โลกยุคสำลักแคลอรี่

องค์การอนามัยโลกประกาศให้โรคอ้วนเป็นโรคระบาดอันดับหนึ่งของโลกไปแล้ว ยาลดไขมันและยารักษาโรคหัวใจเป็นยาที่ติดอันดับท็อปทรีที่หมอสั่งจ่ายมากที่สุดในโลก ทุกวันนี้มองไปทางไหนก็มีแต่คนมีปัญหาไขมันในเลือดสูง ผมได้ทำวิจัยผู้รับบริการตรวจสุขภาพที่อายุเกิน 40 ปี พบว่าเกินครึ่งมีไขมันในเลือดผิดปกติ เรียกว่าโลกยุคนี้เป็นยุคแคลอรี่เกิน หรือยุคสำลักแคลอรี่ การจะใช้ชีวิตอยู่ในโลกยุคนี้ผมมีข้อแนะนำดังนี้ครับ

1. ระวังไขมันทรานส์ (trans fat) หมายถึงน้ำมันพืชที่อุตสาหกรรมอาหารเอามาใส่ไฮโดรเจนให้เปลี่ยนจากสภาพเหลวกลายเป็นไขหรือเป็นผง แล้วเอามาทำอาหารเช่น เค้ก คุ้กกี้ ขนมกรุบกรอบ ครีมเทียมใส่กาแฟ เนยเทียม เป็นต้น ไขมันทรานส์นี้เป็นตัวร้าย ทำให้ไขมันเลวในร่างกายเพิ่มขึ้นได้มากกว่าไขมันแบบไหนๆ แม้กระทั่งไขมันไม่อิ่มตัวเช่นน้ำมันหมูที่เราเคยกลัวกันนักกันหนาก็ยังไม่เลวร้ายเท่าไขมันทรานส์

2. น้ำตาลเพิ่มในเครื่องดื่ม (added sugar) ก็ใช่ย่อย เครื่องดื่มซอฟท์ดริ๊งค์ของไทยทุกชนิดล้วนหวานเจี๊ยบจับใจไม่ว่าจะเป็นน้ำอัดลม น้ำผลไม้ ชาเชียวเพื่อสุขภาพ แต่ละขวดใส่น้ำตาลกันไม่น้อยกว่า 30-40 กรัม น้ำตาลเหล่านี้คือคาร์โบไฮเดรต ซึ่งเมื่อร่างกายได้รับมากเกินก็จะเปลี่ยนเป็นไขมันแล้วเก็บไว้ในตัว

3. ใส่ใจวิธีปรุงอาหาร (cooking style) สักหน่อยก็ดี อย่างเช่นเนื้อสะเต๊กชิ้นหนึ่ง หากเอาไปย่าง จะให้พลังงานประมาณ 165 แคลอรี่ แต่ถ้าเอาไปทอด จะให้ถึง 450 แคลอรี่ ดังนั้นการมีชีวิตในยุคนี้จะให้ดีหัดทำอาหารเสียใหม่ เน้น อบ ต้ม นึ่ง ย่าง ส่วนการผัดและทอดนั้น ถ้าค่อยๆเลิกเสียได้ก็จะดี

เคล็ดไม่ลับทั้งสามข้อนี้ เมื่อร่วมกับการเพิ่มปริมาณผักผลไม้ที่ทานในแต่ละวันให้มากขึ้นสัก 3-5 เท่า คือทานผักและผลไม้น้องๆวัว ท่านก็จะได้ชื่อว่าเป็นคนที่มีโภชนาการเฉลียวฉลาดดี ทันยุค ทันสมัยครับ

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

แจ้งข่าวด่วน หมอสันต์ตัวปลอมกำลังระบาดหนัก

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ทะเลาะกันเรื่องฝุ่น PM 2.5 บ้าจี้ เพ้อเจ้อ หรือว่าไม่รับผิดชอบ

เจ็ดใครหนอ

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

เลิกเสียทีได้ไหม ชีวิตที่ต้องมีอะไรมาจ่อคิวต่อรอให้ทำอยู่ตลอดเวลา

ไปเที่ยวเมืองจีนขึ้นที่สูงแล้วกลับมาป่วยยาว (โรค HAPE)

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)