะการไปมุ่งแก้ปลายเหตุอย่างนั้นหากไม่สำเร็จแล้วยิ่งจะใจเสีย การแก้ปัญหาให้เริ่มต้นด้วยสุขภาพกายก่อน ชวนกันออกกำลังกายจนได้ระดับมาตรฐานทุกวัน (คือออกกำลังกายแบบต่อเนื่องจนหอบแฮ่กๆวันละ 30 นาทีสัปดาห์ละ 5 วัน ควบกับเล่นกล้ามอีกสัปดาห์ละสองครั้ง) จัดระเบียบชีวิตใหม่ ให้มีเวลานอนหลับพักผ่อนให้พอ ดูแลเรื่องโภชนาการในบ้านให้ดี ให้อาหารมีสัดส่วนของผักผลไม้มากๆ ทำมาถึงขั้นตอนนี้ชีวิตก็จะดีขึ้นมากแล้วหละครับ

เมื่อได้ดูแลทางร่างกายดีแล้วก็หันมาดูแลปัญหาจิตใจ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างกันฉันท์คู่ชีวิต ปรับปรุงความสัมพันธ์จากเดิมที่ต่างคนต่างก็จะเอาแต่ความต้องการของตัวเอง จนเกือบจะกลายเป็นคนแปลกหน้าของกันและกันไปแล้ว คราวนี้เปลี่ยนใหม่ ในฐานะภรรยาให้คุณหันมาใส่ใจตัวเองจริงจังในเชิงคุณภาพ ฝึกตัวเองให้มีสติสะตัง สนองตอบต่อปฏิกิริยาใดๆของสามีในเชิงบวกเสมอ คือ ตั้งสติ คิดก่อนค่อยพูด เอาความรักที่มีต่อกันเป็นพื้นฐาน ทำตัวเป็นผู้ให้ การให้แก่สามีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือให้อภัย เข้าถึงจิตใจกันและกันให้ได้ เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างกันดีขึ้นแล้ว ปัญหาเชิงจิตวิทยาที่จะมาเป็นเหตุของ ED ก็จะค่อยๆซาลงไปเอง

ขั้นที่สอง ถ้าทำทุกอย่างตามที่ว่านี้แล้วยังไม่ดีขึ้น คราวนี้ก็ถึงคราวต้องไปหาหมอเพื่อตรวจคัดกรองโรคของร่างกายแล้วละครับ ผมแนะนำให้ไปเริ่มต้นกับแพทย์ทางเดินปัสสาวะ (urologist) ซึ่งจะดูแลปัญหาทางร่างกายด้านต่างๆให้ ซึ่งหมอเขาก็จะเจาะเลือดดูระดับฮอร์โมนเพศ ตรวจเบาหวาน ตรวจโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดและหัวใจ เป็นต้น เมื่อตรวจทางกายทั้งหมดแล้วหากไม่พบความผิดปกติทางกาย เขาก็จะส่งไปปรึกษาจิตแพทย์เองเพื่อแก้ไขด้านจิตใจเอง ส่วนการรักษาขั้นลึกซึ้งนั้นมันขึ้นกับปัญหาที่พบ เอาไว้คุยกับหมอเอาเองก็แล้วกันนะครับ

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

แจ้งข่าวด่วน หมอสันต์ตัวปลอมกำลังระบาดหนัก

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว

เลิกเสียทีได้ไหม ชีวิตที่ต้องมีอะไรมาจ่อคิวต่อรอให้ทำอยู่ตลอดเวลา

ไปเที่ยวเมืองจีนขึ้นที่สูงแล้วกลับมาป่วยยาว (โรค HAPE)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren