บทความ

เรื่องไร้สาระ (34) ห้ามสบตา ห้ามยิ้ม

รูปภาพ
เดือนพย.นี้ผมวางแผนหยุดงานสองสัปดาห์เพื่อไปเดินไพรที่ญี่ปุ่นแบบขับรถเที่ยวไปตามชนบทเดินขึ้นเขาลงห้วยแวะนอนตามบ้านคนหรือเรียวกังเล็กๆ เผอิญจำได้ว่า “คุณแจ่ม” สมาชิกแค้มป์ RD ท่านหนึ่งซึ่งเป็นนักเรียนญี่ปุ่นเคยเล่าว่าการเดินป่าแวะนอนตามบ้านเล็กเมืองน้อยในญี่ปุ่นสามารถทำได้นานเป็นเดือนโดยเดินไปแต่ข้างหน้าไม่ต้องกลับที่เดิม จึงบอกหมอสมวงศ์โทรไปขอวิธีการขั้นละเอียดจากเธอ พอรู้ว่าผมจะไปเที่ยวเธอรีบบอกว่าช่วงนั้นเธออยู่ที่ญี่ปุ่นพอดีให้เธอพาเที่ยวดีกว่า แถมเธอขอรับจัดการให้หมดทั้งรถ ผู้ขับ จองโรงแรม โดยผู้ขับที่เธอสรรหามาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นอีกครึ่งหนึ่งของเธอนั่นเองมาเป็นผู้ขับให้ จะด้วยถูกเกณฑ์มาหรืออาสามาผมก็ไม่ทราบได้ ความที่เป็นผู้ขับกิตติมศักดิ์ผมจะขอเรียกท่านว่า “กัปตัน” ก็แล้วก็ ทริปนี้จึงเป็นครั้งแรกที่ผมจะได้เที่ยวแบบไม่ต้องทำอะไรเลย รถก็ไม่ต้องขับเอง แผนการเดินทางก็ไม่ต้องวาง ไปลุ้นเอาว่าจะมีเซอร์ไพรส์อะไรข้างหน้าบ้าง ผู้ร่วมเดินทางนับทั้งหมดได้ 6 คน พอดีรถเก๋งใหญ่หนึ่งคัน ก่อนวันจะเดินทางก็เกิดเซอร์ไพรส์แรกคือสมาชิกหนึ่งท่านมาไม่ได้เพราะคุณแม่ป่วยกะทันหัน...

ท้องอืดและลมขึ้นระดับมหึมามหากาพย์

(ภาพวันนี้ / ดอกถั่วอะรูมิไร้ ที่ริมทางเดิน) เรียน คุณหมอสันต์ จากที่ได้ดู YouTube ของคุณหมอสันต์ที่พูดถึงเรื่องลำไส้ พอดีดิฉันอายุ 65 ปี มีปัญหาลมในไส้เคลื่อนไหวตลอดเวลาและเสียงดังมาก เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม2 วันที่ผ่านมาไปใส่รากฟันเทียมเขาฉีดยาชาหลายเข็มยิ่งทำให้ลมในตัวมากขึ้น จากประสบการณ์ทุกครั้งที่ถูกฉีดยาจะมีการเคลื่อนไหวของลมเช่นตอนที่ฉีดวัคซีนด้านขวาลมก็จะไปวิ่งไปที่แขนด้านซ้าย นี่เป็นข้อสังเกตส่วนตัวที่เป็นคนที่ลมเยอะเป็นพิเศษมานานแล้ว ยิ่งหมอให้ยาฆ่าเชื้อมาฆ่าแบคทีเรียยิ่งทำให้ท้องเสียถ่ายเป็นลมมากขึ้น คืนนี้ตื่นมากลางดึก 02:00 น ซึ่งเป็นเวลาของธาตุลมก็มีอาการเวียนหัวเหมือนที่เคยเป็นเมื่อก่อนแล้วหายไปแล้วพักหนึ่งจึงแก้ไขโดยเคาะที่กลางกระหม่อมให้ลมเรอออกเพื่อลดอาการเวียนหัวแล้วล้มได้เพื่อเดินไปห้องน้ำ  มันก็จะถ่ายพุ่งเอาลมออกแล้วอาการเวียนหัวก็จะดีขึ้นเป็นแบบนี้เป็นประจำที่มีลมเยอะ คำถามคืออาการแบบนี้จะแก้ไขอย่างไรคะ เคยกินน้ำผักปั่นที่คุณหมอสันต์แนะนำก็ลมเยอะ พยายามกินถั่วเพื่อให้ได้โปรตีนแทนเนื้อสัตว์ก็ยังไม่สำเร็จ การกินอาหารหมักดองก็จะยิ่งทำให้ลมเยอะแล้วปวดไปตามจุดต่างๆท...

ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ แล้วอยากยกน้ำหนัก ดึงสายยืด ตีเทนนิส และขับรถ

(ก่อนตอบคำถามวันนี้ขอแจ้งข่าวนิดหนึ่งว่าหนังสือ “คัมภีร์สุขภาพดี” ขายไปหมดแล้ว ตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างการพิมพ์ครั้งที่สอง ท่านที่ต้องการจะซื้อหนังสือกรุณาอดใจรอ ประมาณว่าน่าจะออกจากโรงพิมพ์ 15 พย. นี้ ทันเป็นของขวัญปีใหม่พอดี เมื่อหนังสือออกได้แล้วผมจะแจ้งยืนยันอีกครั้ง) เรียน อ.สันต์ ใจยอดศิลป์       ผมชื่อ … อายุ 61 ปี ผมได้ไปใส่เครื่อง pacemaker มาเมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2566 เนื่องจากหัวใจเต้นช้าผิดปกติ ผมมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการออกกำลังกายหลังใส่เครื่อง pacemaker ที่อยากเรียนถามอาจารย์ดังนี้       1.ผมจะสามารถออกกำลังกายจำพวกกายบริหาร ยกน้ำหนักดัมเบล และดึงสายยางยืดได้หรือไม่ เพราะก่อนผมจะไปใส่เครื่อง pacemaker พวกเคยดู YouTube ของอาจารย์ที่เกี่่ยวกับการออกกำลังกายเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสำหรับผูู้สูงอายุ แล้วก็ได้ทำมาตลอด แต่พอมาใส่เครื่อง pacemaker แล้วกลัวว่าถ้าออกกำลังกายแบบนี้ อาจทำให้สายไฟของเครื่อง pacemaker หักชำรุดได้นะครับ       2.เรื่องการขับรถและเล่นเทนนิสนี่ ต้องรอให้ผ่าน 3 เดือนไปก่อนใช่ไหมครับ  คุณหมอที่ใส่ pacemaker ให้ผมบอกว่าเรื่อ...

การเสียสติ ก็คือการทำแบบเดิมๆซ้ำๆแต่คาดหมายผลลัพท์ที่ต่างจากเดิม

(ภาพวันนี้ / ชงโคหน้าบ้าน บานรับลมหนาว) (หมอสันต์พูดกับกลุ่มแฟนบล็อกที่มาเยี่ยม) เวลาเราได้โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่มาเครื่องหนึ่ง เราสนใจอ่านคู่มือการใช้งานอย่างจริงจังเพราะอยากจะใช้ประโยชน์จากความซับซ้อนของมันให้เต็มที่ ฟังชั่นพื้นฐานที่สำคัญเช่นกดตรงไหนมันจะสนองตอบอย่างไร หรือถ้าเปิดแอ็พทิ้งไว้มันจะกินพลังงานของเครื่องจนแบตหมด ทุกคนที่มีโทรศัพท์มือถือจะรู้กันทั่ว แต่ร่างกายและใจซึ่งเราได้มาตั้งแต่เกิดและจะต้องใช้มันไปจนตายนี้ มีสักกี่คนที่รู้ว่ามันก็เป็นหุ่นยนต์หรือเป็นเครื่องยนต์ (machine) ชิ้นหนึ่ง มีสักกี่คนที่รู้ว่ามันทำงานโดยกลไกอัตโนมัติเมื่อได้รับสิ่งเร้าอย่างนี้มันต้องสนองตอบอย่างนี้ทุกคราวไปเพราะฟังชั่นพื้นฐานของมันผูกเป็นวงจรไว้เช่นนั้น และมีใครรู้บ้างว่ามันทำงานได้ด้วยพลังงานเหมือนที่มือถือทำงานด้วยแบตเหมือนกัน และถ้าเปิดแอ๊พตัวหลักๆทิ้งไว้เช่นการคิดอะไรฟุ้งซ่านเปะปะหรือคิดกังวล ไม่นานแบตมันก็จะแผ่วลง ยิ่งไปกว่านั้น มีสักกี่คนที่รู้ว่ากายและใจนี้เป็นหุ่นยนต์ที่ประกอบมาแบบยังไม่ทันเสร็จก็เอาออกมาขายแล้ว พูดอีกอย่างว่ากายและใจนี้เป็นหุ่นยนต์ที่ยังไม่สมประกอบ มีแต่ฟังชั่นพื้นฐา...

ความสองฝักสองฝ่ายในใจหมอหนุ่ม

(ภาพวันนี้ / ดอกไมยราพยามเช้า) สวัสดีครับอาจารย์ ผมเป็น extern ในโรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่งครับ การเรียนหมอ 6 ปีมันช่างยาวนานและใช้กำลังภายในเยอะพอสมควรครับ ผมเรียนรู้ที่จะพอเอาตัวรอดไปได้ในแต่ละวัน จนกระทั่งตอนมาเป็น extern ได้ไปวนโรงพยาบาลในต่างจังหวัดหลายเดือน ซึ่งมีการทำงานที่ไม่เหมือนกับโรงเรียนแพทย์ ตัวผมมีโอกาสได้ดูแลคนไข้ ได้ฝึกทำงานเหมือนหมอคนหนึ่ง ทำให้ผมกลับมารักและเห็นคุณค่าในวิชาชีพแพทย์มากขึ้นมากๆครับ และช่วงเวลา 3 ปีของคลินิก ผมก็ค้นหาตัวเองเจอว่าชอบศัลย์ ได้ elective ในหลายๆที่ก็รู้สึกว่าใช่ แต่ติดตรง mindset ของตัวผมเองครับอาจารย์ ที่รู้สึกอยากพอ อยากวางจากการขวนขวายขะมักเขม้น (observe จาก resident ในคณะครับ) บางครั้งก็ทรมานจากความรู้สึกที่ว่าตัวเองยังรู้ไม่มากพอ ทำให้ลังเลว่าจะ fix ward หรือจะไปใช้ทุนดี และมีโอกาสได้ไปตั้งแคมป์ ได้เจอกับผู้คนใหม่ๆที่หลากหลาย ทำให้รู้สึกว่าโลกใบนี้กว้างใหญ่ มีอะไรให้น่าเรียนรู้อีกเยอะเลยครับ แต่การเรียนหมอนั้น ทั้งความหนักและตารางที่ไม่แน่นอน ทำให้การจัดสรรเวลาของผมเป็นไปได้ยากครับ จึงอยากปรึกษาว่าอาจารย์มีคำแนะนำ วิธีจัดการความคิด การจัดส...

ความตายของคนใกล้ชิดเป็น "ครูใหญ่" ให้รู้ซึ้งถึงคุณค่าของแต่ละลมหายใจของเราที่เหลืออยู่

คุณหมอครับ ภรรยาผมเพิ่งสิ้นลมไป ผมรู้สึกชา เชื่องช้า เหมือนทำอะไรไม่ถูกเมื่อต้องอยู่คนเดียว ผมไม่ใช่คนเข้าวัดเข้าวา ในใจมีแต่ภาพอดีต ผมร้องไห้บ้าง กลัวความเหงา กลัวความลึกลับของความตาย ……………………………………………………………………… ตอบครับ 1.. การเป็นคนไม่เคยสนใจศาสนาไม่เข้าวัดเข้าวาในช่วงชีวิตที่ผ่านมานั้นไม่ใช่ประเด็นสลักสำคัญอะไร ดีเสียอีกที่ไม่มีคอนเซ็พท์โน่นนี่นั่นมาเป็นขยะรกหน่วยความจำในหัว การจะมีชีวิตที่ดี ไม่จำเป็นต้องไปฟังเอาจากใครพูดที่ไหน แค่ขยันทิ้งคอนเซ็พท์เก่าๆที่สังคมหรือภาวะรอบตัวยัดเยียดให้เรายึดถือเกี่ยวพันโดยไม่จำเป็นไปเสียให้หมด แล้วเริ่มต้นสังเกตรับรู้ยอมรับทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาที่เดี๋ยวนี้ตามที่มันเป็น ค่อยๆถอยกลับเข้าไปสู่ความสงบที่ส่วนลึกของใจเราเอง แล้วก็จะมีชีวิตที่ดี คือสงบเย็นและสร้างสรรค์ได้เอง 2.. อดีตเป็นเพียงความคิดที่เราคิดขึ้นที่เดี๋ยวนี้โดยเราจงใจเรียบเรียงให้ต่อเนื่องเหมือนนิยายเรื่องยาวเอาไว้ให้ตัวเองอ่าน ดัง...

โรคไตเรื้อรังระยะที่ 3 รักษาให้ตัวชี้วัดไต (GFR) ดีขึ้นได้ด้วยเปลี่ยนอาหารมากินพืชเป็นหลัก

(ภาพวันนี้ / ต้อยติ่ง) เรียนคุณหมอสันต์ ผมอายุ 72 เป็นโรคไต ตอนนี้ค่าไตเหลือ 34 หมอให้ยามากินเยอะมากตามรายการแนบ ห้ามกินผักผลไม้มาก ห้ามกินโปรตีนมาก แล้วผมจะกินอะไรละครับ ผมอยากถามคุณหมอสันต์ว่ายาโรคไตที่ได้มานั้นมันมียาอะไรบ้าง มันทำหน้าที่อะไร มันจำเป็นไหม นอกเหนือจากยาเหล่านี้จะมีวิธีอื่นไหมที่ผมจะมีชีวิตต่อไปจนตายไปเองโดยไม่ต้องล้างไต ขอบคุณครับ ………………………………………………… ตอบครับ เป็นความจริงที่ว่าการรักษาโรคไตเรื้อรังในปัจจุบันโฟกัสอยู่ที่การใช้ยา ซึ่งก็เหมือนกับการรักษาโรคเรื้อรังอื่นๆ เพราะวงการแพทย์กระแสหลักยังมีความเชื่อเช่นนี้อยู่ ยารักษาโรคไตทั้งหมดนั้นแบ่งเป็นหมวดตามหลักการแก้ปัญหาโรคไต ได้หลายกลุ่ม ได้แก่ (1) การลดความดันเลือดด้วยยาในกลุ่ม ACEI และ ARB, (2) การลดไขมันในเลือดด้วยยาในกลุ่ม statin (3) การกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้นด้วยการฉีดยากระตุ้นไขกระดูกกลุ่ม erythropoietin (4) การลดบวมด้วยยาขับปัสสาวะ (5) การจับเอาฟอสเฟตส่วนเกินออกจากร่างกายด้วยยาเช่นแคลเซีย...