ดึงพยาธิตัวแบนออกมาจากก้นอ่ะค่ะ
สวัสดีค่ะคุณหมอ,
หนูอยากทราบเรื่องเกี่ยวกั บพยาธิตัวตืดที่มันเป็นตั วแบนๆออกมาจากก้นอ่ะค่ะ
คือมันคันแล้วรู้สึกได้ว่ามั นกำลังออกมา บางทีรำคาญก็เลยดึงออกมา มันเป็นตัวแบนๆ กินยาไปบางตัวแต่ก็ยังไม่หาย
แต่ว่าบางที่มันก็หายไปเป็นสั กพัก แล้วก็กลับมาอีก เหมือนไม่หายขาด
เป็นมาได้ก็หลายเดือนแล้วอ่าค่ะ แต่มันก็ไม่ได้มาตลอด หายบ้าง มาบ้างอ่ะค่ะ
มีวิธีไหนหรือยาตัวไหนที่หนู พอจะทำหรือกินได้แล้วให้ หายขาดอ่ะค่ะ คือบางที่นั้งอ่านเกี่ยวกั บพยาธิแล้วรู้สึกกลัวๆ
มันเป็นอันตรายมากไหมค่ะ? คุณหมอช่วยตอบกลับทางเมลให้หนู หน่อยนะค่ะ...หนูจะรอค่ะ คือหนูกลัวมากค่ะ
ตอบครับ
ก่อนอื่นผมขอซักซ้อมความเข้าใจเรื่องกันอีกสักหนึ่งรอบนะครับเรื่องกฎกติกาของบล็อกนี้
คือผมจะไม่ตอบเมลโดยตรงให้ใครแม้แต่คนเดียวไม่ว่าจะซี้ย่ำปึ๊กกันแค่ไหน แต่จะต้องตอบบนบล็อกเท่านั้นเพื่อประจาน..เอ๊ย
ไม่ใช่ เพื่อให้คนอ่านทั่วไปได้ความรู้ไปด้วย โดยผมรับปากว่าจะรักษา privacy ให้ คือปิดบังต้นสังกัดไม่ให้รู้ว่าเมลเป็นของใครมาจากไหน
แม้กระทั่งมาจากจังหวัดไหนถ้าเห็นว่าเป็นเรื่องซีเรียสก็จะปิดบังให้ด้วย ทุกวันนี้ยังมีเมลจำนวนมากที่เขียนถามเรื่องส่วนตั๊วส่วนตัว
รโหฐานซะไม่มี แถมกำชับว่าห้ามเอาลงเว็บเด็ดขาด บางทีทั้ง ผ. ทั้ง ม.
ต่างก็เป็นแฟนบล็อกนี้เมื่อคุณ ม. ถามเรื่องของคุณ ผ. เธอก็กลัวคุณ ผ. อ่านเจอ เมลที่ต้องการ
exclusivity แบบนี้ผมจำใจต้องลบทิ้งหมด ต้องขอโทษด้วยนะครับ
เพราะที่ผมนั่งตอบคำถามนี้ไม่ได้มีเจตนาหลักที่จะเปิดคลินิกทางออนไลน์
แต่มีเจตนาหลักที่จะให้ความรู้ในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแก่ผู้คนทั่วไปโดยอาศัยปัญหาของคนป่วยคนๆใดคนหนึ่งเป็นตัวอย่างหรือเป็นสื่อการสอน
ดังนั้นเมื่อเขียนมาหาหมอสันต์ ให้ทำใจไว้ล่วงหน้าเลยว่า.. ต้องได้ลงเว็บ
เอาละ คราวนี้มาว่าเรื่องดึงพยาธิออกจากก้นของคุณ
ผมอ่านจดหมายคุณแล้วบังเกิดความตะลึงพรึงเพริดเปิดวิสัยทัศน์ของหมอแก่ ไม่คิดว่าในปี พ.ศ. นี้ยังจะมีคนใสซื่อบริสุทธิ์แต่เลี้ยงพยาธิตัวตืดไว้ออกไข่เผยแพร่สู่สังคมโลกอย่างคุณนี้หลงเหลืออยู่ในประเทศไทย เรื่องราวของคุณฉุกให้ผมคิดถึงสมัยที่ผมเป็นนักเรียนอาชีวะเกษตรอยู่ที่แม่โจ้
เชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2513 ครูท่านหนึ่งสอนวิชาสัตวบาล หัวข้อเรื่องการแช่แข็งเนื้อหมูเนื้อวัวเพื่อทำลายซีสต์ของพยาธิตัวตืดก่อนที่จะส่งเนื้อนั้นออกสู่ตลาด
สาระมีว่าการทำลายซิสต์ของพยาธิในเนื้อหมูเนื้อวัวคือต้องแช่แข็งเนื้อที่อุณหภูมิ -10 องศาซี.นาน 10 วันก่อนแล้วจึงส่งขาย แต่ที่ผมจำได้แม่นยำกว่าคือเรื่องที่ท่านเล่าประกอบท่านเล่าถึงสมัยที่ท่านเป็นนักเรียน ครูท่านนี้ตอนที่ท่านเล่าเรื่องท่านเกือบจะหกสิบแล้ว
สมัยท่านเป็นนักเรียนก็คือประมาณ 50 ปีก่อนหน้านั้น
นั่นก็คือประมาณปี พ.ศ. 2463 หรือสมัยรัชกาลที่ 6 โน่นแหละ ท่านเล่าว่าเพื่อนนักเรียนของท่านคนหนึ่ง เป็นลูกคนมีเงิน
ขณะที่คนอื่นไม่มีสมุดใช้ ใช้กันแต่กระดานชนวน แต่คนนี้เขามีสมุดใช้ แต่เขามีพฤติกรรมแปลกๆ
คือจะนั่งอยู่หลังชั้นเรียนแล้วฉีกกระดาษเป็นชิ้นเล็กๆ
เอามือล้วงผ่านขากางเกงขาสั้น เข้าไปที่ก้นตัวเอง เหมือนกับแอบเช็ดก้น
แล้วทิ้งกระดาษชิ้นเล็กๆลงบนพื้นห้องจนเกลื่อนพื้นห้องไปหมด ในที่สุดเพื่อนก็จับได้ว่ากระดาษชิ้นเล็กๆที่ทิ้งลงพื้นนั้น
มีปล้องพยาธิตัวแบนขาวๆเหมือนเส้นก๋วยเตี๋ยวติดอยู่ หมายความว่าพอพยาธิไชออกทวารหนักมา
เขาคัน ก็ล้วงเอากระดาษไปหนีบพยาธิทิ้งเสียทีหนึ่งเพื่อนๆก็เลยปฏิบัติการครั้งใหญ่เพื่อช่วยเขากำจัดพยาธิตัวตืดนี้โดยพากันไปที่กอไผ่
ให้เขาเบ่งอึ จนหางพยาธิตัวตืดออกมาขาวต่องแต่ง แล้วจึงค่อยๆบรรจงเอาหางพยาธิพันกับปล้องไผ่แล้วให้เขาเดินรอบกอไผ่
ครูเล่าว่าเขาเดินรอบกอไผ่ได้สามรอบ ยังไม่หมดความยาวของพยาธิตัวตืด ผมฟังแล้ว..บรื๊อว์
หวาดเสียว ผมจำเรื่องได้แค่นี้แหละ เรื่องราวต่อจากนี้จบยังไงผมจำไม่ได้แล่ว.. หิ
หิ ขออำไพ
ขอโทษ นอกเรื่อง กลับเข้าเรื่องดีกว่า
คำวินิจฉัยโดยไม่ต้องตรวจอุจจาระก็คือคุณมีพยาธิตัวตืดที่แก่ได้ที่อยู่ในตัว
คนอย่างคุณนี้จะเป็นต้นกำเนิดแพร่ไข่พยาธิตัวตืดไปสู่สากลโลกได้วันละเป็นแสนเป็นล้านใบ
คนที่จะได้รับไขพยาธิของคุณไปรับประทานนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล
ตัวคุณเองนั่นแหละเป็นปฐม ผ่านมือของคุณ ต่อมาก็คือคนใกล้ชิด
ถ้าคุณมีอาชีพทำอาหารให้คนอื่นกินลูกค้าของคุณก็..เรียบร้อย
ผมไม่ทราบว่าคุณมีภูมิลำเนาอยู่ในเมืองหรือชนบท
ถ้าคุณอยู่ชนบทและชอบอึในบรรยากาศแซ่บๆ หมายความว่าอึกลางที่โล่ง
โอกาสที่ชาวบ้านในหมู่บ้านเดียวกันจะได้รับประทานไข่พยาธิของคุณโดยทั่วหน้ากันก็มีมาก
ผ่านไปทางน้ำที่ชะล้างผิวดิน และแมลงวันที่ขนอึของคุณไปใส่ชามข้าวของคนอื่น
พูดถึงการอึในบรรยาการแซ่บ มันเป็นเรื่องเล่า
ซึ่งพนักงานอนามัยรุ่นเดอะที่ทำงานอยู่กับผมที่อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราชเล่าให้ฟัง
ว่าสมัยหนุ่มๆท่านไปทำงานที่อิสาน ไปสร้างส้วมซึมให้ชาวบ้าน ชาวบ้านร่วมมือดี ทีมงานของท่านเก่งก็เก่ง
จนทั้งหมู่บ้านทุกบ้านมีส้วมซึมหมด
เมื่อท่านกลับไปเยี่ยมชาวบ้านด้วยความภาคภูมิใจในผลงาน ไปขอใช้ส้วมชาวบ้าน
ก็พบว่าส้วมอยู่ในสภาพที่ใหม่มากไม่มีร่องรอยการใช้สอยเลย
แต่พอมาสำรวจบริเวณรอบส้วมก็ต้องแจ๊คพ็อตเจอเข้าไปด้วยตนเองเต็มๆเท้า
จึงถามชาวบ้านว่ามีส้วมอย่างดีแล้วทำไมยังมาอึนอกส้วมละครับคุณป้า คุณป้าตอบว่า
“มันบ่อแซ่บ”
แคว่ก
แคว่ก แคว่ก ตะแล้น ตะแล้น ตะแล้น
เอ.. เราคุยกันถึงไหนแล้ว อ้อ การวินิจฉัยจบแล้วนะ
คราวนี้ก็เรื่องการรักษา พยาธิตัวตืดนั้นเป็นพยาธิที่มีศักดิ์ศรีสูงที่สุดในบรรดาพยาธิทั้งหลายเพราะเป็นพยาธิที่อันตรายที่สุดทั้งต่อตัวคนมีพยาธิและต่อสิ่งแวดล้อม
คุณจะไปซื้อยาถ่ายกินเปะปะมันไม่ได้ผลดอก วิธีที่ดีที่สุด คือถ้าคุณอยู่ในกรุงเทพ
ผมแนะนำให้คุณไปรักษาที่โรงพยาบาลอายุรศาสตร์เขตร้อน อยู่หน้ารพ.พระมงกุฎ
แถวๆอนุสาวรีย์ชัยนั่นแหละ ที่นี่เขาเก่งเรื่องพยาธิ
เจอเคสอย่างคุณนี้เขาต้องดีใจเรียกหมอน้อยมาทำประวัติทำวิจัยเขียนวิทยานิพนธ์ได้เป็นเล่มๆเชียวละ
และการรักษาของเขาก็มีขั้นตอนวิธีละเอียดรอบคอบจนหายสนิทเชื่อถือได้แน่นอน ผมไม่อยากให้คุณรักษาตัวเอง
เพราะหมอเขาจะต้องตรวจทั่วตัวคุณด้วยเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ว่านอกจากพยาธิในลำไส้แล้วคุณยังมีซิสต์ของพยาธิตัวตืดฝังอยู่ในกล้ามเนื้อหรืออวัยวะใดๆหรือไม่
โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่สมอง เพราะการใช้ยารักษาพยาธิในลำไส้
กับรักษาซิสต์ในอวัยวะภายในนั้นไม่เหมือนกัน อย่างหลังเป็นเรื่องที่ยุ่งยากกว่ามาก
แต่ถ้าคุณยืนยันไม่ไปหาหมอ
จะซื้อยากินเอง โดยมุ่งจะรักษาพยาธิในลำไส้เท่านั้น ผมแนะนำให้ทำสองยกดังนี้
ยกที่หนึ่ง กินยา Niclosamide (Yomesan) เม็ดละ 500 mg กินทีเดียว 4 เม็ด
แล้วรอดูเชิงไปว่าได้ผลเกลี้ยงเกลาไหม ยานี้เป็นยาเก่าคลาสสิกมาก
งานวิจัยสมัยก่อนบอกว่าได้ผลระดับ 85-98% ถ้าดูเชิงไปแล้วเงียบไปได้ไม่กี่สัปดาห์ก็มีพยาธิไชออกมารบกวนอีก
คราวนี้คุณก็ไปยกที่สอง
ยกที่สอง กินยา Praziquantel เม็ดละ 600 มก. ครั้งละสองเม็ด (1,200
mg) รวมสามครั้ง (3,600 mg) จบในวันเดียว
ยานี้มีผลพลอยได้คือช่วยกวาดล้างพยาธิใบไม้ในตับไปให้หมดได้ด้วย
สองยกนี้ถ้ายังไม่หายอีก
คราวนี้ต้องไปหาหมอที่รพ.อายุรศาสตร์เขตร้อนแล้วละครับ เพราะต้องรักษาแบบควบยา เพื่อนผมเป็นหมออยู่ที่อินเดียบอกว่าเขาใช้สูตรควบยาสามตัวและคุยว่าได้ผลเด็ดสะระตี่นัก
แม้คนไข้ที่อเมริกายังสั่งซื้อยาของเขาไปกิน (ที่อเมริกาไม่ค่อยมีใครเป็นพยาธิตัวตืดกันหรอกครับ
ผมไม่แปลกใจถ้าไม่มียาขาย) แต่ว่าการควบยาผมไม่แนะนำให้คนทั่วไปทำ
ต้องให้หมอทำแบบสงวนลิขสิทธิ์ให้คุณหมอเท่านั้น เพราะการควบยาพร่ำเพรื่อจะทำให้พยาธิพากันดื้อยาแล้วต่อไปจะไม่มียาใช้
ทุกวันนี้ไม่มีงานวิจัยยาใหม่ๆเกี่ยวกับยาฆ่าพยาธิออกมาเลยเพราะมันไม่มีตลาดรองรับ
แม้แต่โรงพยาบาลสมัยใหม่อย่างเช่นรพ.พญาไท 2 นี้ถ้าคุณจะใช้ยาโบราณอย่าง Niclosamide
เขาไม่มีให้หรอกต้องวิ่งกันหัวปั่นเอายามาจากข้างนอก
เพราะซื้อยามาสองปีไม่มีคนไข้ตัวตืดมาให้รักษาสักคนเดียวจนยาบูดหมด
ในบรรยากาศที่คนป่วยมีน้อย ไม่มียาใหม่ ถ้าพยาธิดื้อยาเก่าๆพวกนี้เมื่อไหร่ก็จบกัน
คนรุ่นต่อไปต้องไปเอายาหมายาแมวมากินกันแล้วละครับ
กินยาถ่ายแล้วอย่านอนใจ
เพราะการกลับได้พยาธิใหม่ (re-infestation) เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยมาก
ตราบใดที่สุขศาสตร์ของการกินการอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นเปลี่ยนนิสัยเสียใหม่
กินแต่ของที่สุกแล้ว โดยเฉพาะเนื้อหมู เนื้อวัว และปลา อย่ากินดิบเป็นอันขาด
ผักสดก็ต้องล้างให้สะอาดไม่ให้มีอะไรปนเปื้อน เพราะสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อน อย่าว่าแต่ของสกปรกเป็นชิ้นเป้งๆที่เห็นด้วยตาเลย
แม้แต่น้ำในคลองก็เป็นปัญหาแล้ว ระวังแมลงวันสุดฤทธิ์
นอกจากนั้นต้องดูแลสุขศาสตร์ส่วนบุคคล ต้องล้างมือบ่อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังใช้ห้องน้ำห้องส้วม และล้างภาชนะใส่อาหารให้สะอาดก่อนใช้ อย่าคิดง่ายๆว่ากินไปเหอะ ได้พยาธิมาก็ถ่ายยาออกไป
ชีวิตจริงมันไม่ได้ง่ายอย่างนั้น เพราะพยาธิชนิดเด็ดๆเช่นพยาธิตัวตืดนี้
ถ้ามันขึ้นไปสิงสถิตย์อยู่ที่สมองละก็....ลำบากเชียวนะคุณ
นพ.สันต์
ใจยอดศิลป์
บรรณานุกรม
1. Keiser
J, Utzinger J. Efficacy of current drugs against soil-transmitted helminth
infections: systematic review and meta-aounalysis. JAMA. 2008 Apr
23;299(16):1937-48.