การไม่รู้จริง + ความไม่เป็นมืออาชีพในการทำงานวิชาชีพ = ทุกข์ฟรี

ตอบครับ

ถามว่าฉีดยาให้พ่อแล้วเข็มตำมือ พ่อเพิ่งไปถ่ายเลือดมา ตัวเองกังวลว่าต้องไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจคัดกรอง HIV ไหม ตอบว่าไม่ต้องไปหรอกครับ เรื่องของคุณนี้มันมีประเด็นที่ควรพูดถึงสองประเด็นนะ

ประเด็นที่ 1. ทุกข์จากการไม่รู้จริง

ฉีดยาให้พ่อซึ่งเพิ่งถ่ายเลือดมาแล้วเข็มตำมือจึงกลัวติดเชื้อ HIV นี่เป็นประเด็นทุกข์จากการไม่รู้จริง โอกาสที่คนไปถ่ายเลือดมาจะติดเชื้อ HIV ที่เจ้าหน้าที่ให้เซ็นใบยินยอมว่ายอมรับโอกาส 1% ที่จะติดเชื้อ HIV นั้น ถ้าเขาระบุตัวเลขเช่นนั้นจริงผมเข้าใจว่าเขาคงแค่ตั้งใจจะป้องกันปัญหาเรื่องคดีความที่อาจจะตามมาภายหลังมากกว่า ไม่ใช่ตั้งใจจะสื่อสารข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ เพราะข้อมูลจริงของการติดเชื้อ HIV จริงหลังการถ่ายเลือดในยุคปัจจุบันมันต่ำกว่านั้นชนิดคนละเรื่อง ซึ่งผมนับยุคปัจจุบันว่าเริ่มตั้งแต่มีการนำเทคนิคตรวจกรดนิวคลิก (NAT) มาใช้ในการคัดกรองเลือด ยกตัวอย่างเช่นข้อมูลของฝรั่งเศส มีโอกาสติดเชื้อ HIV จากการถ่ายเลือด 1 ใน 8,300,000 ข้อมูลของสเปญมีโอกาสติดเชื้อ HIV จากการถ่ายเลือด 1 ใน 1,000,000 เป็นต้น หากจะระบุเป็นเปอร์เซ็นต์ก็คือมีโอกาสน้อยกว่า 0.0001% คือเรียกว่าเป็นโอกาสที่ต่ำมากจนตัดทิ้งได้ ดังนั้นในการรับการถ่ายเลือดหากจำเป็นต้องรับก็ควรรับ โดยไม่ต้องคิดกังวลเรื่องโอกาสจะได้รับเชื้อ HIV เพราะมันเป็นความคิดกังวลที่เวิ่นเว้อเกินความเป็นจริง

ประเด็นที่ 2. ทำงานวิชาชีพแต่ไม่ได้เป็นมืออาชีพ

ใช้เข็มฉีดยาแล้วเข็มตำมือ นี่เป็นประเด็นการทำงานวิชาชีพโดยไม่มีความเป็นมืออาชีพ งานใช้เข็มฉีดยาเป็นงานระดับวิชาชีพ หมายความว่าต้องเรียนรู้ฝึกฝนในวิชาจึงจะทำได้ดี คนทำงานระดับนี้ต้องมีความเป็นมืออาชีพ หมายความว่าเป็นคนที่ได้เรียนรู้ฝึกฝนขั้นตอนของระเบียบปฏิบัติในเรื่องนั้นและได้ลงมือทำมาช่ำชองเป็นอย่างดีแล้ว อย่าว่าแต่คุณซึ่งเป็นคนทั่วไปไม่รู้อิโหน่อิเหน่ (lay man) เลย แม้แต่นักวิชาชีพมีปริญญาเช่นแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และนักเทคนิคการแพทย์ ก็ยังมีอยู่จำนวนหนึ่งที่ไม่วายที่จะขาดความเป็นมืออาชีพในงานของตน คือไม่วายจะโดนเข็มตำมือเหมือนอย่างชาวบ้านเขาเหมือนกัน คือมีแต่ปริญญาวิชาชีพแต่ไม่มีความเป็นมืออาชีพ สมัยที่ผมเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลอยู่ต้องปากแฉะกับเรื่องนี้มากเพราะโรงพยาบาลอยู่ในระบบการรับรองคุณภาพนานาชาติ (JCI) เกิดเรื่องขึ้นทีต้องมีรายการซ่อม (remedy action) กันเสียจนเมื่อย วันนี้ผมจึงขอถือโอกาสนี้พูดถึงระเบียบปฏิบัติ (work instruction) ในการใช้เข็มฉีดยาอย่างมืออาชีพสักหน่อย โดยจะโฟกัสที่การฉีดอินสุลินรักษาโรคเบาหวาน โดยเอาเฉพาะการฉีดจากเข็มและไซรินจ์รุ่นโบราณซึ่งคนทั่วไปตามบ้านยังนิยมใช้กันอยู่

ก่อนที่จะไปถึงระเบียบปฏิบัติ work instruction พึงเข้าใจว่าระเบียบนี้มันได้มาจากการวิเคราะห์อันตรายที่ได้เกิดขึ้นแล้ว ว่ามันเกิดขึ้นจากตรงไหนบ้าง ซึ่งผลวิเคราะห์พบว่าเข็มตำมือเกิดขึ้นมากที่สุดจากการที่

(1) ทำงานโดยขาดการจดจ่อ เพราะมัวทำงานหลายอย่างพร้อมกัน

(2) ฉีดยาเสร็จ แล้วถอนเข็มโดยมีการยั้งมือ ทำให้จังหวะที่ยั้งมือนั้นเข็มกลับลงทิ่มอีกมือหนึ่งซึ่งจับผิวหนังคนไข้อยู่

(3) พยายามจะเอาเข็มสอดกลับเข้าปลอกเข็มเลยจิ้มมืออีกข้างตัวเองที่ถือปลอกเข็มอยู่

(4) ถือไซรินจ์ติดเข็มเปลือยเดินโทงๆจะไปหาที่ทิ้งเข็ม แล้วเอาปลายเข็มไปจิ้มตัวเองหรือใครต่อใครเข้า

(5) ทิ้งเข็มเปะปะนอกที่รับขยะมีคม ทำให้ตัวเองหรือคนอื่นเช่นแม่บ้านถูกเข็มจิ้มเอาเมื่อมาเก็บขยะนั้น

ระเบียบปฏิบัติ (Work instruction) ในการใช้เข็มฉีดยามีดังนี้

  1. ก่อนฉีดยา ต้องมีทุกอย่างพร้อมอยู่ตรงหน้าหรือเอื้อมมือถึง รวมทั้ง ไซรินจ์, เข็มฉีด, ยา, สำลีแอลกอฮอล์สองก้อน, สำลีแห้งหนึ่งก้อน, ถังรับขยามีคม (sharp receptacle)
  2. ล้างมือให้สอาดด้วยสบู่ เช็ดมือให้แห้งด้วยผ้าหรือทิชชูสอาด
  3. เตรียมสำลีชุบแอลกอฮอล 2 ก้อน สำลีแห้ง 1 ก้อน วางเรียงกันไว้บนพื้นผิวทำงานที่สอาด
  4. หยิบขวดยาอินสุลินมาวางบนฝ่ามือแล้วเอาสองฝ่ามือกลิ้งยาไปมา 10 รอบเป็นการคลุกยา (ตั้งใจนับหนึ่งถืงสิบ)
  5. เอาสำลีแอลกอฮอล์ก้อนที่ 1 เช็ดจุกยางฝาขวด
  6. ฉีกซองเอาไซรินจ์ที่มีเข็มติดปลายออกมา ดึงปลอกหุ้มปลายเข็มออกแบบไม่มีการยั้งมือ (คือดึงพรวดให้พ้นเข็มโดยถือเสมือนว่าเข็มนั้นยาวเป็นคืบ)
  7. ตั้งไซรินจ์ขึ้น ดูดอากาศเข้าไปเป็นปริมาณเท่าปริมาณยาที่ตั้งใจจะดูดออกมา
  8. ตั้งขวดยาไว้บนพื้นโต๊ะ ปักเข็มทะลุจุกยางลงไปในขวดโดยไม่ต้องเอามือจับขวดยา เมื่อปักเข็มได้แล้วจึงเอาอีกมือหนึ่งจับขวดยายกขึ้นระดับสายตาแล้วคว่ำขวดลง เดินลมจากไซรินจ์เข้าไปในขวดแล้วดูดยากลับออกมาตามปริมาณที่ต้องการ ฉีดเข้าดูดออกเพื่อไล่ฟองอากาศหากจำเป็น
  9. ดึงขวดยาออกจากเข็มมาวางบนโต๊ะ แล้วเอาสำลีแอลกอฮอล์ก้อนที่ 2 เช็ดบนผิวหนังตรงจุดที่จะฉีดยา เอานิ้วโป้งและนิ้วชี้จับขยุ้มผิวหนังตรงนั้นให้นูนขึ้นมา
  10. ถือไซรินจ์ในท่าเตรียมฉีดให้ถนัด ตั้งใจปักเข็มฉีดยาลงไปตรงๆให้ตั้งฉากกับผิวหนังจนมิดเข็ม (0.6 ซม.) แล้วเดินยาจนหมด แล้วกดเข็มไว้นิ่ง นับ 1-10 ในใจก่อนถอนเข็ม
  11. ถอนเข็มออกโดยไม่ยั้งมือ
  12. อีกมือหนึ่งเอาสำลีแห้งกดตรงที่ฉีดยาไว้เบาๆ ไม่ต้องคลึง
  13. ทิ้งทั้งไซรินจ์ที่มีเข็มคาอยู่ซึ่งใช้เสร็จแล้วลงในที่รับขยะมีคมโดยไม่ต้องสวมปลอกเข็มคืน

ทั้งหมดนี้เป็นระเบียบปฏิบัติการฉีดยาที่ใช้กันอยู่ในรพ.ที่มีมาตรฐานคุณภาพระดับสากลทั่วโลก โปรดสังเกตว่าไม่มีการสอดเข็มกลับเข้าปลอก ไม่มีการถือเข็มเดินโทงๆไปหาที่ทิ้งไกลๆ ไม่มีการทิ้งเข็มในถังขยะทั่วไปเปะปะ และทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้นจนจบต้องทำอย่างใส่ใจจดจ่อไม่ว่อกแว่ก อย่างนี้จึงจะเป็นการทำงานวิชาชีพ อย่างมืออาชีพ

ในกรณีที่ใช้การฉีดด้วยปากกาฉีดอินสุลิน คนไทยนิยมใช้เข็มเดิมซ้ำ (เพื่อการประหยัด?) จึงจำเป็นต้องสอดเข็มกลับเข้าไปในปลอกเข็มก่อนเก็บปากกาและเข็มนั้นไว้ใช้ครั้งต่อไป วิธีสอดเข็มกลับเข้าปลอกเข็มนี้สำคัญอย่างยิ่งเพราะเป็นสาเหตุของเข็มทิ่มมือบ่อยที่สุด วิธีที่ปลอดภัยคือต้องวางปลอกเข็มไว้บนพื้นผิวสอาดเช่นพื้นผิวผ้าที่คลี่ไว้บนโต๊ะ หันเอารูของปลอกเข็มมาทางตัวเอง ปล่อยปลอกเข็มนั้นไว้บนโต๊ะ ไม่ต้องเอาอีกมือไปจับปลอกเข็ม ถ้าทำไม่ได้หรือไม่ถนัดให้ใช้คืม (forceps) จับปลอกเข็มแทนมือเปล่า จากนั้นค่อยๆตั้งใจถือปากกาเอาปลายเข็มบรรจงสอดเข้าไปในรูจนเข็มเข้าไปในรูได้เกินครึ่งลำแล้วจึงเอาอีกมือหนึ่งจับปลอกเข็มเพื่อกดให้เข้าล็อค อย่าสอดเข็มคืนปลอกโดยมือหนึ่งถือปากกาที่มีเข็มติดปลาย อีกมือหนึ่งถือปลอกเข็มเป็นอันขาด เดี๋ยวจะหาว่าหล่อไม่เตือน..ฉึ๊ก..ก (หุ หุ)

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม

  1. M. Vermeulen, N. Lelie, C. Coleman, et al., Assessment of HIV transfusion transmissionrisk in South Africa: a 10-year analysis following implementation of individual donationnucleic acid amplification technology testing and donor demographics eligibilitychanges, Transfusion 59 (2019) 267–276. https://doi.org/10.1111/trf.149

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ยาลดน้ำหนักที่ FDA อนุมัติให้ใช้ในปี 2026

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

การโกนขนอวัยวะเพศ (pubic hair)

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2569 กับ 9 วิธีที่จะรู้ตัว

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว