ซินเจียง นั่งรถนาน ดูทะเลทราย และทุ่งหญ้าแห้ง

 


18 กย. 69

คณะเรามีเจ็ดคน ใช้บริการไปรเวททัวร์ (แปลว่าการเช่ารถตู้พร้อมคนขับที่พูดได้แต่ภาษาจีนหนึ่งคน) เราบินออกจากกรุงเทพแต่เช้า สองชั่วโมงกว่าก็ถึงคุณหมิง เมืองหลวงของมลฑลยูนาน รอเปลี่ยนเครื่องสี่ชั่วโมง แล้วบินต่อไปด้วยหลับไปด้วยอีกสี่ชั่วโมง มาตื่นเมื่อเครื่องเริ่มจะลดระดับเข้าสู่อุรุมฉี (Urumqi) มองลอดหน้าต่างไปทางซ้ายเห็นเทือกเขาคลุมด้วยหิมะขาวโพลนสลับซับซ้อนยาวเหยียดหลายสิบหลายร้อยกม.สวยงามมาก เข้าใจว่าเป็นยอดเทือกเขาเทียนซาน (Tien Shan) มองไปทางขวาเห็นทะเลทรายหรือทุ่งหญ้าแห้งกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา

คนขับรถมารับที่สนามบิน เขารายงานตัวว่าชื่อ .. (ผมขอเรียกว่า “คุณฉิง”แทน) เขาเป็นคนหนุ่มอายุราวสามสิบ ทรงเด็กสมบูรณ์ หยั่นหว่อหยุ่น หน้าตาอิ่มบุญ สวมเครื่องแบบอันประกอบด้วยเสื้อยืดคอกลมแขนสั้น และกางเกงขาสั้น คะเนดัชนีมวลกายของเขาน่าจะประมาณ 37 คืออ้วนมาก แต่ไม่ถึงกับอ้วนอย่างร้าย เขาพาเราส่งเข้าที่พัก

19 กย. 69

            เราเริ่มการเที่ยววันแรกด้วยการไปชมพิพิธภัณฑ์ซึ่งมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า Xinjiang Uighur Autonomous Region Museum เป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่โตมโหรทึก แต่ไม่มีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจใดๆ ดังนั้นไม่ต้องเสียเวลาถ่ายรูปเช็คอินหน้าพิพิธภัณฑ์ เมื่อเข้าไปในพิพิธภัณฑ์แล้วก็อย่าไปเสียเวลาอยู่ที่ชั้นล่าง (ชั้นที่ 1) เพราะมีแต่เรื่องพยายามแสดงหลักฐานว่าราชสำนักจีนเข้ามาปกครองซินเจียงมาตั้งแต่ 2000 ปีแล้ว ดังนั้นใครอย่ามาแหยมแยกดินแดน ประมาณนั้น ให้ท่านข้ามชั้น 1 ขึ้นไปชั้นบน เริ่มดูตั้งแต่ห้องเบอร์ 5 ซึ่งเป็นที่เก็บศพมัมมี่อายุ 3000 ปี ราว 9 ศพ แล้วไปดูห้อง 6, 7, 8 ซึ่งตั้งแสดงวัตถุโบราณบอกพัฒนาการทางศิลปะวัฒนธรรมของพื้นที่นี้ด้วยหลักฐานที่ดีมากไม่มีที่ไหนในโลกเทียบได้

ขออนุญาตถ่ายรูปคนขายลูกปัดหน้ามิวเซียม


            การจะเข้าใจสิ่งที่ตั้งแสดงในพิพิธภัณฑ์ ท่านควรมีแบ้คกราวด์ด้านภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ของซินเจียงสักเล็กน้อย กล่าวคือด้านภูมิศาสตร์ ซินเจียงเป็นพื้นที่ทะเลทรายอันกว้างใหญ่ (ใหญ่กว่าเมืองไทย 3 เท่า) มีเขาเทียนซานขวางกลางในแนวตะวันตก-ตะวันออกแบ่งทะเลทรายออกเป็นสองทะเลทราย ทิศเหนือคือทะเลทรายกูร์บันตังกุด (Gurbantunggut) โดยมีเทือกเขาอัลไตล้อมปิดทางเหนือไว้ ทิศใต้คือทะเลทรายทาคลามาคาน (Taklamakan) โดยมีเทือกเขาคุนหลุนล้อมปิดทางใต้ไว้ ทะเลทรายทาคามาคานนี้เป็นทะเลทรายละเอียดที่มีความแห้งอย่างมากเพราะลมมรสุมไม่สามารถพัดเอาฝนผ่านภูเขาที่ปิดล้อมไว้มาตกได้ ตรงกลางทะเลทรายเป็นแอ่งเรียกว่า Tarim Basin ทุกอย่างที่ฝังอยู่ใต้ทรายละเอียดที่แห้งนี้กลายเป็นการสงวนสภาพไว้ได้เป็นอย่างดีแม้เวลาจะผ่านไปหลายพันปี เช่นผ้าห่มศพมัมมีสามพันปีทุกวันนี้ยังบอกได้เลยว่าทอลายอะไรสีอะไรเป็นต้น อีกอย่างหนึ่ง แม่น้ำทุกสายที่ไหลลงแอ่งนี้จะจบที่นี่ไม่มีการไหลไปลงทะเล ทำให้วัสดุข้าวของเครื่องใช้และงานหัตถกรรมที่มนุษย์สร้างขึ้นในละแวกนี้ถูกน้ำชะมากองอยู่ในแอ่งนี้หมดไม่หายไปไหน

            ในแง่ประวัติศาสตร์ จีนได้ติดต่อค้าขายกับโลกภายนอกผ่านเส้นทางสายไหมมาหลายพันปีแล้ว เส้นทางนี้เริ่มต้นจากซีอานซึ่งอยู่ทางชายทะเลฝั่งตะวันออกของจีน แล้วมุ่งหน้าตะวันตก พอมาถึงเมืองดันหวง (Dunhuang) ก็แยกเป็นสองแพร่ง แพร่งหนึ่งลงใต้ผ่านทะเลทรายทาคลามาคานไปยังเมืองกาสี (Kashgar) ซึ่งอยู่ทางใต้ของแคว้นซินเจียง อีกแพร่งหนึ่งขึ้นเหนือผ่านทะเลทรายกูร์บันตังกุดผ่านเมืองอุรุมฉีและอี้หนึ่ง แล้วไปบรรจบกับแพร่งใต้ที่เมือง Kokand ในอุชเบกิชสถาน แล้วไปเติร์กมานิสถาน อัฟกานิสถาน ผ่านเมืองคันทารา ใน แล้วไปอิหร่าน อิรัค จอร์แดน ซีเรีย ไปจบที่เมืองอิสตันบูลของตุรกี เส้นทางสายไหมเป็นมรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมที่สำคัญยิ่ง เช่นพระไตรปิฎกฉบับแรกที่เก่าแก่ที่สุดก็ขุดได้ที่เมืองคันทาราซึ่งมีเนื้อหาแตกต่างจากฉบับเขียนครั้งแรกที่เขียนไว้ที่ศรีลังกา พระพุทธรูปยุคแรกซึ่งหน้าเป็นฝรั่งเกล้าผมก็ขุดได้บนเส้นทางสายไหม ภาพเขียนที่มีคุณค่าและบอกเรื่องราวต่างๆมากมายเกี่ยวกับเส้นทางสายไหมมีแสดงไว้ที่นี่เป็นจำนวนมาก ถ้าท่านใช้กูเกิลอ่านป้ายว่าของชิ้นนี้ขุดค้นได้ที่ไหนเมื่อไหร่ท่านจะก็จะปะติดปะต่อเรื่องราวได้เองไม่ยาก

            ตกบ่ายเราไปหาอะไรกินที่ตรอกเหเทียนซอย2 (Hetien Second Street) ซึ่งเป็นตรอกขายอาหารอิสลามที่คึกคักและมีความจริงแท้ หมายความว่าทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวล้วนมาหาซื้ออาหารกินอาหารกันที่นี่ ในตรอกแคบๆยาวไม่กีร้อยเมตรนี้ผู้คนแน่นขนัด ปิ้งย่างอาหารกันควันโขมง พ่อค้าแม่ค้าตะโกนเรียกลูกค้าแข่งกันเสียงดังราวกับห้องทำหมันชายในวันที่หมอลืมฉีดยาชาให้คนไข้ เราตัดสินใจไม่นั่งกินในร้านเพราะกลัวสำลักควันตาย แต่เลือกมานั่งกินนอกร้านแทน กินไปก็ต้องคอยขยับหัวเข่าหลบรถที่มาเลี้ยวไปเลี่ยวมาที่ตรงนั้นไป

คนแก่(จริง) เล่นดนตรี (จริง) ในร้านตัดผม(ปลอม)


            จากนั้นอาฉิงพาเราไปเที่ยวแกรนด์ บาซาร์ ฟังว่าเป็นศูนย์สินค้าและวัฒนธรรมของมุสลิมอุยกูร์ แต่ผมพบว่ามันเป็นเพียงสถานที่ man made ทุกอย่างเป็นของปลอมแบบพลาสติกอลูมิเนียม กิจกรรมก็เป็นกิจกรรมปลอมเช่นงานแต่งงานปลอม การเต้นระบำปลอม เดินอยู่กว่าสองชั่วโมงที่สิ่งที่ถูกใจผมมีอันเดียว คือร้านตัดผม (ปลอม) ซึ่งมีคนแก่ (จริง) จำนวนเจ็ดแปดคนสุมหัวเล่นเครื่องดนตรี (จริง) คล้ายกีตาร์แต่คอร์ดบาร์ยาวมาก ผมจับได้ว่าเพลงที่เขาเล่นเป็นเพลงที่มีท่วงทำนองเพราะจริง และคนแก่เหล่านั้นเขาก็มีความสุขกันจริงๆ พวกเขาคงดีใจที่มีจ๊อบแบบนี้ให้ทำ

            เป็นอันว่าจบวันที่หนึ่ง

            (ตั้งใจจะทยอยเขียนให้ครบ 13 วัน)

         

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

หมอสันต์แนะนำตัวเอง ในโอกาสที่มีผู้อ่านครบ 4 ล้านครั้ง

สมองเสื่อมจากยากลุ่มแอนตี้โคลิเนอร์จิก (anticholinergic)

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

แป๊บเดียว..แต่แทบเปลี่ยนชีวิตไปเลย

วงการแพทย์เปลี่ยนมาตรฐานโรคความดันเลือดสูงครั้งใหญ่อีกแล้ว (2020)

การโกนขนอวัยวะเพศ (pubic hair)

แม้จะสูงวัย แต่ก็อย่าหยุดขับรถ

ขอเขียนถึงการเมืองหนึ่งครั้ง และครั้งเดียว

สอนวิธีแปลผลการตรวจปัสสาวะ (UA)