ปรึกษาเรื่องปรับยาลดความดัน

เรียนคุณหมอสันต์ค่ะ

ขอปรึกษาคุณหมอเกี่ยวกับเรื่องยาความดัน เนื่องจากคุณแม่เป็นความดันสูงและคุณหมอเดิมให้ยา Prenolol 50 mg ต่อมาคุณหมอท่านเดิมย้ายไป พบคุณหมอท่านใหม่ ก็ได้เรียนคุณหมอไปว่า มีอาการโคลงเคลงแต่ไม่ใช่บ้านหมุน เหมือนเดินแล้วพื้นยุบๆ คุณหมอบอกว่ายาความดันตัวเดิมน่าจะต้องเปลี่ยนเพราะทำให้เลือดไปเลี้ยงอย่างช้าๆ โดยเปลี่ยนเป็นยาเป็น

1. Exforge (Amlodipine/Valsartan 10/160 mg) วันละครึ่งเม็ดหลังอาหารเช้าค่ะ

2. มียาเกี่ยวกับเรื่องโคลงเคลงที่ให้เพิ่ม Sibelium 5 mg 1 เม็ดก่อนนอน

3. Serc วันละ 3 เม็ด 3 เวลา หลังอาหาร

หลังรับประทานยาแล้วในวันแรก คุณแม่บอกว่า มีอาการเหมือนเดิม แต่เพิ่มความมึนงง ตึบๆ ตรงหน้าผากเพิ่มขึ้น และยังรู้สึกโคลงเคลง พื้นยุบๆ เหมือนเดิมค่ะ ขอเรียนปรึกษาคุณหมอว่า น่าจะมาจากการปรับยาหรือไม่คะ และถ้าหากเราจะหยุดยาเองก่อนได้หรือไม่คะ เพราะว่าจะไปเจอคุณหมอตามเวลาที่นัดอีก 2 สัปดาห์ค่ะ เกรงว่าคุณแม่จะอาการไม่ดี ดังนั้นถ้าจะหยุดก็ไม่แน่ใจว่าจะหยุดตัวไหนค่ะ จะหยุดตัวความดัน Exforge หรือหยุดตัว Sibelium หรือ Serc
รบกวนคุณหมอด้วยนะคะ

ปล. คุณหมอมีออกตรวจคนไข้ทั่วไปหรือเปล่าคะ จะพาคุณแม่ไปพบคุณหมอค่ะ อยากได้คุณหมอประจำสำหรับดูแลคุณแม่ค่ะ
ขอบคุณค่ะ

………………………………..

ตอบครับ

1. ก่อนอื่นขอให้เข้าใจสัจจธรรม 2 ข้อคือ

1.1 ยาลดความดันทุกชนิดที่มีใช้ในปัจจุบัน อาจทำให้เกิดอาหารเวียนหัวมึนงงก่งก๊งได้หมดทุกตัว ไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่ตัวเดียว ไม่ว่าจะเป็นยากั้นเบต้าเช่น Prenolol ยาต้านแคลเซี่ยมเช่น Amlodipine หรือยาบล็อกแองจิโอเทนซิน (ARB) เช่น Valsartan กลไกที่ยาลดความดันไปทำให้เกิดก่งก๊งอาจเป็นแบบใดแบบหนึ่งในสามแบบคือ (1) ลดความดันมากเกินไปจนเลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทัน (2) กดระบบปรับตัวของประสาทอัตโนมัติทำให้ความดันตกขณะเปลี่ยนท่าร่าง (3) ตัวยาเองไปทำให้เกิดอาการเมาเองโดยไม่เกี่ยวกับความดัน

1.2 ยาแก้เวียนหัวบ้านหมุนทุกกลุ่มยกเว้นกลุ่มสะเตียรอยด์ ก็อาจทำให้เกิดอาการง่วงๆมึนๆงงๆเสียเองได้หมดทุกตัวเช่นกัน รวมทั้งยาในกลุ่มแอนตี้ฮีสตามีน (เช่น Dramamine) กลุ่มฮีสตามีน (เช่น Serc) และกลุ่มยาต้านแคลเซียม (เช่น Sibelium) ด้วย

2. ถามว่าเมื่อหมอเปลี่ยนยาแล้ว มีอาการมึนงง ตึบๆ ตรงหน้าผากเพิ่มขึ้นมา เป็นจากยาได้ไหม ตอบว่าเป็นจากยาได้ครับ โดยเฉพาะถ้าการให้ยาใหม่นั้นตีกับยาเก่าหรือเสริมฤทธิ์ยาเก่า ยกตัวอย่างเช่นยา Exforge ที่คุณได้มา มีส่วนผสมของยา Amlodipine ซึ่งเป็นยาในกลุ่มยาต้านแคลเซี่ยม (calcium channel blocker) เมื่อมาจ๊ะกับยา Sibelium (Flunarizine) ซึ่งเป็นยาในกลุ่มเดียวกันก็อาจจะเสริมฤทธิ์ขยายหลอดเลือดของกันและกันได้

3. ถามว่าระหว่างรอไปหาหมอจะหยุดยาเองก่อนได้ไหม ตอบว่าได้ครับ ความจริงให้ถือเป็นกฎเลยว่าถ้าได้ยาใหม่มา ไม่ว่ายาอะไร หากกินแล้วเกิดอาการไม่ชอบมาพากล ให้หยุดยาทันที ไม่ต้องรอทำเรื่องยื่นเสนอขออนุมัติแพทย์ก่อน

4. ถามว่าถ้าจะหยุด จะหยุดตัวไหนดี จะหยุดยาความดัน Exforge หรือหยุดตัว Sibelium หรือ Serc ตรงนี้ผมแยกตอบเป็นสองส่วน

4.1 ในแง่ของการปรับยาเพื่อลดหรือเพิ่มความดัน เช่นยา Exforge ควรมีหลักฐานจากการวัดความดันว่ากินยาใหม่แล้วความดันเลือดตกลงไปจากเดิมมากจริงก่อน นั่นหมายความว่าคนเป็นความดันเลือดสูงทุกคนควรซื้อเครื่องวัดความดันอัตโนมัติไว้ที่บ้านตัวเอง เมื่อวัดแล้วพบว่ายาใหม่ทำให้ความดันต่ำมากเกินไปก็ปรับยาได้

4.2 ในแง่ของการปรับยาเพื่อลดฤทธิ์ข้างเคียงของยา ซึ่งในที่นี้ก็คืออาการมึนงงตึบๆ หลักง่ายๆก็คือหยุดยาทุกตัวไปจนหมดเกลี้ยงก่อนแล้วรอจนอาการหายไป แล้วหากยาที่กินอยู่เหล่านั้นจำเป็น ก็ค่อยใส่กลับเข้ามาทีละตัว ถ้ายาที่กินอยู่ไม่ใช่ยาจำเป็น (เช่นยา Serc และ Sibelium ถือว่าไม่ใช่ยาจำเป็น) หากหยุดยาแล้วอาการหายก็เลิกกินมันไปซะเลย

การสนองตอบของร่างกายผู้ป่วยต่อยาบรรเทาอาการทุกตัวรวมทั้ง Serc และ Sibelium นี้ด้วย จะขึ้นกับผู้ป่วยแต่ละคน แบบที่แพทย์แผนโบราณเรียกว่า “ลางเนื้อชอบลางยา” นั่นแหละครับ แพทย์แต่ละคนจึงมักจะมีวิธีบริหารยาบรรเทาอาการที่เป็นแบบฉบับของตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องอัตวิสัย ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ อย่างของผมนี้จะใช้หลัก “เช้าสามเย็นสี่” เรื่องนี้มีอยู่ในนิทานของเต๋าซึ่งเล่าว่าคนเลี้ยงลิงประชุมฝูงลิงในสังกัดแล้วแจ้งกฎเกณฑ์แจกลูกเกาลัดว่าการแจกลูกเกาลัดจะใช้กฎเช้าสามเย็นสี่ คือเช้าให้ตัวละ 3 ลูก เย็นให้ตัวละ 4 ลูก พวกลิงได้ฟังต่างก็ไม่พอใจพากันประท้วง คนเลี้ยงลิงจึงเปลี่ยนใหม่ว่าโอเค้..โอเค. ขอตกลงกันใหม่นะว่าการแจกลูกเกาลัดจะใช้วิธีเช้าสี่เย็นสาม คือเช้าแจกตัวละ 4 ลูก เย็นแจกตัวละ 3 ลูก พวกลิงได้ฟังก็พอใจเลิกประท้วง (แหะ..แหะ.. ขอโทษ ผมนอกเรื่องไร้สาระแก้เบื่อไปงั้นแหละครับ)

5. ถามว่าผมออกตรวจคนไข้ทั่วไปหรือเปล่า จะพาคุณแม่มาหา คำถามนี้ขอไม่ตอบครับ มันผิดกฎ เพราะแพทยสภาเขามีกฎห้ามแพทย์ไม่ให้เที่ยวป่าวประกาศหาลูกค้ากลางตลาดเยี่ยงแม่ค้าขายผักขายปลา เดี๋ยวแพทยสภาจะว่าผมอ้างเอาการให้ความรู้ประชาชนบังหน้าหาลูกค้าเข้ากระเป๋าตัวเอง

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ยาลดน้ำหนักที่ FDA อนุมัติให้ใช้ในปี 2026

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

การโกนขนอวัยวะเพศ (pubic hair)

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2569 กับ 9 วิธีที่จะรู้ตัว

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว