ยังไม่มีหลักฐานว่าอะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) ทำให้เป็นมะเร็งตับในคน

เรียนคุณหมอสันต์ครับ
คุณพ่อของผมอายุ 51 ปี ป่วยเป็นโรคมะเร็งตับชนิด hepatocellular carcinoma และเสียชีวิตไปแล้ว สิ่งที่ผมข้องใจอยากรู้มากคือทำไมคุณพ่อของผมซึ่งระมัดระวังอย่างมากเรื่องอาหารที่จะมี aflotoxin ท่านจะไม่กินเลย ตลอดชีวิตพ่อไม่ยอมกินถั่วลิสง อะไรที่จะเป็นราได้เช่นขนมปังพ่อก็ไม่ยอมกิน ข้าวพ่อก็กินแต่ข้าวที่ตัวเองปลูกและเป็นข้าวใหม่ที่สีคราวละน้อยๆแค่พอกินและเก็บอย่างดีไม่มีเชื้อราปนเปื้อนแน่นอน แล้วทำไมยังเป็นมะเร็งตับอยู่ละครับ ตัวผมเองควรจะป้องกันตัวเองจากมะเร็งตับอย่างไรครับ
ขอบพระคุณมากครับ

.....................................................

ตอบครับ

     1. ถามว่าอะฟลาทอกซินทำให้เป็นมะเร็งตับจริงหรือไม่ ตอบว่าไม่ทราบครับ ฮี่ ฮี่ ไม่ได้กวนนะ ไม่ทราบจริงๆ ไม่ใช่หมอสันต์ไม่ทราบคนเดียว วงการแพทย์ทั้งวงการก็ยังไม่ทราบ เพราะหลักฐานที่ว่าอะฟลาทอกซินทำให้เป็นมะเร็งตับนั้น เป็นหลักฐานในหนูทดลอง ส่วนในคน หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดใดก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานเลยว่าอะฟลาทอกซินทำให้เป็นมะเร็งตับได้หรือไม่

     เรื่องราวในห้องทดลองมีอยู่ว่างานวิจัยในหนูพบว่าเมื่อเลี้ยงหนูด้วยอาหารโปรตีนจากสัตว์ (เนื้อนมไข่) ที่มี aflatoxin จากเชื้อรา Aspergillus flavus ผสมอยู่ด้วย พบว่าทำให้หนูนั้นเป็นมะเร็งตับ (hepatocellular Ca) มากขึ้น [1] โดยพบว่าอะฟลาทอกซินไปทำให้ยีนควบคุมการเกิดมะเร็งกลายพันธ์อย่างกะทันหัน (mutation)

    ในยุคไล่เรี่ยกันนั้น นักวิจัยที่อินเดียยังได้พบด้วยว่าอาหารโปรตีนจากสัตว์ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อะฟลาทอกซินก่อมะเร็งตับในหนูทดลองได้ [2] โดยพบว่าการออกฤทธิ์ของอาฟลาท๊อกซินนั้นอาศัยการทำงานของเอ็นไซม์ซึ่งคุมด้วยยีน P450 และ CYP450 ในตับ และผลเพิ่มโอกาสเป็นมะเร็งนี้จะลดลงเมื่อลดปริมาณหรือเลิกไม่ให้หนูกินอาหารโปรตีนจากสัตว์ และหนูจะกลับเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้นเมื่อกลับมาให้กินอาหารโปรตีนจากสัตว์เพิ่มขึ้น [3, 4]

     ย้ำอีกทีว่าทั้งหมดเป็นหลักฐานในสัตว์ทดลองนะ ซึ่งมีข้อสรุปชัดๆอยู่สองประเด็น คือ

     (1) อะฟลาทอกซินเป็นสารก่อมะเร็งตับของหนู

     (2) อาหารโปรตีนจากสัตว์เป็นปัจจัยควบคุมให้อะฟลาทอกซินก่อมะเร็งตับในหนูได้มากหรือน้อย

     แต่วงการแพทย์ปัจจุบันนี้ไม่ยอมรับหลักฐานในสัตว์ทดลองว่าเป็นหลักฐานที่เราจะเอาตีความใช้ในคนได้ น่าเสียดายนับถึงวันนี้ ยังไม่เคยมีหลักฐานแม้แต่ชิ้นเดียวที่บ่งชี้ว่าอะฟลาทอกซินก่อมะเร็งตับในคนหรือในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดใดๆเลย

     งานวิจัยอะฟลาทอกซินกับการเป็นมะเร็งตับในคนที่เป็นหลักฐานดีที่สุดที่มีอยู่เป็นหลักฐานระดับระบาดวิทยา ตีพิมพ์ไว้ราวปี 1990 ในวารสาร Nutrition Research [5] เป็นการวิจัยเชิงระบาดวิทยาเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างการตายจากมะเร็งตับ (HCC) กับการกินอาหารที่มีอะฟลาทอกซิน โดยทำวิจัยใน 48 ชุมชน ในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ โดยจำแนกพิสัยของการได้รับอะฟลาทอกซินสู่ร่างกาย (จากตัวอย่างอะฟลาทอกซินในปัสสาวะ) จากน้อยไปหามากซึ่งต่างกันได้ถึง 600 เท่า และแยกทั้งกลุ่มคนที่เป็นและไม่เป็นโรคตับอักเสบไวรัสบี.ออกจากกัน ผลวิจัยสรุปได้ว่า "ไม่มี" ความสัมพันธ์ใดๆระหว่างการตายจากมะเร็งตับกับการได้รับอะฟลาทอกซินเข้าสู่ร่างกายมากหรือน้อยเลย แป่ว..ว

     งานวิจัยอื่นที่พยายามจะบอกว่าอะฟลาทอกซินทำให้เป็นมะเร็งตับในคนนั้นเป็นการวิจัยแบบจับแพะชนแกะคือนั่งคาดเดาข้อมูลโดยการบวกลบคูณหารตัวเลขเชิงระบาดวิทยาในระดับทั่วโลกเอาโดยไม่ได้ไปตรวจวัดที่ตัวคนจริงๆ และเนื่องจากผู้ป่วยมะเร็งตับส่วนใหญ่เป็นโรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี. (ตรวจเลือดดู HBsAg ได้ผลบวก) แต่งานวิจัยอะฟลาทอกซินเหล่านั้นไม่สามารถแยกโรคไวรัสตับอักเสบบีซึ่งเป็นปัจจัยกวนหลักออกไปได้ ทำให้ข้อมูลที่อ้างว่าเป็นมะเร็งจากอะฟลาทอกซินเชื่อถือไม่ได้ ดังนั้น ณ ขณะนี้จึงยังไม่มีหลักฐานใดยืนยันได้ชัดเจนว่าอะฟลาทอกซินทำให้เป็นมะเร็งตับในคนครับ ตัวศูนย์ควบคุมโรคของสหรัฐ (CDC) ก็มีพันธกิจหลักข้อหนึ่งว่าจะหาความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างการได้รับอะฟลาทอกซินกับการตายจากมะเร็งตับออกมาให้ได้ แต่จนเดี๋ยวนี้ก็ยังหาความสัมพันธ์นั้นไม่ได้

     2. ถามว่าจะป้องกันมะเร็งตับได้อย่างไร ตอบว่าสาเหตุของมะเร็งตับที่วงการแพทย์ทราบชัดแล้วมีสี่อย่างคือ (1) การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี. และซี. (2) การเกิดตับอักเสบจากไขมันแทรกตับ (3) การเกิดตับอักเสบจากแอลกอฮอล์ (4) การเกิดตับอักเสบจากได้รับสารพิษต่อตับ การจะป้องกันมะเร็งตับคุณดูสี่ประเด็นนี้แหละครับ คือ

     2.1 ตรวจเลือดดูสถานะของภูมิคุ้มกันโรคไวรัสตับอักเสบบี. (HBsAb) และสถานะการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (HBsAg) ซึ่งจะได้ผลสามแบบ คือ

แบบที่ 1. ถ้าตรวจ HBsAgได้ผลบวกก็แปลว่ามีเชื้ออยู่ในตัว ให้ไปหาหมอโรคตับเพื่อหารือว่าสมควรใช้อินเตอร์เฟียรอนกำจัดเชื้อจะดีไหม

แบบที่ 2. ถ้าตรวจ HbsAg และ HBsAb ได้ผลลบทั้งคู่ก็แสดงว่าไม่เคยได้รับเชื้อ ให้ไปฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี.เสีย

แบบที่ 3. ถ้าตรวจ HBsAb ได้ผลบวก HBsAg ได้ผลลบ ก็แสดงว่ามีภูมิคุ้มกันโรคแล้ว ไม่ต้องทำอะไร

     2.2 ป้องกันไขมันแทรกตับโดยกินอาหารพืชเป็นหลักแบบไขมันต่ำ เพื่อควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้อ้วน และความคุมไขมันในเลือดไม่ให้สูง

     2.3 ถ้าดื่มแอลกอฮอล์ ให้เลิกเสีย

     2.4 เลิกสารพิษอื่นๆที่จะนำเข้าสู่ร่างกายให้หมด เช่น บุหรี่ ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง ยาสมุนไพรที่ไม่ทราบว่าทำมาจากอะไร และยารักษาโรคหรือยาบรรเทาอาการหลายชนิดที่เป็นพิษต่อตับ ยกตัวอย่างเช่นยาแก้ปวดพาราเซ็ตตามอล เป็นต้น 

     ส่วนการกินอาหารปนเปื้อนอะฟลาทอกซินนั้น แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานว่าทำให้เป็นมะเร็งตับในคน แต่ก็มีหลักฐานชัดเจนว่าทำให้เป็นมะเร็งตับในหนูทดลอง ดังนั้นหากหลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยงไว้ก่อน

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม

1. Wogan GN, Newberne PM. Dose-response characteristics of aflatoxin B1 carcinogenesis in the rat. Cancer Res. 1967;27:2370–2376. [PubMed] [Google Scholar]
2. Madhavan TV, Gopalan C. The effect of dietary protein on carcinogenesis of aflatoxin. Arch Path. 1968;85:133–137.
3. Youngman LD. Ph.D. Thesis. Ithaca, NY: Cornell University; 1990. The growth and development of aflatoxin B1-induced preneoplastic lesions, tumors, metastasis, and spontaneous tumors as they are influenced by dietary protein level, type, and intervention; p. 203. [Google Scholar]
4. Schulsinger DA, Root MM, Campbell TC. Effect of dietary protein quality on development of aflatoxin B1-induced hepatic preneoplastic lesions. J Natl Cancer Inst. 1989;81:1241–1245. [PubMed] [Google Scholar]
5. Nonassociation of Aflatoxin with Primary Liver Cancer in a Cross-Sectional Ecological Survey in the People's Republic of China. Cancer Res 1990;50:6882-6893. T. Colin Campbell, Junshi Chen, Chongbo Liu, et al.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

แจ้งข่าวด่วน หมอสันต์ตัวปลอมกำลังระบาดหนัก

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ทะเลาะกันเรื่องฝุ่น PM 2.5 บ้าจี้ เพ้อเจ้อ หรือว่าไม่รับผิดชอบ

เจ็ดใครหนอ

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

เลิกเสียทีได้ไหม ชีวิตที่ต้องมีอะไรมาจ่อคิวต่อรอให้ทำอยู่ตลอดเวลา

ไปเที่ยวเมืองจีนขึ้นที่สูงแล้วกลับมาป่วยยาว (โรค HAPE)

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)