หมอสันต์สนับสนุนอาหารคีโตถ้า..เป็นคีโตวีแกน

หนูอ่านบล็อกคุณหมอเป็นประจำ แต่หนูกินคีโตไดเอ็ทเพื่อรักษาเบาหวานของหนูเอง หนูรู้สึกว่าหมอสันต์ไม่สนับสนุนอาหารคีโตเลยใช่ไหม ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นทั้งๆที่อาหารคีโคลดน้ำหนักได้และรักษาเบาหวานได้

....................................................

ตอบครับ

     ฟังน้ำเสียงคุณเป็นคนมีความรู้ในทางการแพทย์ เรามาคุยกับแบบเอาเนื้อหาความรู้ล้วนๆนะ แต่ก่อนอื่นเพื่อให้ท่านผู้อ่านท่านอื่นตามทัน ขอนิยามคำว่า อาหารคีโต (ketogenic diet) หน่อยนะ ว่าคืออาหารที่มุ่งลดพลังงานจากแป้งและน้ำตาลลงจนแทบไม่เหลือเลย แต่ไปเพิ่มพลังงานจากไขมันแทน ซึ่งในชีวิตจริงคนกินอาหารคีโตก็ต้องกินเนื้อสัตว์และไขมันจากสัตว์มากๆ ไม่กินข้าวแป้งน้ำตาลเลย เอาละ ทีนี้เรามาคุยกัน

1. ประเด็นอาหารอะไรดีที่สุด

     นับถึงวันนี้ วงการแพทย์รู้แน่ชัดแล้วว่าอาหารที่ดีต่อสุขภาพคืออาหารที่มีพืชแยะๆ มีเนื้อสัตว์น้อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อสัตว์ที่ผ่านการปรับแต่งถนอม (ไส้กรอก เบคอน แฮม) และเนื้อของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมนั้น ยิ่งกินน้อยยิ่งดี นี่เป็นข้อมูลส่วนที่ชัดเจนแล้ว มีหลักฐานดีแล้ว คำแนะนำมาตรฐาน (guidelines) ไม่ว่าจะสำหรับคนเป็นมะเร็ง เป็นโรคหลอดเลือดสมองหัวใจ เป็นโรคอัลไซเมอร์ โรคอ้วน  และคนทั่วไป จึงล้วนแนะนำให้กินอาหารแบบนี้ทั้งนั้น

     ส่วนที่ว่าจะเลิกกินเนื้อสัตว์ทุกชนิดไปเลยแบบวีแกนหรือแบบเจไปเลย หรือว่าจะกั๊กๆกินเนื้อสัตว์เช่นปูปลากุ้งหอยเป็ดไก่และไข่อยู่บ้างไหม ตรงนี้วงการแพทย์ยังไม่มีข้อมูลว่าอย่างไหนดีกว่าอย่างไหน เรียกว่าเป็นเขตปลอดข้อมูล (data free zone) ใครจะกินอย่างไร จะเอาแบบวีแกน มังกินไข่ มังกินนม มังกินปลา หรือเจเขี่ย ก็พิจารณาเอาตามแต่ที่ท่านชอบเถิด เพราะหลักฐานสนับสนุนยังไม่ชัด ชัดแต่ว่าขอให้พืชมากขึ้น สัตว์น้อยลง

2. ประเด็นการดื้อต่ออินสุลิน

     การที่เซลดื้อไม่ยอมรับคำสั่งของฮอร์โมนอินสุลิน (insulin resistance) เป็นกลไกพื้นฐานของการเป็นเบาหวานที่วงการแพทย์ยอมรับกันทั่วไป แต่อะไรทำให้เกิดการดื้อต่ออินสุลิน ตรงนี้ยังแตกความเห็นเป็นสองฝ่าย ฝ่ายนิยมคีโตก็ว่าคาร์โบไฮเดรต (หมายถึงน้ำตาลและแป้ง) เป็นตัวการ อีกฝ่ายหนึ่งว่าไขมันเป็นตัวการ

     งานวิจัยการใช้อาหารคีโคซึ่งงดแป้งงดน้ำตาลแต่กินไขมันโดยส่วนใหญ่เป็นไขมันที่มากับเนื้อสัตว์แทนในการรักษาเบาหวาน พบว่าทำให้ตัวชี้วัดโรคเบาหวานไม่ว่าจะเป็นระดับน้ำตาลและระดับอินสุลินดีขึ้นเมื่อเทียบกับการกินทุกอย่างที่ขวางหน้า [1] นั่นเป็นงานวิจัยระยะสั้น ส่วนงานวิจัยอาหารคีโตระยะยาวพบว่าอาหารแบบนี้ทำให้มีอัตราเป็นนิ่วในไตมากขึ้น กระดูกพรุนมากขึ้น และไขมันในเลือดสูงขึ้น [2]

ข้อมูลวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับอาหารใดทำให้เป็นเบาหวาน

     ถ้าถอยออกมามองข้อมูลเชิงระบาดวิทยาซึ่งเป็นข้อมูลในระดับกว้างเกี่ยวกับผู้คนจำนวนมาก พบว่าโรคเบาหวานในประชากรจีนเพิ่มขึ้นจา 2.6% ในปี 2000 เป็น 9.7% ในปี 2010 พร้อมๆกับการเปลี่ยนอาหารจากการกินข้าวเป็นหลักมากินเนื้อสัตว์มากขึ้น [3] หมายความว่าช่วงกินข้าวเป็นเบาหวานน้อย ช่วงกินเนื้อสัตว์มาก เป็นเบาหวานมากขึ้น

     ถ้าไปดูในชุมชนพื้นเมืองในประเทศเม็กซิโก เช่นชุมชน Tepehuano, Huichol และ Mexicanero พบว่าในช่วงก่อนปี 2000 ซึ่งอาหารของชุมชนเป็นอาหารคาร์โบไฮเดรตสูงล้วนจากข้าวโพด ข้าว ถั่ว แตงกวา กลับปรากฎว่าในชุมชนเหล่านี้ไม่มีใครเป็นเบาหวานเลย [4] ถ้าดูชนเผ่า Pima Indians ที่อยู่ในเขตเม็กซิโกและกินอาหารคาร์โบไฮเดรตสูง กินแคลอรีจากไขมันเพียง 25% และจากโปรตีนเพียง 11% พบว่าเป็นเบาหวานน้อยกว่าเผ่าเดียวกันซึ่งอยู่ในเขตสหรัฐที่กินอาหารเนื้อสัตว์ถึง 5 เท่า [5]

     ที่ฮาร์วาร์ดได้มีการทำวิจัยติดตามดูสุขภาพของบุคลากรทางการแพทย์ จำนวนกว่า 40,000 คนซึ่งตอนตั้งต้นไม่มีใครเป็นเบาหวานเลย ตามดูนาน 20 ปี พบว่าคนที่กินเนื้อสัตว์ที่มีไขมันติดด้วยมากเป็นเบาหวานมากกว่าพวกที่กินคาร์โบไฮเดรตมากกินเนื้อสัตว์น้อยถึง 37% [6]

     งานวิจัยในกลุ่มคนกินอาหารเจหรือวีแกน (vegans) ซึ่งเป็นอาหารคาร์โบไฮเดรตสูงพบว่าเป็นเบาหวานน้อยกว่าคนที่กินอาหารทั่วไป(ที่มีเนื้อสัตว์และไขมันจากสัตว์ด้วย)ถึงครึ่งหนึ่ง แม้ว่าจะได้ปรับเอาข้อมูลปัจจัยเสี่ยงเช่น การออกกำลังกายและความอ้วนออกไปแล้วก็ตาม [7]

     กลับมามองดูงานวิจัยเจาะลึกแบบสุ่มตัวอย่างแบ่งกลุ่มเปรียบเทียบ (RCT) งานวิจัยหนึ่งเอาผู้ป่วยเบาหวานที่รับไว้รักษาในวอร์ดมากินอาหารแบบอาหารเบาหวาน (ได้แคลอรีจากโปรตีน 20% จากคาร์โบไฮเดรต 43% จากไขมัน 37%) ระยะหนึ่ง แต่ต่อมาให้ทุกคนเปลี่ยนไปกินอาหารแบบคาร์โบไฮเดรตสูง (ได้แคลอรีจากโปรตีน 21% จากคาร์โบไฮเดรต 70% จากไขมัน 9%) จนจบการวิจัย  [8] พบว่าทุกคนลดการฉีดอินสุลินลงได้จาก 26 ยูนิตเหลือ 11 ยูนิต ในช่วงที่กินอาหารแบบคาร์โบไฮเดรตสูง โดยที่น้ำตาลในเลือดและอินสุลินก็ต่ำกว่าช่วงที่กินเนื้อสัตว์สูงด้วย

     อีกงานวิจัยหนึ่งทำนานถึง 74 สัปดาห์ เปรียบเทียบอาหารเบาหวานของสมาคมเบาหวานอเมริกัน (ADA) กับอาหารเจแบบไขมันต่ำ พบว่ากลุ่มที่กินอาหารเจแบบไขมันต่ำลดยาได้มากกว่า ไขมันในเลือดลดลงต่ำกว่า น้ำตาลในเลือดลดลงต่ำกว่า และน้ำหนักลดลงดีกว่ากลุ่มกินอาหารสมาคมเบาหวานประมาณหนึ่งเท่าตัว [9]

     ดังนั้นข้อมูลที่มีถึงวันนี้บ่งชี้ไปทางว่าอาหารเนื้อสัตว์และไขมันจากสัตว์สัมพันธ์กับการเป็นเบาหวาน

อะไรกันแน่ที่เป็นตัวทำให้เกิดการดื้อต่ออินสุลิน

     วงการแพทย์มีหลักฐานตั้งแต่ช่วงปี 1930 แล้วว่าไขมันในอาหารทำให้เกิดการดื้อต่ออินสุลิน [10] ปัจจุบันนี้งานวิจัยในห้องทดลองก็อธิบายกลไกที่ไขมันทำให้เซลดื้อต่ออินสุลินได้แล้วว่ามันเริ่มจากการที่เซลกล้ามเนื้อ ตับ และตับอ่อน รับเอาไขมันเข้าไปจนมากเกินกว่าที่จะเผาผลาญได้ และยังรู้ด้วยว่าหากให้อาหารคาร์โบไฮเดรตสูงจะแก้ไขการดื้อต่ออินสุลินได้ [11- 12] ไขมันส่วนที่แทรกตับอ่อนทำให้ตับอ่อนผลิตอินสุลินได้น้อยลง ยิ่งทำให้เบาหวานรุนแรงขึ้น ยิ่งถ้าหากผู้ป่วยกินอาหารแคลอรีสูงเข้าไปมากเกินกว่าที่ร่างกายจะเผาผลาญได้ เบาหวานก็จะยิ่งรุนแรงขึ้น [13]

     อาหารเจแบบไขมันต่ำเป็นอาหารที่ลดน้ำหนักในระยาวได้ดีที่สุดเท่าที่มีงานวิจัยตีพิมพ์ไว้แม้จะกินจนพุงกางก็ตามหรือไม่ออกกำลังกายก็ตาม [14] ในงานวิจัย BROAD Study ผู้ป่วยอ้วนสามารถลดน้ำหนักได้เฉลี่ย 12 กก. ใน 1 ปี โดยไม่ต้องอดอาหารและไม่ต้องเพิ่มการออกกำลังกายไปจากเดิมที่เคยทำได้

ประเด็นผลในระยะยาว

     คนเป็นโรคเบาหวานไม่ได้ตายเพราะโรคเบาหวาน แต่ตายด้วยภาวะแทรกซ้อนของอวัยวะปลายทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งนับถึงวันนี้หลักฐานเท่าที่มีอยู่พบว่ามีแต่อาหารแบบกินพืชเป็นหลักแบบไขมันต่ำเท่านั้นที่จะพลิกผันโรคหลอดเลือดหัวใจได้ [15]

     ปัจจุบันนี้ยังไม่มีผลวิจัยผลของอาหารคีโคต่ออัตราตายในระยะยาว มีแต่ผลระยะสั้นว่าทำให้ไขมันเลวในเลือดซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสูงขึ้น แต่งานวิจัยตามดูผลของการใช้อาหารคีโตเพื่อรักษาโรคลมชักพบว่าผู้ป่วยกินอาหารคีโตเหล่านี้มีตัวชี้วัดความแข็งของหลอดเลือดแดง  (arterial stiffness) มากขึ้น และมีดัชนีวัดการบาดเจ็บของหลอดเลือดสูงขึ้น [16] ทำให้จำเป็นต้องระวังหรือหลีกเลี่ยงการใช้อาหารคีโตนานๆไว้ก่อน

กล่าวโดยสรุป

     หมอสันต์ไม่ได้ต่อต้านอาหารคีโค แต่หมอสันต์เชียร์ให้ลดการกินเนื้อสัตว์ลงมากินพืชให้มากขึ้น ดังนั้นใครจะใช้อาหารคีโตลดน้ำหนักหรือรักษาเบาหวานก็ใช้ได้ แต่ควรใช้เป็นระยะสั้นๆเฉพาะในช่วงที่นิสัยการบริโภคยังติดอยู่กับเนื้อสัตว์มากอยู่ เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อโรคอ้วนหรือโรคเบาหวานดีขึ้นแล้ว ควรปรับอาหารจากคีโตมาเป็นอาหารพืชเป็นหลักแบบไขมันต่ำจะดีที่สุด เพราะทั้งรักษาโรคอ้วนและเบาหวานได้ด้วย และทั้งป้องกันและพลิกผันโรคหลอดเลือดหัวใจอันเป็นสาเหตุการตายหลักของเบาหวานได้ด้วย

     แต่ถ้าใครยังรักชอบจะกินคีโตต่อไปอีก หมอสันต์ก็ขอต่อรองว่าเอาคีโตแบบงดหรือลดเนื้อสัตว์และไขมันจากสัตว์ได้ไหม โดยใช้ไขมันในเลือดโดยเฉพาะอย่างยิ่งไขมันเลว (LDL) เป็นตัวชี้วัด ถ้าไขมันในเลือดต่ำก็กินคีโตแบบไหนก็ได้ต่อไปได้ไม่มีกำหนด แต่ถ้าเป็นแบบนักกินคีโตหนุ่มท่านหนึ่งที่เพิ่งเกิดฮอร์ทแอทแทคไปและเขียนมาหาผม เขามีโคเลสเตอรอลรวมในเลือดสามร้อยกว่า ถ้าแบบนี้เปลี่ยนเป็นคีโตแบบไม่กินเนื้อสัตว์และไขมันจากสัตว์ดีกว่านะ ผมตั้งชื่อให้คีโตแบบนี้เสียเองว่าคีโตวีแกน (keto-vegan) นั่นก็คือกินอาหารคล้ายๆอาหารเจแบบไขมันสูงที่กินกันตามเทศกาลเจทั่วไปในเมืองไทยเรานั่นเอง ถ้าไม่อยากได้แคลอรี่จากธัญพืชเพราะรังเกียจว่าเป็นแป้งก็ไปใช้แคลอรี่จากถั่ว งา นัท ซึ่งเป็นไขมันและโปรตีนแทน ชั่วดีถี่ห่างไขมันจากพืชก็ยังมีสัดส่วนของไขมันอิ่มตัวอันเป็นไขมันก่อโรคต่ำกว่าไขมันจากสัตว์ และสิ่งแย่ๆในทางโภชนาการที่วงการแพทย์รู้จักดีแล้วไม่ว่าจะเป็นโคเลสเตอรอล โมเลกุลฮีม (heme iron), trimethylamine, และฮอร์โมน IGF-1 ล้วนมาจากเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทั้งสิ้น ดังนั้นหมอสันต์เชียร์อาหารคีโตนะถ้า..เป็นคีโตวีแกน

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม

1. Westman, E.C., Yancy, W.S., Mavropoulos, J.C., Marquart, M. & McDuffie, J.R., (2008), The effect of a low-carbohydrate, ketogenic diet versus a low-glycemic index diet on glycemic control in type 2 diabetes mellitus. Nutr Metab.;5:36. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC2633336/
2. Kosinski, C. & Jornayvaz, F.R., (2017), Effects of Ketogenic Diets on Cardiovascular Risk Factors: Evidence from Animal and Human Studies. Nutrients.;9(5):517. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5452247/
3. Li, H., Oldenburg, B., Chamberlain, C., O’Neil, A., Xue, B., Jolley, D., Hall, R., Dong, Z. & Guo, Y., (2012), Diabetes prevalence and determinants in adults in China mainland from 2000 to 2010: a systematic review. Diabetes Res Clin Pract.;98(2):226-35. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/22658670
4. Guerrero-Romero, F., Rodríguez-Morán, M. & Sandoval-Herrera, F., (1997), Low prevalence of non-insulin-dependent diabetes mellitus in indigenous communities of Durango, Mexico. Arch Med Res.;28(1):137-40. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/9078601
5. Schulz, L.O., Bennett, P.H., Ravussin, E., Kidd, J.R., Kidd, K.K., Esparza, J. & Valencia, M.E., (2006), Effects of traditional and western environments on prevalence of type 2 diabetes in Pima Indians in Mexico and the U.S. Diab Care;29(8):1866-71. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/16873794
6. de Koning, L., Fung, T.T., Liao, X., Chiuve, S.E., Rimm, E.B., Willett, W.C., Spiegelman, D., & Hu, F.B., (2011), Low-carbohydrate diet scores and risk of type 2 diabetes in men. Am J Clin Nutr.;93(4):844-50. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/21310828
7. Tonstad, S., Butler, T., Yan, R. & Fraser, G.E., (2009), Type of vegetarian diet, body weight, and prevalence of type 2 diabetes. Diab Care.;32(5):791-6. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC2671114/
8. Anderson, J.W. & Ward, K., (1979), High-carbohydrate, high-fiber diets for insulin-treated men with diabetes mellitus. Am J Clin Nutr.;32(11):2312-21. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/495550
9. Barnard, N.D., Cohen, J., Jenkins DJ, et al. (2009), A low-fat vegan diet and a conventional diabetes diet in the treatment of type 2 diabetes: a randomized, controlled, 74-wk clinical trial. Am J Clin Nutr. 2009;89(5):1588S-1596S. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC2677007/
10. Yokoyama, Y., Barnard, N.D., Levin, S.M. & Watanabe, M. (2014), Vegetarian diets and glycemic control in diabetes: a systematic review and meta-analysis. Cardiovasc Diagn Ther.;4(5):373-82. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4221319/
11. Lichtenstein, A.H. & Schwab, U.S. (2000), Relationship of dietary fat to glucose metabolism. Atherosclerosis;150(2):227-43. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/10856515
12. Himsworth, H.P., (1934), Dietetic factors influencing the glucose tolerance and the activity of insulin. J Physiol.;81(1):29-48. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC1394223/
13. Kraegen, E.W. & Cooney, G.J., (2008), Free fatty acids and skeletal muscle insulin resistance. Curr Opin Lipidol.;19(3):235-41. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/18460913
14. Wright, N., Wilson, L., Smith, M., Duncan, B. & McHugh, P., (2017), The BROAD study: A randomised controlled trial using a whole food plant-based diet in the community for obesity, ischaemic heart disease or diabetes. Nutr Diabetes. 7(3):e256. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/28319109
15. Ornish, D., Scherwitz, L.W., Billings, J.H., Brown, S.E. et al (1998), Intensive lifestyle changes for reversal of coronary heart disease. JAMA;280(23):2001-7. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/9863851
16. Kossof, E., (2014), Danger in the pipeline for the ketogenic diet? Epilepsy Curr.;14(6):343-4. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4325592

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ยาลดน้ำหนักที่ FDA อนุมัติให้ใช้ในปี 2026

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren

การโกนขนอวัยวะเพศ (pubic hair)

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2569 กับ 9 วิธีที่จะรู้ตัว

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว