ตั้งครรภ์ 2 เดือน กลัว ไม่อยากฉีดวัคซีนโควิด

ดิฉันอายุ 36 ปี กำลังตั้งครรภ์ 2 เดือน คนรู้จักเขาช่วยจัดการให้ได้วัคซีน แต่ดิฉันไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัยต่อลูก เพราะตัวดิฉันเองไม่กลัวภาวะแทรกซ้อนอะไรแล้ว แต่สำหรับลูกซึ่งต้องมีชีวิตไปอีกนานดิฉันไม่ต้องการเสี่ยงให้เขาต้องเจอกับอะไรที่ความรู้วิทยาศาสตร์ยังไม่รู้จักในขณะนี้ เช่นโรคที่จะก่อให้เกิดโดยไวรัสที่เข้าไปเปลี่ยนยีนของเขา วัคซีนโควิดไม่เคยทำวิจัยในคนท้องเลยใช่ไหม นี่แหละที่ดิฉันกลัว ส่วนเรื่องการป้องกันตัวเองจากการติดโควิดนั้นดิฉันใช้วิธีป้องกันตัวเองเอาง่ายกว่า จึงลังเลมากไม่อยากจะเสี่ยง แต่หมอสูตินรีที่ดูแลอยู่บอกว่าต้องไปฉีดเพราะโอกาสจะมีปัญหาหากติดเชื้อขณะท้องมีมาก คนที่เขาหาวัคซีนให้ด้วยความหวังดีก็นัดวันเวลามาให้เสร็จว่าต้องไปฉีดให้ได้ในวันที่ … จึงอยากขอปรึกษาคุณหมอสันต์ ปรึกษาเป็นการส่วนตัวก็ได้ค่ะ หากมีค่าใช้จ่ายอะไรเป็นพิเศษดิฉันก็ยินดี เพราะดิฉันกังวลจริงๆและไม่เชื่อใจใครอื่นเท่าคุณหมอสันต์ ขอรบกวนคุณหมอด้วยนะคะ

…………………………………………………………………

ตอบครับ

หิ หิ หมอสันต์ขอบอกเป็นครั้งที่เท่าไหร่จำไม่ได้แล้วว่าไม่รับปรึกษาเป็นการส่วนตัว เพราะการตอบคำถามของผมมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่คนทั่วไปในการดูแลตัวเอง อาศัยจดหมายที่ถามเข้ามาเป็นสื่อการเรียนรู้ จึงจะตอบเฉพาะทางบล็อกที่เปิดเผยให้คนทั่วไปได้อ่านฟรีทั่วกันเท่านั้น หากใครไม่อยากให้จดหมายของตัวเองถูกเปิดเผยก็ไม่ต้องเขียนมา เพราะถึงเขียนมายังไงผมก็ไม่ตอบให้เป็นการส่วนตัว

ผมจะตอบคุณโดยเจาะไปที่วัคซีนชนิด mRNA และ DNA เท่านั้นนะเพราะเป็นของใหม่ที่ไม่เคยมีและคนกลัวกันมาก ส่วนวัคซีนเชื้อตายนั้นเป็นรูปแบบเก่าที่ใช้กันมานานซึ่งเรารู้อยู่แล้วว่ามันไม่มีปัญหาอะไรกับการตั้งครรภ์

ก่อนตอบคำถามขอทำความตกลงกันก่อนนะ ว่าความกลัวที่เกิดจากความคิดฝันเชิงทฤษฎีผมไม่เอามาร่วมพิจารณาด้วยนะ เช่นความกลัวว่าวัคซีนชนิด DNA ที่ถูกไวรัสเว็คเตอร์พาเข้าไปในนิวเคลียสของเซลมนุษย์แล้วจะไปป่วนรหัสพันธุกรรมของมนุษย์จนเกิดเรื่องเพี้ยนๆร้ายๆขึ้นในอนาคตอันไกลโพ้น อย่างนี้เรียกว่าเป็นความกลัวเพราะความคิดเชิงทฤษฎี ไม่มีหลักฐานจริงๆว่าเรื่องอย่างนี้เคยเกิดขึ้น ผมจะไม่เอามาพิจารณาประกอบในการตอบคำถามครั้งนี้ ผมจะเอามาแต่หลักฐานเชิงประจักษ์ที่เห็นๆเหน่งๆแล้วว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงแล้วเท่านั้น

1.. ถามว่ายังไม่เคยมีการทำวิจัยวัคซีนโควิดในคนท้องเลยใช่ไหม แล้วมันจะปลอดภัยหรือ ตอบว่าใช่ครับ ยังไม่เคยมีการวิจัยในคนท้องก็จริง แต่เราได้ข้อมูลที่มีประโยชน์มากพอควรจาก

1.1 งานวิจัยวัคซีนรุ่นใหม่ที่คุณกลัว (mRNA และ DNA vaccine) ในสัตว์ทดลองที่ตั้งท้อง ไม่พบประเด็นเรื่องความไม่ปลอดภัยทั้งต่อแม่ ต่อลูก ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังคลอด

1.2 งานวิจัยวัคซีนแบบ DNA หรือเว็คเตอร์ไวรัส (พวกเดียวกับวัคซีน Astra ในบ้านเรา) ในคนตั้งครรภ์ได้เคยมีการทำวิจัยมาแล้วกับวัคซีนอีโบล่า (Ebola vaccination trial) ก็ไม่พบว่าวัคซีนจะก่อปัญหาให้กับทั้งแม่และทารกไม่ว่าจะเป็นช่วงไหนของการตั้งครรภ์แต่อย่างใด

1.3 การรวบรวมข้อมูลคนตั้งครรภ์ที่ได้วัคซีนโควิดในโครงการ V-Safe ของสหรัฐ พบว่ามีคนตั้งครรภ์ 35,691 คนที่ได้วัคซีนไปแล้วไม่ได้มีอุบัติการณ์เกิดอันตรายต่อแม่และทารกที่มากกว่าการตั้งครรภ์ปกติในแม่ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิดแต่อย่างใด

ดังนั้นจากหลักฐานทั้งสามส่วนนี้ผมพูดกับคุณได้อย่างมั่นใจพอควรว่าวัคซีนโควิดปลอดภัยต่อทั้งแม่และทารกทุกระยะของการตั้งครรภ์ รวมทั้งสามเดือนแรกของการตั้งครรภ์ด้วย

2. ถามว่าการฉีดวัคซีนขณะท้องจะได้ประโยชน์คุ้มความเสี่ยงไหม ตอบว่าในแง่ของความเสี่ยง ข้อมูลนั้นชัดอยู่แล้วว่าหญิงตั้งครรภ์เป็นกลุ่มมีความเสี่ยงสูงหนึ่งในหลายๆกลุ่มที่เมื่อติดเชื้อโควิดแล้วจะมีโอกาสเกิดจุดจบที่เลวร้ายมากกว่าคนทั่วไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิดครรภ์เป็นพิษและการคลอดก่อนกำหนดและอัตราตายของทารก ส่วนที่ว่าวัคซีนจะลดความเสี่ยงที่สูงนี้ลงได้จริงหรือไม่ก็มีงานวิจัยที่อิสราเอลทำออกมาแล้วว่าหญิงตั้งครรภ์ที่ได้วัคซีน mRNA จะป่วยเป็นโรคโควิดน้อยกว่าและมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงต่ำกว่าหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่ได้วัคซีนโควิด ดังนั้นในแง่ของประโยชน์ของวัคซีนนั้นมีมากแน่นอน

เมื่อด้านหนึ่งไม่มีหลักฐานว่ามีความเสี่ยงที่ชัดเจนใดๆ และอีกด้านหนึ่งมีหลักฐานว่าวัคซีนให้ประโยชน์ป้องกันการป่วยเป็นโควิดได้ ลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงลงได้ ด้านประโยชน์จึงมีมากกว่าด้านความเสี่ยง ถ้าผมเป็นหญิงตั้งครรภ์ผมก็จะฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดนะครับ

3.. อันนี้คุณไม่ได้ถามแต่ผมแถมให้สำหรับท่านผู้อ่านท่านอื่นที่อาจเอาไปใช้ประโยชน์ได้ คือหญิงที่กำลังให้นมบุตรการฉีดวัคซีนโควิดมีความปลอดภัยต่อแม่และบุตรไหม ควรฉีดวัคซีนโควิดไหม ในเรื่องนี้มีงานวิจัยที่สรุปได้แน่ชัดแล้ว 2 ประเด็น คือ

(1) แม่ที่กำลังให้นมบุตร เมื่อได้วัคซีนโควิดแล้วจะสร้างภูมิคุ้มกันโรคและมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อลดลงเช่นเดียวกับหญิงทั่วไปที่ไม่ได้ให้นมบุตร โดยที่ไม่มีประเด็นความเสี่ยงอะไรต่อแม่และทารกที่ดื่มนมเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษแต่อย่างใด

(2) มีหลักฐานว่าหญิงที่กำลังให้นมบุตรเมื่อได้วัคซีนแล้ว นอกจากภูมิคุ้มกันจะเพิ่มขึ้นในเลือดของตนเองซึ่งป้องกันแม่จากการติดเชื้อได้แล้ว ภูมิคุ้มกันยังเพิ่มขึ้นในน้ำนมซึ่งจะป้องกันทารกที่ดื่มนมแม่จากการติดเชื้อโควิดได้ด้วย แต่วงการแพทย์ยังไม่ทราบว่าภูมิคุ้มกันที่ผ่านมาทางน้ำนมแม่นี้จะคุ้มกันทารกไปได้นานแค่ไหน

…………………………………………..

จดหมายจากท่านผู้อ่าน (7 กย. 64)

งานวิจัยที่คุณหมอกล่าวถึงติดตามในระยะยาวนานแค่ไหนคะ แล้วกลุ่มที่ได้นำข้อมูลว่าทำวิจัยมีจำนวนมากไหมคะ ในกรณีของการทดลองวัคซีนไวรัสอีโบล่า ลักษณะของไวรัสเหมือนหรือต่างกับไวรัสโควิด19 คะ ขอบคุณค่

ตอบครับ

Ebola vaccination trial ติดตามกันอยู่ 5 ปีครับ เริ่มต้นใช้คน 27000 คน แต่เลิกวิจัยไปกลางคันเพราะเชื้ออีโบล่าหมดไม่มีคนป่วย แต่ข้อมูลความปลอดภัยของวัคซีนยังมีให้ศึกษาค่อนข้างครบครัน ไวรัสอีโบล่าไม่เหมือนซารส์โควี2นะครับ คนละตัวกัน คนละตระกูล อีโบล่าเป็น Filoviridae family ส่วนซาร์สโควี2 เป็น Coronaviridae family เหมือนกันตรงที่ต่างก็เป็น RNA virus แต่ที่ผมอ้างถึงงานวิจัยนี้เป็นเพราะคอนเซ็พท์ของการทำ vector virus vaccine นั้นเหมือนกัน คือใช้ไวรัสที่ไม่ก่อโรคในคนเป็นผ้าห่มหุ้มวัคซีนตัวจริงซึ่งเป็น DNA vaccine เข้าไปปล่อยในเซลร่างกายคน DNA vaccine นี้จะเข้าไปในนิวเคลียสของเซล ไปแจมกับ DNA ของคนเพื่อให้เกิดการสั่งให้ก๊อปปี้ mRNA ที่เป็นใบสั่งผลิต spike protein ขึ้นมา ส่งไปให้ไมโตคอนเดรียของเซลนั้นผลิตโปรตีนนั้นขึ้นตามคำสั่ง ผลระยะยาวต่อ DNA ของคนของวัคซีนนี้ยังไม่มีใครทราบ ต้องรอดูกันเป็นชั่วอายุคน แต่เท่าที่มีข้อมูลมาสี่ห้าปีนี้ ทุกอย่างยังโอเค.อยู่ครับ ยังไม่มีมนุษย์พันธุ์ใหม่เกิดขึ้นเพราะวัคซีนชนิดนี้ (หิ ..หิ พูดเล่น)

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม

  1. Shimabukuro TT, Kim SY, Myers TR, et al. Preliminary Findings of mRNA Covid-19 Vaccine Safety in Pregnant Persons. N Engl J Med 2021; 384:2273-2282. DOI: 10.1056/NEJMoa2104983.
  2. Zauche LH, Wallace B, Smoots AN, et al. Receipt of mRNA COVID-19 vaccines during pregnancy and preconception and risk of self-reported spontaneous abortions, CDC v-safe COVID-19 Vaccine Pregnancy. Research Square (pre-print). https://www.researchsquare.com/article/rs-798175/v1external icon
  3. Goldshtein I, Nevo D, Steinberg DM, et al. Association Between BNT162b2 Vaccination and Incidence of SARS-CoV-2 Infection in Pregnant Women. JAMA. Published online July 12, 2021. doi:10.1001/jama.2021.11035
  4. Gray KJ, Bordt EA, Atyeo C, et al. Coronavirus disease 2019 vaccine response in pregnant and lactating women: a cohort study. Am J Obstet Gynecol. Published online March 25, 2021. DOI:https://doi.org/10.1016/j.ajog.2021.03.023
  5. Perl SH, Uzan-Yulzari A, Klainer H, et al. SARS-CoV-2–Specific Antibodies in Breast Milk After COVID-19 Vaccination of Breastfeeding Women. 2021;325(19):2013–2014. doi:10.1001/jama.2021.5782
    Kelly JC, Carter EB, Raghuraman N, et al. Anti–severe acute respiratory syndrome coronavirus 2 antibodies induced in breast milk after Pfizer-BioNTech/BNT162b2 vaccination. Am J Obstet Gynecol. 2021;225(1):101-103. https://doi.org/10.1016/j.ajog.2021.03.031external icon
  6. Jakuszko K, Kościelska-Kasprzak K, Żabińska M, et al. Immune Response to Vaccination against COVID-19 in Breastfeeding Health Workers. Vaccines. 2021; 9(6):663. https://doi.org/10.3390/vaccines9060663external icon

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ยาลดน้ำหนักที่ FDA อนุมัติให้ใช้ในปี 2026

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

การโกนขนอวัยวะเพศ (pubic hair)

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2569 กับ 9 วิธีที่จะรู้ตัว

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว