โปรเจ็คเกษตรหลังตรง และคนจริงๆที่ลดโคเลสเตอรอลจาก 300 เหลือ 111 ด้วยตัวเอง

     ขอถือโอกาสนี้บอกข่าวแฟนบล็อกว่าหมอสันต์จะหยุดงานหนึ่งเดือน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หยุดหมดไม่เขียนบล็อก ไม่รับโทรศัพท์ ไม่รับอีเมล เพราะจะไปขับรถเที่ยวที่อลาสก้า แล้วจะปลีกวิเวกหลีกเร้น นั่งเรือเล็กๆไปนอนในเต้นท์หนังสัตว์ บนเกาะห่างไกล ที่ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำจืด ไม่มีใครทำอาหารให้กิน ต้องขนน้ำจืดและอาหารไปเอง ถ้ากลับออกมาได้แบบครบสามสิบสองก็จะแวะประชุมวิชาการของกลุ่มแพทย์สายกินพืชเป็นหลัก (Plant Based Nutrition Healthcare Conference) ที่เมืองโอ้คแลนด์อีกห้าวัน ซึ่งที่นั่นจะได้พบกับคนหน้าเดิมๆหลายๆคน รวมทั้งเอสซี่ (Dr. Caldwell Esselstyn ผู้เป็นคนแรกที่แสดงหลักฐานด้วยการสวนหัวใจซ้ำซากให้วงการแพทย์เห็นว่าโรคหลอดเลือดหัวใจนั้นหายได้ด้วยวิธีกินอาหารพืชเป็นหลัก) กว่าผมจะกลับมาเขียนบล็อกอีกครั้งก็โน่น..เดือนตุลาคม

     บทความนี้จะเป็นบทสุดท้ายก่อนหยุดพักยาว จึงขอนำเสนอเรื่องไร้สาระก่อน คืออยู่มาวันหนึ่งผมเกิดมีความคิดว่าชีวิตตัวเองกำลังจะติดกับดักแบบสมภารเป็นห่วงวัดไปไหนไม่ได้ ผมจึงจะออกแบบชีวิตตัวเองเสียใหม่ให้มีโอกาสได้ทำสิ่งที่ชอบ ที่ชอบ และปล่อยชีวิตแบบสบาย สบาย มากขึ้น สิ่งที่ผมชอบมากที่สุดก็คือ "เกษตร" จริงอยู่ผมเคยทำ "เกษตรโลภมาก" จนเจ๊งหมดเงินไปหลายแล้ว หล้งจากนั้นก็มาทำ "เกษตรเสียเงิน" คือไม่โลภจะเอาเงินแต่ก็จ้างเขาทำหมด ตัวเองแค่ดูเพื่อความบันเทิงแบบว่าตัวเองไม่มีเวลาทำแต่อย่างน้อยก็ขอให้ได้ดูก็ยังดี แต่มันก็ยังไม่สะใจ ความโหยหาอยากทำเกษตรก็ยังไม่เลิกเพราะยังไม่มีโอกาสได้ทำด้วยมือตัวเองจริงจัง จึงตั้งใจว่าก่อนวีซ่าชีวิตจะหมดนี้นี่เป็นโอกาสสุดท้ายแล้วที่จะออกแบบชีวิตตัวเองเสียใหม่ให้มีเวลาได้สำรวจขุดค้นทำเรื่องหนุกหนานในรูปแบบของโปรเจ็คพิเศษที่นอกเหนือไปจากชีวิตรูทีนบ้าง แบบว่าโปรเจ็คเล็กๆกระจุ๊กกระจิ๊กโปรเจ็คต่อโปรเจ็คเรื่อยไปตราบใดที่เกษตรยังเป็นเรื่องถูกจริตอยู่ ผมเรียกโปรเจ็คในภาพใหญ่นี้ว่าการทำ "เกษตรวิถีชีวิต" แปลว่าการเกษตรในรูปแบบที่ไม่ใช่อาชีพขณะเดียวกันก็ไม่ทำแบบเอาเงินทุ่มเนรมิตเอาดื้อๆ แต่เน้นทำทุกอย่างด้วยมือตัวเองเพื่อความสนุกสนาน ทำไปทีละเล็กๆน้อยๆ โปรเจ็คหนึ่ง หมดแล้วก็ไปต่อโปรเจ็คสอง..เรื่อยไป

     ทั้งนี้จะเริ่มด้วยโครงการปลูกผักกินเองที่บ้านกรุงเทพก่อน เคยเห็นชาวบ้านเขาปลูกผักบนโต๊ะยกสูงไม่ต้องก้มๆเงยๆ เข้าท่าดี อยากลองทำดูบ้าง จึงไปซื้อเหล็กแป๊บน้ำหกหุนมาต่อเป็นโต๊ะ เนื่องจากไม่มีปัญญาอ๊อกหรือเชื่อมเหล็กเอง จึงอาศัยให้ร้านเขาทำเกลียวที่ปลายท่อนแล้วเอาใส่หลังรถตัวเองเอามาขันเกลียวประกอบขึ้นเป็นแปลงผัก เพื่อนที่เป็นวิศวกรก็มีหลายคนแต่ผมไม่ยอมปรึกษาพวกเขาดอก กลัวเขาจะออกแบบลานบินมาให้ สู้แอบเลียนแบบชาวบ้านดีกว่า แต่จะเอาให้ลวกๆกว่าของชาวบ้านอีก คือเอาให้มันง่ายที่สุด ผมต่อแปลงปลูกยกสูงระดับสะดือตัวเอง ขนาดกว้าง 1 เมตรยาว 3 เมตร มีขาแค่สี่ขา พอทำไปแล้วก็พบว่าเหล็กหกหุนนี้หากช่วงเสายาวสามเมตรมันยาวเกินไป ยังไม่ทันเอาอะไรขึ้นวางเลยมันก็หนักตัวมันเองจนหย่อนตกท้องช้างเสียแล้ว ต้องเอาเศษไม้เล็กหน้าหนึ่งนิ้วซึ่งเผอิญมีอยู่ท่อนหนึ่งหลังบ้านมาตัดเป็นขาค้ำกันตกท้องช้างไว้อีกข้างละสองขา แล้วก็เอากระเบื้องลอนคู่อย่างบางหกแผ่นขึ้นวางเป็นพื้นแปลงตามตัวอย่างที่ชาวบ้านเขาทำเผยแพร่ในเน็ท แต่ผมไม่วางตงไม้หรืออ๊อกเหล็กไว้รองรับใต้ตัวกระเบื้องแน่นหนาอย่างชาวบ้านเขาดอก ชาวบ้านเขาคงกลัวกระเบื้องรับน้ำหนักดินไม่ไหวแล้วแตกหรือหักลง แต่หมอสันต์ไม่กลัว แค่พาดเหล็กแป๊บหกหุนหัวท้ายกระเบื้องก็พอแล้ว แตกไม่แตก หักไม่หัก เดี๋ยวรู้ นี่เป็นความตื่นเต้นท้าทายเล็กๆในชีวิต ขั้นต่อไปก็เอามุ้งพลาสติกสีน้ำเงินปูทับไว้เพื่อรองรับดินปลูก

     เช้าวันรุ่งขึ้นผมคึกคักรีบลงมาทำโปรเจ็คนี้ต่อทั้งๆที่ยังทรงชุดนอนอยู่เลย ลงมือผสมดินปลูก ด้วยการเอาดินจริงๆหนึ่งส่วนผสมกับแกลบดิบสามส่วนคลุกๆกันขึ้นใส่บนแปลง กำลังง่วนทำงุดๆอยู่ เพื่อนบ้านซึ่งยังทรงชุดนอนอยู่เช่นกันก็โผล่ขึ้นมาที่ข้างรั้ว
เหล็กแป๊บหกหุนรองหัวท้ายกระเบื้องก็พอ หักไม่หัก เดี๋ยวรู้

