ผลกระทบจากการเผาถ่านหินเพื่อผลิตไฟฟ้าริมพื้นที่เกษตรกรรม

เรียนคุณหมอเบิร์ด (ผอ.รพ.มวกเหล็ก) ที่นับถือ

      ขอบพระคุณคุณหมอมากที่แวะมาเยี่ยม และผมได้รับทราบและเข้าใจความวิตกกังวลของคุณหมอเรื่องผลกระทบของการที่บริษัททีพีไอ.จะขออนุมัติจากรัฐบาลขยายกำลังผลิตไฟฟ้าอีก 150 เมกาวัตต์โดยนำถ่านหินเข้ามาเป็นเชื้อเพลิงเพื่อทำการผลิตไฟฟ้าส่วนขยายนี้ที่โรงปูนทีพีไอ. ในรูปของเชื้อเพลิงร่วมผลิตกับเชื้อเพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel - RDF) โดยมีการสลับใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงตั้งแต่ 0-100% และผมได้ศึกษาข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานที่คุณหมอทิ้งไว้ให้ผมแล้ว ผมมีความเห็นดังนี้

     ในแง่ของผลกระทบจากการเผาถ่านหินซับบิทูมินัสที่ทางบริษัททีพีไอ.จะใช้ในโครงการขยายกำลังผลิตไฟฟ้า 150 เมกาวัตต์นั้น หากไม่นับภาวะฝนกรดที่อาจจะก่อปัญหากับงานเกษตรกรรมในพื้นที่ของมวกเหล็กแล้ว สิ่งที่จะเป็นปัญหาถาวรเรื้อรังไปในระยะยาวด้านสุขภาพของผู้คนคือการตกค้างของโลหะหนักต่างๆ

     ผมดูจากผลการศึกษาของบริษัทที่ปรึกษา ซึ่งเปิดเผยโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ระบุว่าไอเสียที่พ่นออกมาจากปากปล่องในระหว่างผลิตด้วยพลังความร้อนจากถ่านหินซับบิทูมินัส 100% จะมีมลภาวะออกมาจากปากปล่อง เช่น คือซัลเฟอร์ไดออกไซด์ 80 พีพีเอ็ม. สารกลุ่มไนโตรเจนไดออกไซด์ 90 พีพีเอ็ม. เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีโลหะหนักที่จะถูกปล่อยออกมาทางปากปล่องอีก ผมดูผลการวิเคราะห์ขี้เถ้าที่เป็นผลจากการเผาถ่านหินบิทูมินัสที่จะถูกพ่นออกมาทางปากปล่องซึ่งทำโดยห้องแล็บของทีพีไอ.แล้วมีโลหะหนักอยู่ถึง 17 ชนิด รวมทั้งโลหะหนักอันตรายเช่น เงิน สารหนู แบเรียม แคดเมียม โครเมียม ทองแดง ปรอท ตะกั่ว แมงกานีส นิกเกิล ดีบุก พลวง เซเลเนียม ไททาเนียม ทาลเลียม แวนาเดียม สังกะสี เป็นต้น โลหะหนักเหล่านี้เมื่อพ่นออกมาแล้วท้ายที่สุดก็จะตกลงมาบนดิน ลงไปในแหล่งน้ำ เข้าไปสะสมในพืช ถูกกินไปโดยสัตว์ ไปสะสมในเนื้อสัตว์และในนม ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักของพื้นที่แถบนี้

     ในแง่ของพื้นที่ที่จะถูกกระทบ การกำหนดพื้นที่รอบไว้เป็นรัศมี 3 หรือ 5 กม.นั้นคงเพื่อความสะดวกในการรับฟังความเห็นมากกว่า แต่การกระจายตัวของมลภาวะจริงๆนั้นไม่เกี่ยวกับรัศมี แต่เกี่ยวกับปัจจัยแวดล้อมอื่นๆซึ่งในรายงานไม่เห็นได้ทำการศึกษาไว้ เนื่องจากปากปล่องที่ปล่อยควันทิ้งไปบนท้องฟ้ามีความสูงจากพื้นดิน 100 เมตร มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 เมตร ควันที่ปล่อยออกมาจะไปตกที่ไหนอย่างน้อยก็มีปัจจัยกำหนดสามกรณี ดังนี้

     1. ในสภาวะที่ลมสงบ มลภาวะอาจจะกระจายตัวเป็นความเข้มข้นตามระยะทางแนวราบจากปล่องแต่จะจำกัดอยู่เกือบเฉพาะในพื้นที่ในหุบเขาและร่องเขาที่ถนนมิตรภาพวิ่งผ่าน และอีกร่องหนึ่งที่ทางรถไฟสายอิสานช่วงสถานีผาเสด็จถึงสถานีหินลับ เพราะหุบเขาและร่องเขามีความสูงของสันเขาเฉลี่ยจากระดับฐานปล่อง 150 - 300 เมตรเป็นตัวกั้นไว้ (พิกัดของปล่องควันอยู่ที่ 728300X, 1619379Y) ชุมชนที่จะได้รับมลภาวะโดยตรงในขณะลมสงบคือบริเวณของบริษัททีพีไอ.เอง บ้านซับบอน บ้านหินลับ บ้านอ่างหิน บ้านไทรงาม และเขตเทศบาลทับกวางซึ่งอยู่ในร่องเขาด้วย

    2. ในฤดูหนาว (ตค. - เมย.) ซึ่งลมหนาวจากประเทศจีน (ตะวันออกเฉียงเหนือ)จะพัดผ่านจุดนี้ด้วยความเร็ว 10-30 กม./ชม. ประกอบกับความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ มลภาวะอาจจะถูกพัดพาไปกระจายไปทั่วเขตเทศบาลแก่งคอยและพื้นที่รอบๆซึ่งรวมถึงรพช.แก่งคอยด้วย และจำนวนหนึ่งในปริมาณที่เจือจางจะไปได้ไกลถึงสระบุรี เพราะทิศทางที่ลมพัดไปเป็นที่โล่งและลาดลงเขา ทำให้พัดไปได้ไกล

     3. ในช่วงลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่านจุดนี้ (พค.-กย.) ด้วยความเร็วประมาณ 1 -10 กม.ต่อชม. มลภาวะจากจุดนี้อาจจะกระจายไปทั่วบริเวณเขตเทศบาลมวกเหล็กและพื้นที่เกษตรกรรมรอบๆซึ่งรวมถึงรพช.มวกเหล็กและโรงเรียนนายเรืออากาศด้วย ในระหว่างลมพัดแรง จะกระจายไปได้ไกลถึงเขตเกษตรกรรมของอ.ปากช่องและบางส่วนของเขาใหญ่

     กล่าวโดยสรุป การเผาถ่านหินในพื้นที่เกษตรกรรมและในชุมชนที่มีคนอยู่อาศัยนั้น ย่อมจะมีปัญหากระทบต่อสุขภาพของผู้คนอย่างแน่นอนในระยะยาวจากการสะสมของโลหะหนักในอาหารและในอากาศ นอกจากจะกระทบต่อผู้บริโภคนมแล้ว ยังจะกระทบต่องานอาชีพของเกษตรกรเลี้ยงโคนมหากโลหะหนักไปปรากฎในนมที่ผลิตจากมวกเหล็ก ผลกระทบนี้จะโผล่มาให้เห็นก็ในอีกนานหลายสิบปีข้างหน้า ผมเสนอว่าคุณหมอในฐานะผู้อำนวยการของโรงพยาบาลมวกเหล็กซึ่งรับผิดชอบต่อสุขภาพของผู้คนในมวกเหล็ก ควรจะแสดงความกังวลในเรื่องนี้ออกมาอย่างเป็นทางการผ่านหน่วยรับฟังความเห็น และแจ้งไปทางสธ.ด้วย นอกจากนี้มีหน่วยตำรวจที่ดูแลเรื่องการสร้างมลภาวะให้สิ่งแวดล้อมอยู่หน่วยหนึ่ง ผมจำชื่อหน่วยไม่ได้ คุณหมอส่งสำเนาเรื่องมาทางผมก็ได้ เพราะเมื่อวานคล้อยหลังคุณหมอไปแล้วมีดอกเตอร์ท่านหนึ่งแวะมาทานข้าวด้วย ท่านทำงานอยู่สื่อมวลชน และมีความเชื่อมต่อกับหน่วยงานนี้ดี ท่านอาสาจะเป็นผู้นำไปให้ และจะช่วยกระจายข่าวความเป็นห่วงนี้ไปทางสื่อมวลชนเพื่อให้ผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้นเป็นที่รับทราบกันในวงกว้างด้วย

     ขอบคุณคุณหมอมากที่เอามะม่วงที่ปลูกเองมาฝากด้วย ผมยังไม่ทันได้ชิม แต่แค่เห็นผิวสวยก็น่ากินแล้ว

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

แจ้งข่าวด่วน หมอสันต์ตัวปลอมกำลังระบาดหนัก

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ทะเลาะกันเรื่องฝุ่น PM 2.5 บ้าจี้ เพ้อเจ้อ หรือว่าไม่รับผิดชอบ

เจ็ดใครหนอ

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

เลิกเสียทีได้ไหม ชีวิตที่ต้องมีอะไรมาจ่อคิวต่อรอให้ทำอยู่ตลอดเวลา

ไปเที่ยวเมืองจีนขึ้นที่สูงแล้วกลับมาป่วยยาว (โรค HAPE)

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)