ยังไม่อยากตาย แต่กำลังคิดหาวิธีฆ่าตัวตาย

ผมเป็นมะเร็งปอดระยะที่สี่
อายุ 51 ปี ผ่าตัดไปแล้ว ให้เคมีบำบัดอยู่ หมอเคมีบำบัดให้ความหวังมาก ผมเป็นคนสมัยใหม่ ไม่เชื่อเรื่องนรกสวรรค์ผีสางนางไม้ ไม่เชื่อเรื่องพระเจ้า ยิ่งพระสงฆ์ตามวัดยิ่งอย่าให้ผมพูดเลย ผมเชื่อมั่นในเรื่องการแพทย์และเทคโนโลยี หมอผ่าตัดบอกแค่ว่าตัดออกได้ไม่หมด แต่หมออายุรกรรมที่ดูแลผมอยู่ด้วยบอกว่าผมจะอยู่ได้อย่างมากไม่เกิน 9 เดือน ทั้งสามคนนี้ ผมเชื่อคนสุดท้าย ปัญหาของผมก็คือนับจากวันเริ่มพบว่าตัวเองเป็นมาถึงวันนี้มันเพิ่งสองเดือนเท่านั้นเอง มันยาวนานและทรมานเหลือเกิน ผมยังไม่อยากตาย ผมยังตายไม่ได้ ผมจะต้องสู้ต่อไปจนถึงที่สุด เพราะลูกเมียต้องพี่งพาผม วันแรกที่บอกเรื่องนี้ให้เมีย เธอร้องไห้ว่าคุณจะมาทิ้งฉันไปง่ายๆอย่างนี้ได้อย่างไร ลูกสองคนกำลังเข้าวัยรุ่น เขายังไม่รู้จักคิดถึงอนาคต แต่เมียนอนร้องไห้ทุกคืน บางคืนผมได้ยินเสียงสะอื่นไห้ ตื่นขึ้นมา พบว่าเป็นตัวเองที่กำลังร้องไห้น้ำตาไหล ผมยังไม่อยากตายแต่เมื่อสองวันก่อนความคิดหาวิธีฆ่าตัวตายเกิดขึ้นมาเอง ผมตกใจทำอะไรไม่ถูก ในเวลาสองวัน ความคิดแบบนั้นผ่านเข้ามาแล้วสามครั้ง ทุกครั้งมาแบบผมไม่ได้ตั้งใจคิด มันเกิดขึ้นเอง ผมกำลังคิดหาทางออก จะให้ผมไปหาพระงี่เง่าดังพวกที่เป็นข่าวในหนังสือพิมพ์นั้นเมินเสียเถอะ จะแอบไปหาจิตแพทย์ใจผมก็ไม่เชื่อจิตแพทย์ มันจะมีประโยชน์อะไร ก่อนหน้านี้หลายวันเพื่อนซึ่งเขาไม่รู้ว่าผมเป็นมะเร็งถามว่าผมมีท่าทางไม่สบายใจเป็นอะไร ผมก็บอกเขาไปสั้นๆว่ายอมรับว่ามีปัญหาชีวิตที่พูดกับใครไม่ได้ เขาแนะนำให้ผมอ่านบล็อกคุณหมอและเขียนจดหมายมาถึงคุณหมอ ผมรู้ว่าคงมีคนเขียนจดหมายมาหาคุณหมอมากทุกวัน คุณหมอไม่มีเวลาตอบผมก็ไม่เป็นไรครับ

............................................................

ตอบครับ

     ผมเพิ่งเคยได้ยินนะเนี่ย ว่าตัวเองเป็นมะเร็งระยะสาหัสแล้ว ยังโดนเมียอัดอีกต่างหากว่าคุณทะลึ่งเป็นมะเร็งทำไม เวร..คำเดียวเลยจริงๆ

     หิ..หิ พูดเล่นนะ เพื่อให้คุณผู้หญิงทั้งหลายเห็นหัวอกของคนเป็นสามีของคนอื่นเขาว่ามันชอกช้ำขนาด

     ผมจะไม่พูดถึงวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับมะเร็งปอดนะ เพราะฟังดูแล้วนั่นไม่ใช่ปัญหาของคุณ เดี๋ยวก่อน.. พูดเสียหน่อยก็ได้ ว่าความรู้เกี่ยวกับกลไกการเกิดและการดำเนินโรคของมะเร็งต่างๆนั้น ความรู้กระท่อนกระแท่นที่วงการแพทย์มีพอจับความได้ว่า

     (1) ในแง่ของอาหาร การเกิดมะเร็งสัมพันธ์กับการกินอาหารเนื้อสัตว์ ซึ่งวงการแพทย์เชื่อว่าเป็นเพราะเนื้อสัตว์เพาะพันธ์บักเตรีชนิดที่จะทำให้เกิดสาร TMAO  ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งขึ้นในตัวคน อีกด้านหนึ่งวิทยาศาสตร์รู้ว่าการไม่เป็นมะเร็งและการหายจากมะเร็ง สัมพันธ์กับการกินอาหารพืช ซึ่งวงการวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นเพราะสารต้านอนุมูลอิสระหลายพันชนิดในพืชต่างๆ โดยเฉพาะผัก ผลไม้ ถั่ว นัท สมุนไพร และเครื่องเทศ

     (2) ในแง่ของน้ำหนักตัว ความอ้วนสัมพันธ์กับการเป็นมะเร็งมากขึ้น

     (3) ในแง่ของการใช้ชีวิต การออกกำลังกายให้ถึงระดับหนักพอควรแบบสม่ำเสมอ สัมพันธ์กับการไม่เป็นมะเร็ง และสัมพันธ์กับการหายจากมะเร็ง

     (4) ในแง่ของจิตใจ ความเครียดทำให้เป็นมะเร็ง ความผ่อนคลายไม่เครียดสัมพันธ์กับการหายจากมะเร็ง

     (5) การได้รับกำลังใจจากเพื่อนในกลุ่มบำบัด ทำให้อัตรารอดชีวิตในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมดีขึ้นในปีแรกหลังกายวินิจฉัย แต่ยังไม่มีหลักฐานอื่นที่มากกว่านี้

     วิทยาศาสตร์เกี่ยวกับมะเร็งมีอยู่แค่นี้แหละครับ คุณเอาไปหาทางใช้ประโยชน์เองก็แล้วกัน

     มาพูดถึงไสยศาสตร์..เอ๊ย ไม่ใช่ พูดถึงแง่มุมอื่นๆที่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์บ้างดีกว่า อาการของคุณที่ไม่อยากตาย แต่มีความคิดฆ่าตัวตายแว่บขึ้นมาบ่อย พูดภาษาหมอก็เรียกว่าเป็นอาการของภาวะเครียดจากเหตุการณ์เฉพาะหน้า ซึ่งมากถึงระดับที่เรียกว่าเป็นโรคซึมเศร้าได้แล้ว สูตรสำเร็จของวิธีรักษาทางการแพทย์ก็คือไล่ให้ไปหาจิตแพทย์ ซึ่งถึงแม้คุณจะไม่เชื่อ แต่ผมก็ยังยืนยันแนะนำให้คุณไปหาจิตแพทย์ เพราะผมมีความเห็นว่าในสังคมไทยยุคปัจจุบันนี้ ยิ่งถ้าคุณไม่เอาพระสงฆ์องค์เจ้าและท้าวมหาทั้งหลายแล้ว ก็เหลือแต่จิตแพทย์เท่านั้นที่จะเป็นกัลยาณมิตรให้คุณได้

     แทนการตอบคำถามของคุณด้วยคำพูดของผม ผมจะเล่าเรื่องที่เพื่อนของผมคนหนึ่งที่ชื่อแดนเขาเล่าให้ผมฟังอีกต่อหนึ่งนะ

     มันเป็นเรื่องจริงของผู้ชายอเมริกันเชื้อสายกรีกคนหนึ่งชื่อสะตามาติส อพยพไปอยู่อเมริกา ทำอาชีพช่างทาสีอยู่ที่โอไฮโอ จนมีบ้าน มีรถ มีลูก ชีวิตกำลังสบาย อายุ 60 ปี ก็เป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย ผ่าตัดไม่ได้แล้ว หมอบอกว่าชีวิตเขาคงเหลืออีกไม่กี่เดือน ทางเลือกที่เหลือคือให้เคมีบำบัด ซึ่งเขาทำได้ฟรีเพราะตลอดชีวิตการทำงานได้ซื้อประกันสุขภาพไว้ สะตามาติสใจเสีย แต่ยังดีที่ลูกๆพ้นอกไปหมดแล้ว เขามานอนคิดดู ถ้าอยู่รักษาที่อเมริกา ชีวิตก็คงเข้าๆออกโรงพยาบาลแล้วก็ตายอยู่ดี ค่าทำศพที่นี่อย่างกระจอกๆก็ 1,200 เหรียญ แต่ถ้าเขากลับไปตายที่บ้านเกิดของเขาที่กรีก ไปสิงอยู่ที่กระต๊อบของพ่อแม่ ค่าใช้จ่ายก็แทบไม่มี ค่าทำศพที่นั่นแค่ 200 เหรียญก็ได้อย่างหรูแล้ว เขาจึงตัดสินใจบอกลาลูกๆ พาเมียกลับไปตายที่บ้านเกิด เกาะอิคาเรีย ทะเลอีเจียน ประเทศกรีก

     มาถึงบ้านพ่อแม่ใหม่ๆเขาตั้งเตียงในห้องเล็กในกระต๊อบของพ่อแม่ เขานอนซมอยู่บนเตียง ไอโขลกๆ ทุกวัน รอการมาของความตาย ทิ้งให้เมียและแม่เป็นคนพยาบาลดูแลเขาไปตามมีตามเกิด

     มีอยู่วันหนึ่งซึ่งเป็นวันอาทิตย์ เขาเกิดความคิดว่าตัวเราหนอก็กำลังจะตายอยู่แล้ว น่าจะเข้าไปใกล้ชิดตีสนิทกับพระเจ้าไว้ก่อน ตายไปจะได้มีเส้นสายได้ไปสวรรค์กับเขาบ้าง คิดได้ดังนั้นแล้วก็จึงตะเกียกตะกายยอมหอบแฮ่กๆกะย่อยกะแย่งเดินขึ้นเขาไปโบสถ์ออร์โธดอกซ์ที่อยู่บนยอดเนินของหมู่บ้าน โบสถ์นี้สมัยที่เขายังเด็กปู่ของเขาเคยเป็นบาทหลวงอยู่ที่นี่ ไปโบสถ์ครั้งเดียวก็เจอเพื่อนเก่าสมัยหนุ่มๆสามสี่คน และข่าวก็แพร่ออกไปว่าสะตามาติสกลับมาอยู่บ้านและไม่ค่อยสบาย หลังจากนั้นก็มีเพื่อนเก่าๆผลัดเปลี่ยนเวียนหน้ากันมาเยี่ยมเยือน บ้างมาอยู่เม้าท์นานเป็นชั่วโมง บางวันบ้างก็ถือไวน์แบบบ่มเองมาชวนเขาดื่มด้วย เขาก็ดื่ม เพราะจะตายอยู่แล้วจะอะไรนักหนา ตายแบบสนุกๆก็ยังดีกว่าตายแบบเซ็งๆ

     หลายสัปดาห์ผ่านไป เขามีความรู้สึกแปลกว่าตัวเขามีเรี่ยวแรงดีขึ้น จึงพะยุงตัวเองออกไปเดินเลียบรั้วดูสวนรกๆหลังบ้าน ตากแดดสูดกลิ่นดินกลิ่นลมทะเลแล้วก็รู้สึกสบายตัวขึ้น มีอยู่วันหนึ่งเขามีแรงมากถึงกับลงมือขุดดินปลูกแครอท มันฝรั่ง และผักสวนครัวอีกสองสามอย่างด้วยตัวเอง ไม่ได้ปลูกโดยหวังว่าตัวเองจะได้อยู่นานถึงได้กินมันหรอก แต่ว่าอย่างน้อยเมียเขาก็จะได้เก็บเกี่ยวกินได้เมื่อเขาตายไปแล้ว ตัวเขานั้นได้แค่ออกมาโดนแดด สูดไอลมทะเล ตีนติดดิน และมือเปื้อนดินซึ่งเป็นผืนดินที่เขาเกิดและเติบโตมา แค่นี้มันก็ให้ความสุขใจพอแล้ว เขาจึงลุกจากเตียงมาทำสวนครัวหลังบ้านทุกวัน

     หกเดือนผ่านไปโดยที่เขายังไม่ตาย แถมยังได้เก็บเกี่ยวกินผลผักสวนครัวที่เขาปลูกไปด้วย คราวนี้เขาย่ามใจคิดการใหญ่ถึงขั้นเข้าไปถางพงไร่องุ่นอันรกรุงรังด้วยหญ้าของพ่อของเขาซึ่งท่านแก่เฒ่าทำเองไม่ไหวแล้ว ทุกวันเขาตื่นนอนตอนสายๆออกมาตากแดดขุดดินฟันหญ้ากำจัดวัชพืชหมักปุ๋ยใส่ปุ๋ยไปจนบ่ายสองบ่ายสามโมง แล้วจึงหยุดกินอาหารที่เขาทำเองจากผักสวนครัวของเขาเองอย่างง่ายๆ แล้วก็งีบหลับตอนบ่ายแก่ๆ ตื่นมาอีกทีก็เกือบเย็น เขามักจะออกเดินโต๋เต๋ตะเร็ดเตร็ดเตร่ไปในหมู่บ้าน หยุดคุยเจ๊าะแจ๊ะกับเพื่อนเก่า บางทีก็แวะดื่มไวน์ บางทีก็ไปเล่นไพ่โดมิโนอยู่ที่ร้านเหล้ากลางหมู่บ้านถึงค่ำมืดดึกดื่นจึงเดินกลับ

     วันเดือนปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว อีกปีหนึ่งผ่านไป เขามีแรงมากพอที่จะต่อเติมห้องนอนที่กระท่อมของพ่อแม่เขาออกไปอีกสองห้องเพื่อเอาไว้รองรับเวลาลูกๆของเขาจากอเมริกามาเยี่ยม ไร่องุ่นที่เขาลงแรงเข้าไปทำก็ให้ผลผลิตน่าชื่นใจ เขาทำไวน์ได้มากขึ้นเรื่อยๆจนทำได้ถึงปีละ 400 แกลลอน เวลาผ่านไปอีกปีแล้วปีเล่ากับการทำงานหนักในไร่และชีวิตเดิมๆแบบบ้านนอก กินอาหารทีมีพืชผักสวนครัวปลูกเองเป็นหลัก ดื่มไวน์ ไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ ถือศีลอดแบบชาวกรีกออร์โธดอกซ์ทั้งหลาย เจ๊าะแจะสรวลเสเฮฮากับเพื่อนเก่าหน้าเดิมๆ จนเขาลืมไปแล้วว่าเขาเป็นมะเร็งปอดมาที่นี่เพื่อมาตาย

     วันที่แดนไปพบเขาที่อิคาเรียนั้น สะตามาติสอายุครบ 100 ปีพอดี ยังไม่ตาย ยังตากแดดยิ้มปากกว้างอยู่กลางไร่องุ่นโดยไม่มีสีหน้าวิตกกังวลกับอดีตหรืออนาคตใดๆทั้งสิ้น ดูเขาจะลืมตายไปเสียแล้ว

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

แจ้งข่าวด่วน หมอสันต์ตัวปลอมกำลังระบาดหนัก

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว

เลิกเสียทีได้ไหม ชีวิตที่ต้องมีอะไรมาจ่อคิวต่อรอให้ทำอยู่ตลอดเวลา

ไปเที่ยวเมืองจีนขึ้นที่สูงแล้วกลับมาป่วยยาว (โรค HAPE)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren