29 มกราคม 2557

ตัวเรียนเภสัช แต่ใจอยากเรียนหมอ


คุณหมอคะ
ขอเรียนถามคะ ตอนนี้หนูเรียนเภสัช แต่ใจอยากเรียนหมอ ถ้าเราเรียนเภสัชให้จบแล้วต่อหมอ จะแก่เกินไปมั๊ยคะ แล้วถ้าเราไปเรียนตอนนั้นวงการแพทยเค้าจะยอมรับมั๊ยคะ หรือจะยอมรับแต่คนที่เข้าตามเกณฑ์คะ

...................................

ตอบครับ

1.. เรื่องแก่เกินแกง เอ๊ย.. แก่เกินจะเรียนแพทย์ ตอบได้ว่าไม่มีแก่หรอกครับ ผมเห็นหมอหลายคนมาเรียนแพทย์เอาตอนอายุสามสิบกว่า ก็มีความสุขในชีวิตดี พวกที่เข้าหลักสูตรแพทย์แนวใหม่ (New Tract) หมายถึงจบ ป.ตรี แล้วทำงานสองปีก่อน แล้วจึงจะสอบเข้าเรียนได้ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่กลมกลืนกับเด็กมัธยมที่มาเรียนแพทย์ตามเส้นทางปกติ เพราะเท่าที่ผมเห็นทุกคนก็กลมกลืนกันดี เป็นแฟนกันไปก็มี

2. เรื่องความรังเกียจว่าเป็นหมู ..เอ๊ย ไม่ใช่เป็นหมอสายพันธ์ไหน ในหมู่แพทย์ด้วยกัน ไม่มีหรอกครับ รับประกัน เพราะที่ทำงานอยู่ด้วยกันทุกวันนี้ยากที่จะทราบว่าใครมาจากทางไหน นานๆจะเจอคนทำอะไรหลุดโลกซักคนหนึ่ง ซึ่งในกรณีเช่นนั้นเพื่อนร่วมงานก็จะซุบซิบสืบโคตรเหง้าศักราชว่ามาเธอจากทางไหน แต่ผลที่ได้ก็จะ random คือไม่ว่ามาจากทางไหนก็มีอุบัติการณ์หลุดโลกได้พอๆกัน ไม่เกี่ยวกับสถาบันหรือประเทศที่เรียนมาเลย

3. การเรียนเภสัชให้จบแล้วเอาคุณวุฒิไปเรียนต่อแพทย์ จะได้ย่นระยะเวลาแค่ปีเดียวนะ คือสอบเข้าแล้วต้องเรียนอีก 5 ปี เป็นหลักสูตรที่เรียกว่า หลักสูตรแนวใหม่หรือ New Tract ซึ่งปัจจุบันนี้เหลือสอนอยู่ที่ม.นเรศวร และ ม.พะเยา (ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ผมไม่แน่ใจว่าเลิกไปหรือยัง) ดังนั้นคุณต้องคำนวณความคุ้มค่าให้ดี เพราะเภสัชเองก็เรียน 5-6 ปีเข้าไปแล้ว การออกไปเริ่มต้นใหม่โดยไม่ต้องรอให้เรียนเภสัชจบจะเป็นวิธีที่คุ้มค่ากว่าหรือเปล่า ลองคิดดู

3. การเรียนแพทย์ในเมืองไทยนั้น ไม่ว่าจะเรียนที่สถาบันไหน เรื่องคุณภาพไม่มีปัญหา ปัญหามีอยู่อย่างเดียวคือมันสอบเข้ายากเลือดตากระเด็น ดังนั้นผมแนะนำให้มองหาทางเลือกอื่นๆ ตามลำดับความยากในการสอบเข้า ลดหลั่นกันไปดังนี้

3.1 เอาวูฒิมัธยม สอบเข้ามหาลัยผ่าน กพสท. เป็นวิธีที่ประหยัดเงินที่สุด แต่การสอบโหดที่สุด

3.2 เอาวุฒิมัธยม สอบเข้าแพทย์มศว.หลักสูตร Nottingham เสียค่าเทอมแพง แต่การสอบไม่โหดเท่า แต่ก็ยังโหดอยู่ดี เพราพวกลูกหมอทั้งหลายที่สอบกพสท.ไม่ได้จะมาออกันที่นี่

3.3  เอาวุฒิมัธยม สอบเข้าแพทย์รังสิต เสียเงินค่าเทอมแพง การสอบเข้าได้ง่ายขึ้นหน่อย แต่ก็ยังหินไม่เบา เรื่องใช้เงินตัดทิ้งได้ เพราะทุกคนมาที่นี่มีเงินหมด ส่วนเรื่องใช้เส้นก็อย่าไปหวัง บอกได้คำเดียวว่า ยากส..ส์ เพราะมหาลัยเขากลัวรับเข้าไปแล้วไปสอบตกกลางคันทำให้ชั้นเรียนว่างและทำให้เขาขาดทุนในบั้นปลาย

3.4 นอกจากนี้ยังมีบางแห่งเช่นจุฬาฯ และแม่ฟ้าหลวง ที่เงื้อง่าจะเปิดหลักสูตรแพทย์ AEC (ผมขอแปลเอาง่ายๆว่าหลักสูตรที่เก็บค่าเทอมแพงขึ้นแต่สอบเข้าง่ายกว่าเดิม) ผมไม่ได้ติดตามข่าวว่าเปิดรับไปหรือยัง ถ้าคุณสนใจก็ลองสืบข่าวดูเองก็แล้วกัน

3.5 เอาวุฒิมัธยมไปเรียนแพทย์ที่จีน หรืออินเดีย

3.6 เอาวุฒิป.ตรีเช่นเภสัชหรือพยาบาล ไปเรียนแพทย์ที่ฟิลิปปินส์

4.. การที่คุณคิดอยากจะเป็นหมอ ถ้ามันเป็น passion ที่คุณอยากจะมีชีวิตอยู่เพื่อช่วยเหลือคนอื่น หากเป็นความมุ่งมั่นจริงจัง ผมก็เห็นดีเห็นงามด้วย แต่ถ้ามันเป็นแค่ความอยากทัดเทียมเพื่อน อยากได้รับการยอมรับจากสังคม อยากให้พ่อแม่ภาคภูมิใจ หรือแค่อยากมีงานทำชัวร์ๆ ผมว่ามันไม่คุ้มที่จะทิ้งสาขาเภสัชมาเริ่มต้นเรียนแพทย์ใหม่หรอกครับ เพราะเส้นทางกว่าจะได้เป็นหมอนั้นยาวนานและมีอุปสรรคขวากหนามสารพัด แถมยังมีความยากที่ต้องใช้น้ำอดน้ำทน หากสู้อุตสาห์ตะเกียกตะกายจนพ้นพงหนามเพียงเพื่อจะได้มาทำอาชีพที่คุณไม่ได้ “อิน” หรือมีความสุขกับมันอย่างแท้จริง มันไม่ใช่การตัดสินใจที่ดีแน่นอนครับ ที่ผมพูดดักคอไว้อย่างนี้เพราะเห็นน้องๆที่จบหมอหลายคนไม่มีความสุขกับงานอาชีพนี้ บางคนเปลี่ยนไปขายเครื่องสำอาง บางคนไปทำกล่องโฟมขาย บางคนหลังจากพบว่าอาชีพนี้ "ไม่ใช่" ก็ไปตั้งต้นใหม่ ไปทำงานเป็นพนักงานบนเครื่องบินบ้าง บางคนสายตายังดีหน่อยก็เลิกเป็นหมอไปเรียนขับเครื่องบิน ประเด็นคือ...

     “...อาชีพอะไรไม่สำคัญ สำคัญที่คุณมีความสุขเมื่อได้ทำมันหรือเปล่า”


นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์