     "ทำอะไรแต่เช้าคะ คุณหมอ"

     "อ๋อ..ผมกำลังทำโปรเจ็คเกษตรหลังตรงครับ"

     ความจริงจะให้เต็มยศต้องเรียกชื่อโครงการนี้ว่า "โปรเจ็คเกษตรวิถีชีวิต (1) เกษตรหลังตรง" หมายความว่าเกษตรหลังตรงเป็นโครงการไร้สาระโครงการย่อยที่ 1 ซึ่งยังจะมี 2, 3, 4 .. ตามหลังมาอีกสุดแล้วแต่แรงบ้าของหมอสันต์จะพาไป ผมอธิบายให้เพื่อนบ้านฟังว่าชื่อนี้มาจากการที่ปลูกผักบนโต๊ะแบบนี้คนแก่จะได้ไม่ต้องก้มๆเงยๆให้หลังค่อม เธอชอบใจโปรเจ็คเกษตรหลังตรงของผมมากจนถึงกับเดินกลับไปเอาไอแพ็ดมาถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน

     "แล้วดินที่มีแต่แกลบแค่นี้ผักมันจะโตเหรอคะ"

     "ดินแกลบนี้ไม่ใช่ที่ที่ผักจะได้อาหารหรอกครับ แค่เป็นที่ให้มันงอกรากตั้งตรงได้เฉยๆ อาหารจริงๆนั้นจะมาจากปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้จากการหมักอินทรีย์วัตถุซึ่งผมจะค่อยๆใส่ภายหลังเมื่อกล้าผักเริ่มตั้งตัวได้"
 
     "ปุ๋ยหมักก็คือมูลสัตว์ใช่ไหมคะ ผักก็สกปรกมีพยาธิสิ"

     "สุดแล้วแต่จะเอาอะไรหมักครับ ถ้าไม่ชอบมูลสัตว์ก็ใช้รำหมักแทนมูลสัตว์ก็ได้โดยใช้จุลินทรีย์ช่วย แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นการหมักมูลสัตว์เช่น ขี้หมู ขี้วัว ขี้ไก่ กับเศษใบไม้ หมักกันจนใบไม้เปื่อย ปุ๋ยแบบนี้ไม่มีไข่พยาธิที่เป็นอันตรายต่อคนนะครับ เพราะพยาธิที่เป็นอันตรายต่อคนที่เรียกว่าตัวตืดนั้นวงจรชีวิตของมันมีสองวงจรโดยไม่เกี่ยวกับมูลสัตว์ วงจรหนึ่ง ก็คือเรากินเนื้อสัตว์ดิบๆเช่น หมู วัว ปลา ดิบๆ แล้วตัวอ่อนที่ฝังตัวอยู่ในเนื้อสัตว์ไปโตเป็นแม่พยาธิในท้องเรา อีกวงจรหนึ่ง คือคน ผมหมายถึงมนุษย์ ที่มีพยาธิตัวตืดอยู่ในท้อง ได้ถ่ายเอาไข่พยาธิออกมาในอุจจาระ แล้วมีผู้เอาอุจจาระของคนที่มีไข่พยาธิอยู่นั้นมาราดรดผักเป็นปุ๋ย คนกินผักที่มีขี้ เอ๊ย..ขอโทษมีอุจจาระคนปนเปื้อนอยู่เข้าไป ไข่นั้นจะกลายเป็นตัวอ่อนในท้องแล้วไชไปอยู่ตามอวัยวะต่างๆของคนที่กิน โดยเฉพาะที่สมอง แต่ผักของผมรับประกันไม่ใช้ขี้ เอ๊ย..ไม่ใช้อุจจาระคนรด เดี๋ยวผักของผมออกมาพี่กินได้"

     "แล้วพวกบักเตรีที่ทำให้ปวดท้อง ท้องเสีย ที่มากับมูลสัตว์ก็มีไม่ใช่หรือ"

     "กระบวนการหมักปุ๋ยอินทรีย์มันให้ความร้อนมากนะครับ มากถึง 70 องศาขึ้นไป เรียกว่าไข่สุกเลย แล้วหมักกันนานร่วมสองเดือน พวกบักเตรีที่ก่อโรคได้จะตายหมด พิสูจน์ได้จากการเอาปุ๋ยหมักแบบนี้ไปเพาะเชื้อดูในห้องแล็บ ซึ่งมีคนทำกันครั้งแล้วครั้งเล่าและได้ผลเหมือนกัน คือไม่มีหรอกครับที่จะมีบักเตรีก่อโรงทางเดินอาหารในคนอยู่ในปุ๋ยหมักอินทรีย์"

     "แล้วธาตุอาหารมันจะสู้ที่เขาปลูกแบบไฮโดรโปนิกได้หรือ"

     "อ้าว ผักปลูกในดินแบบนี้สิครับมีธาตุอาหารมากกว่าที่ปลูกในน้ำ ที่สำคัญคือธาตุเล็กธาตุน้อยที่เรียกว่า trace element นั้นผักปลูกแบบนี้มีครบ ที่แม่โจ้เขาเคยเอาปุ๋ยหมักอินทรีย์วัตถุไปวิเคราะห์พบว่ามีธาตุเล็กธาตุน้อยที่จำเป็นทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นโมลิบดินัม สังกะสี แมงกานีส และอื่นๆ มีครบหมด"

     โอ.เค้. เอาดินปลูกขึ้นใส่บนโต๊ะเสร็จเรียบร้อย แถ่น..แทน..แท้น.. ผลปรากฎว่ากระเบื้องไม่หัก ฮี่..ฮี่ ได้ความรู้มาอีกหนึ่งอย่างแล้ว เสร็จภาคที่หนึ่งของโปรเจ็ค เอาแค่นี้ก่อน ภาคที่สองก็จะเป็นการเพาะกล้าผัก เอาไว้กลับจากเที่ยวแล้วค่อยมาเพาะเอง เพราะหากสั่งหรือฝากให้คนอื่นเพาะให้ก็จะผิดคอนเซ็พท์ของเกษตรวิถีชีวิต

     จบบทความวันนี้แล้ว หิ หิ แต่เพื่อให้ท่านผู้อ่านที่อุตส่าห์หลงเสียเวลาเข้ามาอ่านได้อะไรกลับบ้านเป็นเนื้อเป็นหนังบ้างนอกเหนือจากเรื่องไร้สาระ ผมขอลงจดหมายที่มีสาระของสมาชิก RDBY คนจริงๆตัวเป็นๆท่านหนึ่งซึ่งน่าสนใจมาก ข้างท้ายนี้

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

..................................................

     ชีวิตเรา..ใครเป็นผู้กำหนด

     เช่นเดียวกับคนทำงานทุกคนที่ใช้ชีวิตด้วยความเร่งรีบ  ตื่นแต่เช้าไปทำงาน  ดื่มกาแฟเป็นอาหารเช้า  กลางวันก็อาหารตามสั่งเลิกงานก็รีบกลับบ้าน  หรือบางท่านก็แวะทานมื้อเย็นก่อนกลับบ้านเพราะหมดแรงจะไปทำอาหารเอง  นอกจากนี้การนั่งทำงานทั้งวัน  และไม่เคยออกกำลังกาย  นี่แหละชีวิตของผู้เขียนก็เช่นกัน  ยังโชคดีที่เรายังทำอาหารเองอยู่เสมอๆ  แต่ก็ชอบทานขนมอบ  เบอเกอรี่และของทอดมากๆทั้งหมดจึงเป็นที่มาของโคเลสเตอรอลสูง  และตามมาด้วยเส้นเลือดหัวใจตีบ  โคเลสเตอรอล  300  แต่ก็ยังไม่ใส่ใจยังคงใช้ชีวิตตามปกติต่อไป  จนกระทั่งปลายปี  2560  มีอาการเหนื่อยง่าย  แน่นหน้าอกเวลาออกแรง  และใจสั่นในบางครั้ง  จึงต้องนำพาตัวเองไปพบแพทย์ แพทย์สั่งตรวจเลือด  ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ  และเดินสายพาน  สุดท้ายให้ทำเอ็กซเรย์  CTA  หมอบอกว่า  คุณเป็นเส้นเลือดหัวใจตีบ  พร้อมกับทำใบนัดให้ไปทำบอลลูน

    พระช่วย  ทำ “ บอลลูน”  นี่ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ  เราอยากได้ข้อมูลและคำอธิบายมากกว่านี้  และอยากได้ทางเลือกอื่นๆ  เพื่อประกอบการตัดสินใจ  ในการรักษา  ไม่ใช่รับคำสั่งให้ทำนั่นทำนี่เหมือนหุ่นยนต์
     “ ชีวิตเรา เราเป็นผู้กำหนด”
     เราจึงถอยมาตั้งหลัก  และเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับโรคและแนวทางการรักษาหลายๆแบบ  จนกระทั่งสามีเอาคลิปของนพ.สันต์มาให้ดู  จากนั้นก็ติดตามคลิปของคุณหมออีกหลายๆคลิป รู้ได้ทันทีว่านี่แหละคือสิ่งที่กำลังตามหาอยู่  เป็นแนวทางที่มีเหตุผล  และถูกจริตมากที่สุด

     เข้าร่วมโครงการ  RDBY  
 
     เราเข้าร่วมแคมป์  RDBY  เมื่อสิงหาคม  2561    ด้วยความคิดที่ว่า ตัวเราเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยดังนั้นก็ต้องแก้ที่ต้นเหตุคือตัวเราเองก่อน
  RDBY แคมป์พลิกผันโรคด้วยตังเอง  โดยคุณหมอสันต์  เป็นผู้อบรมให้ความรู้  พร้อมทีมงานที่คอยช่วยอำนวยการและสนับสนุน  โดยมุ่งเน้นที่การทำความเข้าใจ  และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเราเอง  life style   ในด้าน อาหาร ออกกำลัง อารมณ์   ซึ่งคุณหมอมีข้อมูล  ทฤษฏี  ผลงานวิจัย  สนับสนุนมากมาย  โดยมีหลักใหญ่ใจความคือ
1)รับประทานพืชผักผลไม้เป็นหลัก  ไม่สกัด ไม่ขัดสี  งดน้ำมัน ลดเกลือ ลดน้ำตาล ลดขนมต่างๆ
2.)ออกกำลังกายสม่ำเสมอ  30-50 นาที/วันด้วยการเดินเร็วหรือปั่นจักรยาน  โยคะ  และฝึกการทรงตัว
3.)จัดการกับอารมณ์  รับรู้และมองอย่างมีสติคิดบวก  รู้เท่าทันอารมณ์ไม่ตกเป็นทาสอารมณ์ และความโกรธ

     Gain And Loss

     -lose weight ผลจากการเปลี่ยนพฤติกรรมทานผักผลไม้  ออกกำลังกายทำให้น้ำหนักหายไป 7 กก.
  7/2/61  น้ำหนัก  68 กก.
9/2/62  น้ำหนัก  61 กก.
     -gain wealth @health
ได้สุขภาพที่ดี  กระฉับกระเฉง  คล่องตัว
     -lose อาการแน่นหน้าอก  ห่างหายไปจนแทบไม่มีอาการเลยจากการออกกำลังกายสม่ำเสมอ  แม้จะไม่ได้ทำทุกวัน
     -gain  ผลเลือดเป็นที่น่าพอใจ  โดยเฉพาะค่าไขมัน
คอเลสฯ  280 ลดเหลือ 111
LDL   238  ลดเหลือ 77
     -gain ได้เมนูอาหารแสนอร่อยจากเชฟไวพจน์  และทีมงานในครัวเช่น  ข้าวต้มธัญพืช แกงส้มผักรวม สลัดโรล

     อะไรก็เกิดขึ้นได้ถ้าตั้งใจ

     คุณหมอสันต์  พร้อมทีมงานทุกท่าน  ได้ทุ่มเทอบรมให้ความรู้  ทั้งทฤษฏีและปฏิบัติ  ชี้แนะและมีเกร็ดน้อยพร้อมเคล็ดลับต่างๆ  เพื่อทำให้ผู้เข้าร่วมแคมป์ทุกท่านเข้าใจ และเห็นว่า  เราสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ถ้าตั้งใจ สุดท้ายต้องขอบคุณหมอสันต์และทีมงานทุกท่าน  ที่ได้ใส่ใจดูแลมอบสิ่งดีๆให้เราและทำให้เราหันมาดูแลตัวเอง เปลี่ยนแปลงตัวเองได้ขนาดนี้

กรกนก  เกียรติกำจร RDBY 9
15 พฤษภาคม  2562

ปล. (แถม)
ข้าวต้มถั่วธัญพืช
1.น้ำซุปผัก หรือน้ำเปล่า  3 ถ.
2.หอมใหญ่หั่นเต๋า ½ หัว
3.แครอทหั่นเต๋า  ¼  ถ.
4.ไชเท้าหั่นเต๋า ¼ ถ.
5.ถั่วแดง,ถั่วเขียว,ถั่วดำ ถั่วลิสง ลูกเดือย แล้วแต่ชอบ แช่น้ำค้างคืนต้มให้สุก แล้วเก็บแยกเป็นชุดๆพอจะใช้ในแต่ละครั้ง นำเข้าช่อง freeze  จขะเก็บไว้ได้นาน 4-6 วัน
6.ฟักทองหั่นเต๋า
7.เผือกหั่นเต๋า
8.ข้าวโพดแกะ
9.ผักชี ต้นหอม คื่นช่าย
ต้มน้ำให้ร้อนใส่หอมใหญ่ แครอท ไชเท้า  ต้มจนเดือด  ลงไฟลงปรุงรสด้วยเกลือ  ซีอิ๊วขาวต้มต่อสัก  2-3 นาที  จะได้น้ำซุปทำตอนเย็นแล้วเก็บเข้าตู้เย็น ไว้ใช้ตอนเช้าได้ค่ะ  ประหยัดเวลาสำหรับผู้ที่เร่งรีบ
  ได้น้ำซุปผักแล้ว  ใส่ฟักทอง เผือก ข้าวโพดต้มสักครู่  ใส่ถั่วต้มไว้แล้วตามชอบ  จากนั้นใส่ข้าวสวย(กล้อง)   1 ถ้วยลงไป พอเดือดก็ใส่ผักชีต้นหอมคื่นช่าย  เป็นอันเสร็จค่ะ
*ถั่วต่างๆถ้าขี้เกียจสามาถหาซื้อได้ที่ fresh mart  เดอะมอลล์ค่ะ

............................................

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

แจ้งข่าวด่วน หมอสันต์ตัวปลอมกำลังระบาดหนัก

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว

เลิกเสียทีได้ไหม ชีวิตที่ต้องมีอะไรมาจ่อคิวต่อรอให้ทำอยู่ตลอดเวลา

ไปเที่ยวเมืองจีนขึ้นที่สูงแล้วกลับมาป่วยยาว (โรค HAPE)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren