ความดันเลือดสูงในคนอายุน้อย (29 ปี)


     ผมอายุ 29 ปีครับ เพิ่งตรวจพบว่าเป็นความดันสูงวันที่15 ตุลาคม ครับแล้วหมอนัดให้ไปรับยาวันที่ 22ตุลาครับ จนถึงวันนี้ผมทานยาทุกวันครั้งละ 1 เม็ดหลังอาหารก็จะมีอาการมึนหัว จนตอนนี้ทานไป 21 วันก็ยังมึนหัวอยู่ครับ ไม่รู้สาเหตุมาจากอะไรครับ เคยโทรไปถามห้องยาของโรงพยาบาล เค้าบอกว่าห้ามหยุดยาเองครับ แล้วผมมีอาการใจเต้นเร็วไม่ทราบว่าเป็นเพราะเครียดหรือเปล่าครับ
น้ำหนัก 99 กิโลครับ สูง176 เซนติเมตร ทำงานเป็นพนักงานขายของหน้าร้านครับ ช่วงหลังไม่ค่อยได้ออกกำลังกายครับ แต่ช่วงที่เป็นใหม่ตอนนั้นหนัก 108 กิโลครับ ก่อนที่จะตรวจเจอความดันผมเป็นไข้เจ็บคอคุณหมอให้ยาแก้อักเสบมาทานก็หาย แล้วถัดมาอีกหนึ่งวันผมมีอาการร้อนวาบๆในตัวเหงื่อแตกมากรู้สึกหายใจไม่เต็มปอดเหมือนจะหยุดหายใจแล้วรู้สึกใจสั่นๆ พอไปหาคุณหมอก็วินิจฉัยว่าเป็นความดันครับให้ยามา 40 เม็ดแล้วนัดอีกที 30 พ.ย. นี้ครับ อาหารก็จะทานพวกก๋วยเตี๋ยวกับข้าวเหนียวเนื้อย่างครับ

............................................

ตอบครับ

     1.. ทานยาลดความดันแล้วมึนหัว ถามว่าเกิดจากอะไร ตอบว่าก็เกิดจากยาลดความดันนั่นแหละครับ เป็นผลข้างเคียงอย่างหนึ่งของการใช้ยาลดความดัน ขณะเดียวกันก็อาจบ่งบอกว่ายาทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลเวียนในร่างกายลดลงมากเกินไป พูดง่ายๆว่ายาอาจจะมากไปก็ได้ ซึ่งจะพิสูจน์ได้โดยการวัดความดันบ่อยๆ หากความดันออกไปทางต่ำมากเกินไป ก็ต้องปรับลดยา

     2.. น้ำหนัก 99 กก. สูง 176 กก. เท่ากับมีดัชนีมวลกาย 31.9 ซึ่งมากเกินเกณฑ์คนน้ำหนักเกิน (25-29.9) เข้าไปอยู่ในเขตของคนเป็น “โรคอ้วน” ไปแล้ว การเป็นโรคอ้วนเพียงอย่างเดียว ก็เป็นสาเหตุทั้งหมดของความดันเลือดสูงได้แล้ว ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ไม่ต้องทำอะไรมากเลย ลดน้ำหนักลงมาสัก 20 กก. รับประกันความดันเลือดสูงหายเป็นปลิดทิ้ง เพราะข้อมูลจากการลดความดันด้วยวิธีลดน้ำหนักพบว่าหากลดน้ำหนักได้ 10 กก. ความดันตัวบนจะลดลงมาได้มากถึง 20 มม. ดังนั้นก่อนที่จะวินิจฉัยหรือรักษาต่อให้วุ่นวาย คุณลดน้ำหนักก่อนเลยครับ ไม่มีอะไรเสีย มีแต่ได้

     3.. การวินิจฉัยความดันเลือดสูงเป็นเรื่องที่ต้องพิถีพิถันพอสมควร เพราะคนไข้ไปโรงพยาบาลเห็นหน้าหมอแล้วความดันขึ้นทุกคนไม่ว่าหมอจะหล่อจะสวยหรือพูดเพราะอย่างไรก็ตาม ไปรพ.เอกชนความดันขึ้นเพราะเสียเงินแพง ไปรพ.ของรัฐความดันขึ้นเพราะรอนาน (แหะ..แหะ พูดเล่นนะครับ เรื่องความดันขึ้นเพราะเห็นหน้าหมอนี้จริงๆแล้ววงการแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุ ได้แต่เหมาโหลเรียกว่า “โรคความดันสูงเพราะเสื้อกาวน์ (white coat hypertension)"  ดังนั้นการที่หมอกับคนไข้เจอหน้ากันครั้งเดียวแล้ววินิจฉัยว่าเป็นโรคความดันสูงเลยอาจเกิดความผิดพลาดได้ง่าย สำหรับท่านที่ถูกหมอวินิจฉัยว่าเป็นโรคความดันเลือดสูง ก่อนจะเริ่มยากิน ผมแนะนำให้ควักกระเป๋าซื้อเครื่องวัดความดันอัตโนมัติราคาไม่กี่พันบาทไปวัดตัวเองที่บ้าน วัดวันละหลายๆครั้ง สัปดาห์ละหลายๆวัน นานสักสองสัปดาห์ จดเป็นตารางลงกระดาษไว้ ถ้าความดันส่วนใหญ่มันโผล่ไปทางสูง (เกิน 140/90) จึงค่อยกลับไปหาหมอแล้วเอาที่จดไว้นี้ให้หมอดู แต่ถ้าวัดทีไรก็ต่ำกว่า 140/90 ทุกที อย่างนี้ไม่ต้องไปหาหมอหรอกครับ แล้วไม่ต้องกลัวว่าเครื่องที่ว่านี้จะหลอกเอาด้วย เพราะที่โรงพยาบาลสมัยนี้ก็ใช้เครื่องแบบเดียวกันนี้แหละ ยี่ห้อที่ใช้กันมากและเชื่อถือได้คือยี่ห้อ OMRON (โฆษณาให้ซะเลย)  

     4.. การเป็นความดันเลือดสูงตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นเรื่องซีเรียส เพราะมันบ่งบอกว่าท้ายที่สุดแล้วมักไม่ใช่ความดันสูงแบบทั่วไป (primary hypertension) แต่มักจะเป็นความดันสูงชนิดที่เกิดตามหลังโรคที่ซีเรียสอื่นๆ (secondary hypertension) เช่น

4.1 เป็นโรคของเนื้อไต เช่นไตอักเสบ (glomerulonephritis)

4.2 หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงไตตีบ (renal artery stenosis)

4.3 หลอดเลือดใหญ่ที่ออกจากหัวใจคอด (coarctation of aorta)

4.4 เนื้องอกต่อมหมวกไตปล่อยฮอร์โมนบีบหลอดเลือด (pheochromocytoma)

     ซึ่งแต่ละโรคถ้าทิ้งไว้ก็ล้วนแรงๆระดับทำให้ไม่ได้ตายดีทั้งสิ้น คนอายุน้อยที่มีความดันสูงจึงต้องสืบค้นจนแน่ใจว่าไม่ได้เป็นโรคทั้งสี่โรคดังกล่าวก่อน ก่อนที่จะเอ้อระเหยลอยชายกินแต่ยาลดความดันเหมือนคนสูงอายุทั่วไป การจะนับว่าเมื่อไรเป็นคนอายุน้อย อันนี้ก็เป็นอะไรที่ดิ้นได้ไม่มีมาตรฐานชัดเจน ถ้าจะถือคอนเซ็พท์คลาสสิกเลยก็คือมีความดันสูงเมื่ออายุต่ำกว่า 40 ปีถือว่าเป็นความดันสูงตั้งแต่อายุน้อย แต่ปัจจุบันนี้เด็กวัยรุ่นทั่วโลกแข่งกันอ้วนเอาๆและความดันก็สูงขึ้นๆโดยที่ไม่มีสาเหตุซีเรียสทั้งหลายทั้งแหล่ที่ผมลิสต์ไว้ข้างบน บางสถาบันจึงร่นอายุที่จะสืบค้นหาสาเหตุลงไปเรื่อยๆๆ จนเดี๋ยวนี้บางแห่งเช่นที่คลิฟแลนด์คลินิกร่นอายุลงไปถึง 25 ปี เรียกว่ามาตรฐานเรื่องอายุแค่ไหนคือน้อยนี้ไม่มีอายุที่ตกลงได้เป็นสากล หมอคนไหนจะยึดอายุเท่าไหร่ก็ตัวใครตัวมัน สำหรับตัวผมเองใช้หลักปลอดภัยไว้ก่อนคือถ้าอายุน้อยกว่า 40 ปีแล้วมีความดันสูง ก็จะเกลี้ยกล่อมให้คนไข้ยอมให้สืบค้นสาเหตุให้ละเอียดทุกราย วิธีสืบค้นก็คือต้องตรวจร่างกายอย่างละเอียดก่อน ตรวจร่างกายแล้วหมอที่ใจเย็นนิยมใช้วิธีเจาะเลือดดูการทำงานของไตและดูฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องเช่น (1) rennin (บอกว่ามีหลอดเลือดที่ไตตีบ) (2) aldosterone (บอกว่าเป็นโรคความดันสูงจากต่อมหมวกไตผลิตฮอร์โมนนี้มาก หรือโรค hyperaldosteronism) (3) catecholamine (บอกว่ามีเนื้องอกต่อมหมวกไตชนิด pheochromocytoma) เจาะแล้วถ้าหากพบว่ามีตัวไหนผิดปกติให้ชวนสงสัยก็ค่อยเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์หรือตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กชนิดมองเห็นหลอดเลือด (CTA หรือ MRA) เพื่อวินิจฉัยว่าเป็น รอยคอดของหลอดเลือดใหญ่ (coarctation) หรือรอยตีบของหลอดเลือดที่ไต (renal artery) หรือเนื้องอกต่อหมวกไต หรือโรคของเนื้อได (ทราบจากขนาดของไตว่าเล็กลงกว่าปกติ) แต่ถ้าเป็นหมอที่ใจร้อนหรือชอบของแพงก็จะให้ตรวจเอ็กซเรย์ CTA หรือ MRA ไปก่อน หากพบอะไรผิดปกติก็ค่อยมาเจาะเลือดดูฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องทีหลัง สุดแล้วแต่สไตล์ใครสไตล์มัน

     5. เมื่อพิสูจน์ได้แล้วว่าเป็นความดันเลือดสูงจริง และสืบค้นแล้วไม่ได้เป็นโรคทั้งสี่ข้างต้นด้วย ก่อนที่จะลงมือทานยาลดความดัน ควรจะใช้เวลาสัก 3-6 เดือนลดความดันเลือดด้วยวิธีไม่ใช้ยาดูก่อน ดังนี้

5.1 ถ้าอ้วนให้ลดน้ำหนัก อย่างที่บอกไปแล้ว ถ้าลดน้ำหนักได้ 10 กก. จะลดความดันตัวบนลงได้ถึง 20 มม. ผมเคยเขียนเรื่องการลดความอ้วนไปแล้วหลายครั้งในบล็อกนี้ ลองหาอ่านดู

5.2 ปรับโภชนาการ ทานอาหารที่มีไขมันต่ำมีแคลอรี่ต่ำและมีผักและผลไม้มากๆ ทานมังสะวิรัติเลยได้ยิ่งดี จะลดความดันได้ถึง 15 มม. สูตรอาหารที่ลดความดันได้ดีเรียกว่า DASH diet ซึ่งก็คือมังสะวิรัติ (ที่เน้นถั่วกับผลเปลือกแข็ง หรือ nuts และเมล็ดหรือ seeds) บวกปลาและอาหารทะเล บวกนมไร้ไขมัน 
     
     สูตรอาหารของคุณที่ว่าทานพวกก๋วยเตี๋ยวกับข้าวเหนียวหมูปิ้งนั้น เป็นสูตรพิมพ์นิยมของคนไทยวัยทำงาน ผมตั้งชื่อว่าเป็นสูตร "Thai High Carb" คือสาระพัดอาหารจานเดียวรวมทั้งก๋วยเตี๋ยวและผัดราดข้าวแบบเอาง่ายเข้าว่าที่ให้พลังงานสูงมากโดยที่พลังงานมาจากคาร์โบไฮเดรตและน้ำมันที่ใช้ผัดทอดเป็นพื้น เป็นสูตรอาหารที่เห่ยและมีแต่จะก่อโรคให้คุณไม่สิ้นสุด คุณควรจะเปลี่ยนเสีย ผมแนะนำให้ไปทานแบบ DASH ดีที่สุด 

5.3 ออกกำลังกายให้ได้ระดับมาตรฐาน คือออกจนเหนื่อยหอบแฮ่กๆร้องเพลงไม่ได้อยู่นาน 30 นาทีสัปดาห์ละ 5 ครั้ง จะลดความดันได้ถึง 9 มม. 

5.4 ลดเกลือในอาหารลงให้เหลือระดับจืดสนิทจะลดความดันลงได้ถึง 8 มม.

5.5 ถ้าดื่มแอลกอฮอล์อยู่มากกว่าวันละสองดริ๊งค์ ให้ลดหรือเลิกจะลดความดันลงได้ถึง 4 มม.

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ยาลดน้ำหนักที่ FDA อนุมัติให้ใช้ในปี 2026

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren

การโกนขนอวัยวะเพศ (pubic hair)

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2569 กับ 9 วิธีที่จะรู้ตัว

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว