31 กรกฎาคม 2554

CEA และสารชี้บ่งมะเร็ง (tumor marker) อื่นๆ..เรื่องขายหน้าของวงการแพทย์

เรียน คุณหมอที่เคารพ

ก่อนอื่นขอขอบพระคุณคุณหมอมากค่ะ เวบคุณหมอมีประโยชน์มากๆ ดิฉันอายุ 36 ปี ขอเรียน ปรึกษาดังนี้

1. ไปตรวจค่า CEA มาได้ค่า 1.46 ค่า ที่ต้องเขียนมาถามเนื่องจากเพิ่มขึ้น จาก 0.59 เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว คุณพ่อคุณแม่สามีไปตรวจด้วยท่านได้ค่าเพียง 0.8 และ 0.6 ทั้งที่อายุ 60 กว่า ดิฉันมีความกังวล จึงไปทำการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (ตอนแรกคุณหมอไม่ส่องให้แต่ขอร้องท่านค่ะ) ผลปกติ ระบบขับถ่ายปกติ ทานผักผลไม้มากๆ ทุกวัน ไม่ทราบว่าค่านี้บ่งชี้ความเสี่ยงในอนาคตที่สูงกว่าคนวัยเดียวกันในการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่มั๊ยคะ จริงๆแล้วค่อนข้าง งง กับผลค่ะ เมื่อสองปีที่แล้ว ทานเนื้อสัตว์เยอะ ผักน้อย ถ่ายทุก 2-3 วัน แต่ปัจจุบัน ทานเนื้อสัตว์น้อยมาก ผักผลไม้เป็นหลัก ถ่ายทุกวัน ค่า cea กลับวิ่งสวนทางค่ะ

2. มีบุตรแล้วสองคน ค่ะ ประจำเดือนมาแปลกๆทุกเดือน สามวันแรกปกติ วันที่สี่มาน้อยมากหรือไม่มา วันที่ห้า หก มาน้อย วันที่เจ็ดแปดมาน้อยหรือไม่มา บางเดือนวันที่สิบยังมีเลือดออกประมาณ 1-2 หยด กังวลเนื่องจากมีลูกพี่ลูกน้องเป็นมะเร็งรังไข่ตอนอายุประมาณ 40 ค่ะ ไปตรวจภายในและตรวจอัลตราซาวด์มาแล้ว เป็นปกติดีค่ะ ไม่ทราบว่าต้องไปตรวจการทำงานของรังไข่ ไหมคะ (เห็นมีในโปรแกรมตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลเอกชน)

ขอบพระคุณคุณหมอมากๆค่ะ
ด้วยความเคารพอย่างสูง

……………………………………………………

ตอบครับ

เรื่องประจำเดือนเอาไว้ก่อนนะ ขอคุยแต่เรื่อง CEA ก่อน
ค่าปกติของ CEA คือ <3 1.46="1.46" br="br" ml="ml" ng="ng">
แต่ประเด็นที่ผมหยิบจดหมายของขึ้นขึ้นมาตอบก่อนไม่ใช่กลัวว่าคุณเทียบค่าไม่เป็นว่าอะไรคือปกติไม่ปกติ แต่ประเด็นคือการที่ประชาชนถูกทำให้เข้าใจผิดไปอย่างมากมายเกี่ยวกับสารชี้บ่งมะเร็ง (tumor marker) สารพัดตัว ทั้ง CEA (มะเร็งลำไส้ใหญ่) AFP (มะเร็งตับ) CA 125 (มะเร็งรังไข่) CA 19-9 (มะเร็งตับอ่อน) PSA (มะเร็งต่อมลูกหมาก) คือคนไปเข้าใจผิดไปว่าสารชี้บ่งมะเร็งเหล่านี้เป็นตัวคัดกรองได้ว่าตัวเองเป็นหรือไม่เป็นมะเร็ง ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดอย่างจังเบอร์ และคนที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดนี้ก็คือวงการแพทย์นั่นเอง เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าขายหน้าของวงการแพทย์อย่างหนึ่ง

การจะเข้าใจเรื่องนี้จำเป็นต้องเข้าใจความหมายค่าสถิติบางตัว ยกตัวอย่างเรื่อง CEA กับการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ก็แล้วกัน สมมุติว่าคุณตรวจ CEA ได้ผลบวก เอาเป็นว่าได้ค่าสัก 15.0 ng/ml ก็แล้วกัน คุณก็ตาตั้งว่าคุณเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่เข้าแล้ว แต่ความจริงเปล่าเลย เพราะว่า

ค่า CEA นี้มีความไว (sensitivity) ประมาณ 68.7% หมายความว่าถ้าเอาคนที่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่จ๋าแล้วหนึ่งร้อยคนมาตรวจหา CEA จะพบว่าตรวจได้ผลบวกเพียงประมาณ 69 คน อีกประมาณ 31 คนตรวจได้ผลปกติ ทั้งๆที่เป็นมะเร็งแล้วแหงๆ

อีกด้านหนึ่ง ค่า CEA นี้มีความจำเพาะ (Specificity) ประมาณ 76.9% หมายความว่าถ้าเอาคนที่รู้แน่ชัดว่าไม่ได้เป็นมะเร็งดอกมา 100 คน มาตรวจหาค่า CEA จะได้ผลลบประมาณ 77 คน อีก 33 คนตรวจได้ผลบวก ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นมะเร็งซักกะหน่อย

อุบัติการณ์เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ของคนไทยคือ 8.8 : 100,000 หมายความว่าทุกหนึ่งแสนคนจะมีคนเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่เฉลี่ยราว 9 คน

นั่นหมายความว่าถ้าเราเอาคนทั้งหนึ่งแสนคนนี้มาตรวจ CEA ทุกคนแบบรูดมหาราช กลุ่มที่เป็นโรคแล้ว 9 คน จะได้ผลบวกประมาณ 6 คน (ความไว 68.7%) ได้ผลลบ 3 คน ส่วนกลุ่มที่ไม่เป็นโรคจะได้ผลบวก 32,997 คน (ความจำเพาะ 33%) ที่เหลือได้ผลลบ เมื่อรวมคนทั้งแสนคนก็จะมีคนได้ผลบวก 32,997 + 6 = 33,003 คน ในจำนวนนี้มีคนเป็นมะเร็งจริงๆเพียง 9 คน (อุบัติการณ์ 8.8%) ฟังอีกทีนะครับ ตรวจได้ผลบวก 33,003 คน เป็นมะเร็งจริง 9 คน นั่นหมายความว่าคนที่ตรวจ CEA ได้ผลบวก มีโอกาสเป็นมะเร็งจริงๆเพียง 0.027% เท่านั้นเอง มีเลขศูนย์นำหน้าจุด หมายความว่าไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์นะครับ คุณว่าการตรวจนี้มันมีประโยชน์ในแง่ของการบอกคุณว่าจะเป็นมะเร็งหรือเปล่าไหม ไม่เลยใช่ไหมครับ แต่มันมีโทษที่ทำให้คุณต้องสติแตกวิตกจริตว่าจะเป็นมะเร็ง ต้องไปทำโน่นทำนี่เพื่อดับความทุกข์กังวล ไม่คุ้มกันเลยครับ ดังนั้น ถ้าอยากมีสุขภาพดี อยู่ห่างๆสารชี้บ่งมะเร็งทั้งหลายไว้ดีที่สุด รวมทั้งสารชี้บ่งมะเร็งรังไข่ CA 125 ที่คุณตั้งท่าจะไปตรวจนั่นด้วย

ถ้าคุณไม่อยากเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ สิ่งที่คุณพึงทำไม่ใช่การไปตรวจ CEA แต่คุณควรทำสิ่งต่อไปนี้

1. อย่าอ้วน เสียดายที่คุณไม่ได้บอกความสูงและน้ำหนักมาด้วย ผมจึงไม่รู้ว่าคุณอ้วนหรือเปล่า เพราะมีหลักฐานชัดเจนถึงความสัมพันธ์ระหว่างมะเร็งลำไส้ใหญ่กับการได้รับแคลอรี่มากเกินจากอาหาร การจะจำกัดแคลอรี่จากอาหารแน่นอนว่าคุณควรก็ต้องปรับโภชนาการลดอาหารให้แคลอรี่อันได้แก่ไขมันและคาร์โบไฮเดรตไปเพิ่มอาหารพวกผักผลไม้ และต้องออกกำลังกายเผาผลาญแคลอรี่ที่เข้าไปมากเกินทุกวันด้วย

2. อย่าสูบบุหรี่ เพราะมะเร็งลำไส้ใหญ่ก็เหมือนกับมะเร็งอย่างอื่นอีก 24 ชนิดที่มีความสัมพันธ์แน่นอนกับการสูบบุหรี่

3. สังเกตนิสัยการขับถ่ายของตนเอง ถ้ามันผิดปกติไปเช่นจากถ่ายปกติดีๆก็บัดเดี๋ยวท้องผูก บัดเดี๋ยวท้องเสีย ก็ต้องไปหาหมอ

4. สังเกตลักษณะของอุจจาระที่ออกมาจนเป็นนิสัย ถ้าสีมันเปลี่ยนเป็นสีคล้ำหรือมีเลือดปน ก็ต้องไปหาหมอ

5. ถ้าคุณอายุเกิน 50 ปี และมีเงินพอจ่ายได้ การไปส่องตรวจลำไส้ใหญ่ (colonoscopy) ทุกสิบปี ก็ถือกันทั่วโลกว่าเป็นมาตรฐานการป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพราะมะเร็งชนิดนี้ก่อตัวบนติ่งเนื้อ (polyp) และใช้เวลานานถึงสิบปีในการกลายเป็นมะเร็ง ถ้าส่องตรวจลำไส้ใหญ่พบติ่งเนื้อก็หนีบออกทุกสิบปีก็จะป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม

1. Bel Hadj Hmida Y, Tahri N, Sellami A, Yangui N, Jlidi R, Beyrouti MI, Krichen MS, Masmoudi H. Sensitivity, specificity and prognostic value of CEA in colorectal cancer: results of a Tunisian series and literature review. Tunis Med. 2001 Aug-Sep;79(8-9):434-40.

...................
1 สค. 54
ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ ว่า หนูไม่เคยทานเหล้าไม่เคยสูบบุหรี่ ค่ะ งานค่อนข้างหนัก เป็นกิจการครอบครัวสามี หนูดูแลด้านการเงิน และ การลงทุนค่ะ พยายามจะไม่เครียดค่ะ
......................

ตอบครับ

ขอบคุณครับ ข้อมุลที่ให้มามีประโยชน์ทั้งหมด แต่เวลาให้ข้อมูลทางการแพทย์ อย่าลืมข้อมุลพื้นฐานอย่างหนึ่งคือน้ำหนักและส่วนสูง ซึ่งนำไปสู่การคำนวณหาดัชนีมวลกาย ซึ่งเป้นตัวบอกภาวะโภชนาการและการออกกำลังกายของคนๆนั้น ถือว่าเป้นข้อมูลที่มีประโยชน์มากครับ

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

.............................................

จดหมายจากผู้อ่าน (8 พย. 55)

ขออนุญาตส่งข้อความถึงคุณหมอทางนี้นะครับ
เนื่องจากโพสไว้ที่หน้าเพจไม่ได้
ผมได้อ่านบทความเรื่อง CEA และสารชี้บ่งมะเร็ง ที่
http://visitdrsant.blogspot.com/2011/07/cea-tumor-marker.html
เนื่องจากได้ผลตรวจมาจากที่ตรวจสุขภาพ มีค่า CEA 3.6 เลย
ก็เลยกังวลเพราะเพิ่งจะอายุ 23 ไม่ดื่มเหล้าไม่สูบบุหรี่
แต่พออ่านแล้วก็รู้สึกสบายใจขึ้น เนื่องจากค่า CEA นี้ดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือเลยครับ
แต่สิ่งที่ผมยังรู้สึกไม่ได้ทำก็คือ ออกกำลังกาย การขับถ่ายให้ปกติและดื่มน้ำมากๆ
ซึ่งต่อไปนี้จะต้องทำให้ได้ครับ สุดท้ายนี้ขอบคุณคุณหมอมากครับ

.............................