เจ็บหน้าอกจากหัวใจขาดเลือดแบบไม่ด่วนจะออกกำลังกายอย่างไร

(ภาพวันนี้; แอบดูโต๊ะของศิลปิน)

คุณหมอสันต์ครับ

ผมเป็นเส้นเลือดหัวใจตีบมีอาการเจ็บหน้าอกแบบไม่เร่งด่วน ควรออกกำลังกายได้หรือไม่อย่างไรครับ

อีกอย่างหนึ่งผมทานมังเป็นหลักไม่ทานเนื้อเลยเกิดอาการเวียนศีรษะเป็นเพราะเหตุไรครับ หรือได้รับสารอาหารไม่เพียงพอและควรทานเนื้อสัตว์ได้ขนาดไหนครับ

ขอบคุณครับ

………………………………………………….

ตอบครับ

1.. ถามว่าการออกกำลังกายสำหรับคนเป็นโรคหัวใจขาดเลือดที่มีอาการเจ็บหน้าอกแบบพักแล้วหายเจ็บความทำอย่างไร เรื่องนี้ผมเคยตอบไปนานแล้วแต่จะตอบไว้ตรงนี้อีกเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากคนส่วนใหญ่เมื่อถูกแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคหัวใจขาดเลือดก็จะไม่กล้าออกกำลังกาย บางครั้งหมอเองก็ขู่ว่าห้ามออกกำลังกายเพราะการรักษาโรคนี้ในสมัยก่อนคือห้ามออกกำลังกายจริงๆ สมัยผมเป็นนักเรียนแพทย์นั้นไม่ให้ลงจากเตียงเลย เข้าห้องน้ำก็ไม่ได้ต้องสอด bed pan กันในเตียงนั่นแหละ

แต่เดี๋ยวนี้เรารู้แน่ชัดแล้วว่านอกจากการจะต้องเปลี่ยนอาหารไปกินพืชให้มากขึ้นและกินไขมันให้น้อยลงแล้ว ยังจะต้องออกกำลังกายด้วยโรคหัวใจขาดเลือดจึงจะดีขึ้นได้ กลไกก็อธิบายได้ไม่ยากเพราะระบบหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจของเรานี้นอกจากหลอดเลือดเส้นใหญ่ๆที่เราเห็นตอนฉีดสีสวนหัวใจแล้ว มันยังมีหลอดเลือดฝอยเล็กๆที่มองตาเปล่าไม่เห็นต้องเอากล้องส่องดูสานกันเป็นร่างแหจำนวนมากโยงใยไปหากันได้หมด ปกติร่างแหเหล่านี้ส่วนใหญ่จะถูกปิดไว้ แต่เมื่อเราขยันออกกำลังกายความจำเป็นต้องใช้ออกซิเจนมากกว่าตอนพักจะกระตุ้นให้ร่างแหหลอดเลือดฝอยเหล่านี้ค่อยๆถูกเปิดออกใช้งาน ทำให้เราออกกำลังกายได้มากขึ้นๆ หัวใจก็แข็งแรงขึ้นๆ

นอกจากการเปิดหลอดเลือดฝอยเก่าออกมาใช้งานแล้ว เดี๋ยวนี้วงการแพทย์ยังรู้ไปถึงว่าหัวใจมีกลไกสร้างหลอดเลือดฝอยขึ้นมาใหม่ (angiogenesis) ด้วย และรู้ไปถึงว่ามีโมเลกุลที่ทำหน้าที่เป็นปัจจัยเร่งให้มีการสร้างหลอดเลือดใหม่ชื่อ vascular endothelial growth factor – VEGF และรู้ไปถึงว่ามีอาหารที่เพิ่มฤทธิ์ของ VEGF ทำให้ช่วยเพิ่มการงอกใหม่ของหลอดเลือด เช่น เปลือกแอปเปิล แครนเบอรี่แห้ง เชอรี่แห้ง บลูเบอรี่ ข้าวบาร์เลย์ พริก โสม หัวหอม สะหระแหน่ เมล็ดฟักทอง สลัดสีใบแดง โรสแมรี เมล็ดงา เมล็ดทานตะวัน เป็นต้น 

คุยมาตั้งนานยังไม่ได้ตอบคำถามของคุณเลยถามว่าเป็นหัวใจขาดเลือดออกกำลังกายได้ไหม ออกอย่างไร ตอบว่า..คนเป็นโรคหัวใจขาดเลือดต้องออกกำลังกาย ไม่ใช่ห้ามออกกำลังกาย วิธีออกกำลังกายก็คือให้ออกกำลังกายแบบต่อเนื่อง (aerobic) เป็นหลัก เช่น เดินเร็ว หรือวิ่งจ๊อกกิ้ง โดยเริ่มเบาๆอุ่นเครื่องก่อน แล้วค่อยๆเพิ่มการเคลื่อนไหวให้เหนื่อยมากขึ้น เหนื่อยหมายความว่าหายใจหอบขึ้นๆ หัวใจเต้นเร็วขึ้นๆ ทั้งนี้ให้อยู่ในย่านหนักพอควร (เหนื่อยร้องเพลงไม่ได้) ไม่ใช่หนักมาก (คือไม่เหนื่อยถึงกับพูดไม่ได้) เมื่อยังอยู่ในย่านหนักพอควรได้แล้วก็ค่อยเพิ่มระยะเวลาที่ใช้ออกกำลังกายไป โดยหมายเอาอาการเจ็บแน่นหน้าอกเป็นตัวเบรกที่สำคัญ เมื่อเริ่มมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกจึงค่อยชลอลงให้หายเจ็บหน้าอก แล้วจดหรือจำระดับการออกกำลังกายที่ทำให้เจ็บหน้าอกไว้ เช่นวิ่งได้นานกีนาทีถึงเจ็บ เดินได้ไกลกี่เมตรถึงเจ็บ จดบันทึกไว้

จากนั้นให้ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ฝึกออกกำลังกายในระดับที่ต่ำกว่าระดับที่ทำให้เจ็บหน้าอกเล็กน้อย ฝึกอยู่สองสัปดาห์แล้วจึงขึ้นไปทดสอบระดับที่ทำให้เจ็บหน้าอกใหม่ ถ้าเริ่มเจ็บหน้าอกอีกก็แสดงว่ายังไปต่อไม่ได้ ต้องกลับลงมาฝึกแบบเดิมอีกสองสัปดาห์ แต่ถ้าขึ้นไปทดสอบแล้วไปได้โดยไม่มีอาการเจ็บหน้าอก ก็แสดงว่าหัวใจแข็งแรงขึ้น ก็ให้ขยับระดับออกกำลังกายให้ยาวขึ่้นไปอยู่ระดับใหม่อีก 2 สัปดาห์ ทำอย่างนี้เรื่อยไปจนสามารถออกกำลังกายแบบหนักพอควรได้ต่อเนื่องอย่างน้อย 30 นาทีทุกวันก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว ให้รักษาระดับออกกำลังกายไว้ประมาณนี้ แล้วไม่ต้องโลภมากเอาให้ได้มากกว่านี้ดอก เพราะหากขยับไปออกกำลังกายระดับหนักมากมันเป็นระดับที่คาดเดาความต้องการออกซิเจนของหัวใจในแต่ละวินาทีได้ยาก จึงมีความเสี่ยงที่หัวใจจะขาดเลือดกะทันหัน

2.. ถามว่ามีอาการเวียนหัวเป็นเพราะเปลี่ยนอาหารมาเป็นมังสวิรัติหรือไม่ ตอบว่าอาหารมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นมังสวิรัติหรือกินทั้งพืชและสัตว์ไม่ทำให้เกิดอาการเวียนหัว ยกเว้นคุณจะไปกินเห็ดเมาที่คนเขาไม่กินกันเข้า อาการเวียนหัวในผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดเกือบจะร้อยทั้งร้อยเกิดจากยาโดยเฉพาะอย่างยิ่งยาลดความดันและยาลดการใช้ออกซิเจนของหัวใจ ซึ่งก็ต้องมาไล่ดูยาทีละตัตว่ากินยาอะไรอยู่บ้างแล้วเอายาที่ทำให้เวียนหัวออกไปเสีย

3..ถามว่าการเปลี่ยนอาหารจากกินเนื้อสัตว์มากินอาหารมังสวิรัติเข้มงวดจะขาดสารอาหารอะไรไหม ตอบว่าในห้าปีแรกจะไม่ขาดอะไร แต่หลังจากนั้นมีความเสี่ยงที่จะขาดวิตามินบี.12 เพราะอาหารมังสสวิรัติที่สะอาดหมดจดไม่มีอะไรปนเปื้อนเลยและไม่มีอาหารหมักดอกจะไม่มีวิตามินบี.12 ดังนั้นควรกินวิตามินบี.12 เสริมอย่างน้อยสัปดาห์ละสัก 1 ครั้ง (ครั้งละ 1 มก.)

อาหารอีกส่วนหนึ่งที่อาจจะขาดได้ในคนออกกำลังกายมากคือแคลอรี่ เพราะอาหารมังสวิรัติมีกากมากแต่มีแคลอรี่ต่ำ เราจะทราบว่าเราขาดแคลอรี่จากการที่น้ำหนักลดลงเกินกว่าที่เราตั้งใจจะให้ลด หมายความว่าน้ำหนักลดลงไปจนดัชนีมวลกายต่ำกว่า 18.5 หากเป็นเช่นนั้นให้ลดอาหารเส้นใยลงมากินพืชที่ให้แคลอรี่มากเพิ่มขึ้นเช่น ธัญพืชต่างๆ หัวใต้ดินเช่นมันเทศมันฝรั่ง และพวกอาหารไขมันเช่น ถั่ว นัท อะโวกาโด้ เป็นต้น

ส่วนอาหารหมวดอื่นๆเช่นโปรตีน แร่ธาตุต่างๆทุกชนิด รวมทั้งวิตามินอื่นๆทุกชนิดที่นอกเหนือจากวิตามินบี.12 นั้นงานวิจัยพบว่าคนกินมังสวิรัติไม่มีขาด

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ยาลดน้ำหนักที่ FDA อนุมัติให้ใช้ในปี 2026

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

การโกนขนอวัยวะเพศ (pubic hair)

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2569 กับ 9 วิธีที่จะรู้ตัว

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว