เป็นหมอเปิดคลินิกจนคนไข้ติด เกษียณแล้วอยากปิดแต่ปิดไม่ลง

(ภาพวันนี้ / ดอก ฮอลลี่ฮ็อค)

ขอคำปรึกษาจากอจ.หมอค่ะ

เราสองคน สามีจบแพทย์ … รุ่น … ดิฉันพยาบาล ดิฉันลาออกก่อนเกษียณค่ะ ส่วนคุณหมอรับราชการจนเกษียณ เราสองคนจากรพ. … ไปอยู่ รพ. … ย้ายไปจว. … ก่อนจะย้ายมา จว … เพราะ อจ.ในกระทรวงให้มาช่วยเพราะที่นี่หมอลาออกกันมากขาดแคลนแพทย์ อยู่มาตั้งแต่ปี … เกษียณแล้วอยากจะปิดคลินิกแต่ปิดไม่ลงเพราะเป็นห่วงคนไข้ จะขอปรึกษาอจ.ว่าตอนอจ.จะปิดคลินิก อจ.ทำยังไงคะ ห่วงคนไข้ปิดไม่ได้สักทีค่ะ คิดว่าจะปิดต้นปี 67 ค่ะ

……………………………………………………

ตอบครับ

1.. ถามว่าเปิดคลินิกทำมาจนเกษียณ จะปิดดีไหม ตอบว่าทุกอย่างเมื่อมี “เปิด” ก็ต้องมี “ปิด” ไม่ปิดตอนนี้ก็ต้องไปปิดเอาตอนสุดท้าย คือตายคา (ขอโทษ หิ หิ) ถ้าเลือกแบบแรกต้องมีแผนลูกประกอบ คือปิดแล้วจะไปทำอะไร เพราะปัญหาของผู้สูงอายุที่ป่วยหรือเป็นทุกข์อยู่ทุกวันนี้สาเหตุหนึ่งคือแก่แล้วไม่มีอะไรทำ แต่ถ้าเลือกเอาแบบหลังไม่ต้องมีแผนลูกประกอบ เพราะเมื่อตายคาแล้วปัญหาทุกอย่างก็จบไปพร้อมกันแบบรูดมหาราช

2.. ถามว่าสมัยหมอสันต์ปิดคลินิกส่วนตัวของตัวเองทำอย่างไร ตอบว่า โห.. ผมต้องทบทวนความจำหน่อยนะ เพราะนั่นมันปีพ.ศ. 2525 ซึ่งก็คือสี่สิบกว่าปีมาแล้ว ผมจำได้ว่าสมัยหนุ่มๆผมทำอะไรไม่มีแผนมากหรอก เล่าเรื่องวันเปิดก่อนนะ พออยากมีเงินมาใช้หนี้ผมก็เปิดคลินิก เปิดโดยขาดแผนที่ดี เปิดมาวันแรกลูกค้าล้นหน้าร้านจนยาหมดยังมีลูกค้ารอตรึม ผมจึงปิดประตู ก็ยังมีลูกค้ายื่นมือสลอนเข้ามาขอซื้อยาทางหน้าต่าง ผมต้องแอบออกประตูหลังปล่อยให้เด็กเอียดอายุ 15 ปี ซึ่งจ้างมาเป็นเสมียนหน้าร้านรับหน้าลูกค้าแทน หิ..หิ

พอถึงวันจะปิดคลินิก ผมใช้วิธีประกาศไปในหมู่เพื่อนแพทย์รุ่นเดียวกันที่ทำงานอยู่ในละแวกแถบนั้นว่าใครอยากมาทำคลินิกของผมต่อบ้าง โชคดีที่มีเพื่อนคนหนึ่งมารับช่วง ก่อนปิดสองสามเดือนผมบอกคนไข้ว่าผมจะไปละนะ คนไข้โรคเรื้อรังทุกคนต้องเลือกว่าจะสมัครใจไปรักษากับใครที่ไหน ทางเลือกแรกก็คือผมดึงหมอเก่งจากจุฬามาทำต่อที่นี่ให้ อีกทางเลือกหนึ่งคือหากท่านจะไปรักษาต่อกับหมออื่นที่เมืองอื่นเช่นที่หาดใหญ่หรือกรุงเทพฯให้บอกมาผมจะทำหนังสือส่งตัวอย่างละเอียดให้ คนที่ไม่ย้ายไปไหนผมก็เขียนประวัติเก่าทิ้งไว้ให้หมอใหม่อย่างละเอียด ปรากฎว่ามีคนไข้ขอไปรักษาต่อที่มอ.หาดใหญ่แค่สองสามคน ที่เหลืออยู่รักษาที่คลินิกเดิมต่อหมด และทุกคนแฮปปี้ มีบ้างที่คนไข้เป็นประเภทริปแวนวิงเคิล คือหลับไปหลายปีแล้วตื่นขึ้นมานึกว่าทุกอย่างยังอยู่ที่เดิม เพื่อนของผมที่มารับช่วงทำคลินิกต่อเขาเป็นคนตลก พบกันเมื่อราวสามสิบปีให้หลังเขาเล่าให้ผมฟังว่าเมื่อผมกลับจากบ้านนอกมาได้ราวยี่สิบปีแล้ว มีตาแก่คนหนึ่งเดินเข้าคลินิกมาแล้วถามเสมียนว่า

“หม้อสั้นยู่ม้าย..ย”

ฮ่า ฮ่า ฮ่า ตะแล้น ตะแล้น ตะแล้น

3. ถามว่าจะทำอย่างไรกับความรู้สึกเป็นห่วงคนไข้ที่ดูแลกันมานาน ตอบว่า คุณเป็นคนรุ่นไม่ห่างจากผมมากนี่ น่าจะเคยได้อ่านหนังสือกำลังภายในมาบ้าง เช่นของ ว. ณ เมืองลุง และ น. นพรัตน์ เป็นต้น ในหนังสือกำลังภายในมีสำนวนที่ใช้กันบ่อยมากสำนวนหนึ่งว่า

“ไม่มีงานเลี้ยงใด ไม่เลิกรา”

ความเป็นห่วงคนไข้เป็นปัญหาในใจของเราซึ่งเป็นแพทย์พยาบาลที่ “อิน” กับงานอาชีพ แต่ไม่ใช่ปัญหาของคนไข้ ปัญหาของคนไข้นั้นเราวางแผนแก้ปัญหาตามหลักวิชาชีพไว้ให้เขาหมดแล้ว เช่นการสรุประวัติ การทำหนังสือส่งตัว เป็นต้น ส่วนปัญหาในใจของเรา เราต้องแก้ไขของเราเอาเอง

ปล. ในโอกาสเกษียณอายุจากงานอาชีพนี้ ขอให้ท่านทั้งสองมีสุขภาพดีมีความสุขในชีวิตวัยเกษียณนะครับ

น.พ.สันต์ ใจยอดศิลป์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ยาลดน้ำหนักที่ FDA อนุมัติให้ใช้ในปี 2026

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

การโกนขนอวัยวะเพศ (pubic hair)

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2569 กับ 9 วิธีที่จะรู้ตัว

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว