ถุงเลนส์ตาขุ่นหลังผ่าตัดต้อกระจก (PCO)

เรียนคุณหมอสันต์

อายุ 62 ปีค่ะ ไปผ่าตัดต้อกระจกข้างขวามาได้สองเดือน หลังผ่าตัดไม่นานก็มีอาการตาข้างขวามัว มองอะไรเห็นไม่ชัดเลย แต่เมื่อเอามือปิดตาขวามองด้วยตาซ้ายข้างเดียวก็เห็นชัดดี เวลาขับรถลำบากมาก เพราะต้องใส่แว่นด้วย เวลามีรถสวนมามันพร่าไปหมดมองอะไรไม่เห็น ได้กลับไปหาหมอตา หมอบอกว่าเป็นถุงตามัว ซึ่งเกิดขึ้นเป็นปกติ และนัดหมายมาทำเลเซอร์ จึงไม่สบายใจว่าทำไมถึงเกิดขึ้นได้ ทำเลเซอร์แล้วจะหายไหม หายแล้วจะกลับเป็นอีกได้ไหม ทำแล้วจะพลาดท่าเสียทีเกิดอะไรที่แย่ไปยิ่งขึ้นเช่นจอประสาทตาหลุดลอกได้หรือเปล่า

…………………………………

ตอบครับ

     1. ที่คุณเรียกว่าถุงตามัวนั้น คำเรียกอย่างเป็นทางการคือ Posterior capsule opacification - PCO ผมแปลว่าแคปซูลหลังเลนส์ขุ่นก็แล้วกัน ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดต้อกระจกที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ประมาณ 19.7% นี่เป็นตัวเลขกลางๆนะ ตัวเลยปลีกย่อยที่รายงานไว้มีตั้งแต่ 5-50% เรียกว่ามันเกิดขึ้นบ่อยเสียจนหมอตาบางส่วนไม่ยอมเรียกว่าเป็นภาวะแทรกซ้อนของการผ่าตัด เพราะมันเกิดบ่อยซะจนเป็นเรื่องปกติ หิ..หิ หมอสันต์เห็นด้วย ว่าความผิดปกติใดๆที่เกิดบ่อยจนเป็นปกติ มันก็คือความปกตินั่นเอง เฮ้ช้า ชาชะ ชาชา นอยแน่..

     (ขอโทษ เปล่าลบหลู่หมอตานะ แก้ง่วงยามบ่ายแค่นั้นเอง)

     2. ถามว่าการผ่าตัดต้อกระจกทำไมถึงเกิดแคปซูลหลังเลนส์ขุ่นหรือ PCO ขึ้นได้ตอบว่ามันเป็นการประชุมแห่งเหตุครับ ปัจจัยเสี่ยงที่วงการแพทย์ทราบแน่นอนแล้วได้แก่

2.1 ยิ่งอายุน้อย ยิ่งเสี่ยงมาก
2.2 ถ้าเป็นเบาหวาน จะเสี่ยงมาก
2.3 ตาเกิดตาอักเสบ (uveitis) ก็จะเสี่ยงมาก
2.4 ชนิดของเลนส์เทียมที่เลือกใช้ก็มีผล ถ้าใช้เลนส์ชนิดอคริลิกหือซิลิโคนก็เสี่ยงน้อยหน่อย
2.5 เทคนิคที่แพทย์เลือกใช้ในการผ่าตัดก็มีผล บางเทคนิคเกิดมาก บางเทคนิคเกิดน้อย
2.6 ถ้าตาได้รับบาดเจ็บมาก เช่นถูกชกตาจนเลนส์แตกมา จะยิ่งเสี่ยงมาก
2.7 ชั่วโมงบินของหมอตาก็เกี่ยวด้วย งานวิจัยเปรียบเทียบชั่วโมงบินของหมอตากับการเกิดภาวะแทรกซ้อนของการผ่าตัดต้อกระจกพบว่างานวิจัยพบว่ายิ่งหมอตาเก๋ามาก หมายถึงทำผ่าตัดต้อกระจกมามาก ก็ยิ่งมีภาวะแทรกซ้อนน้อย คือถ้าทำผ่าตัดมาถึง 1000 ราย ภาวะแทรกซ้อนรวมจะต่ำระดับ 0.1% แต่ถ้าทำผ่าตัดมาไม่เกิน 250 รายภาวะแทรกซ้อนจะสูงกว่านั้นแปดเท่า

     3. ถามว่าการทำเลเซอร์แก้ไข PCO จะพลาดท่าเสียทีทำให้เกิดเรื่องร้ายอย่างจอประสาทตาหลุดลอกเพิ่มขึ้นไหม ตอบว่าไม่หรอกครับ ข้อมูลปัจจุบันนี้ไม่มีหลักฐานว่าการเอาแย็กเลเซอร์เข้าไปเผาเอาแคปซูลออกไป (YAG laser capsulotomy) สัมพันธ์กับการเกิดจอประสาทตาหลุดลอก ถ้าจะมีก็เป็นโอกาสที่น้อยมาก (rare) แต่ทั้งนี้อย่าลืมว่าจอประสาทตาหลุดลอกเป็นภาวะแทรกซ้อนของการผ่าตัดต้อกระจกอยู่แล้วนะครับ แล้วบางทีมันก็ไปเกิดสายเมื่อหลายปีผ่านไปแล้วด้วย คือเกิดทันทีประมาณ 0.7% ก็จริง แต่หากนับอุบัติการณ์สะสมระยะยาวแล้ว ในงานวิจัยหนึ่งซึ่งตามดูคนไข้หลังผ่าตัด 9400 คนพบว่ามีโอกาสเกิดจอประสาทตาหลุดลอกใน 8 ปีหลังผ่าตัดมากถึง 2.3% เลยทีเดียว



     4. ถามว่าการทำเลเซอร์แก้ไข PCO ทำอย่างไร จะล้มเหลวจนเกิดถุงเลนส์ขุ่นซ้ำๆซากๆ ต้องมาทำกันใหม่ได้ไหม ตอบว่าวิธีทำเรียกว่า  YAG laser capsulotomy คือเอาเลเซอร์ยิงทำลายให้แคปซูลหลังเลนส์ฝ่อสลายหายไปซะเลย ส่วนการเกิดจะมีแคปซูลหลังเลนส์งอกกลับขึ้นมาใหม่และขุ่นใหม่นั้นก็เป็นไปได้นะครับ เพราะสิ่งทั้งหลายมีดับ แล้วก็ต้องมีเกิด (หิ หิ ขอโทษ พูดเล่น) อุบัติการณ์ของการต้องมาทำเพื่อรักษา PCO ซ้ำซากหลังจายยิงเลเซอร์ครั้งแรกจากรายงานหนึ่งที่ผมเอามาอ้างไว้ท้ายนี้มีโอกาสเกิดขึ้นประมาณ 0.31%


     5. อันนี้คุณไม่ได้ถามแต่ผมแถมให้สำหรับท่านผู้อ่านทุกท่าน คือคนทั่วไปมองการผ่าตัดต้องกระจกว่าเป็นอะไรที่ง้าย..ง่าย เห็นในทีวีเขากางเต้นท์ทำกันกลางทุ่งบ่อยๆไป แต่ความเป็นจริงคือมันก็เป็นการผ่าตัดชนิดหนึ่ง ขึ้นชื่อว่าการผ่าตัดย่อมมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้เสมอแม้ว่าพระเจ้าจะมาเองก็ตาม (หมายถึงไม่ว่าพระเจ้ามาเป็นหมอผ่าตัดหรือมาเป็นคนไข้ก็ตาม) ดังนั้นไม่ใช่เอาแต่มองโลกสวยว่าต้องดีร้อยเปอร์เซ็นต์แต่พอเกิดอะไรขึ้นแล้วก็ไปเม้งกับหมอตาซะหูชา ถ้าไปโดนกับหมอเด็กๆสาวๆจบใหม่ๆยังไม่สำเร็จวิชาหูทวนลมก็มักถึงขั้นคิดหนีอาชีพนี้ไปเลย จริ๊ง ไม่ได้พูดเล่น

     ดังนั้นสำหรับแฟนบล็อกหมอสันต์ซึ่งส่วนใหญ่ก็อยู่ในวัยต้อกระจกกันแล้ว ผมขอแจ้งสถิติอย่างเป็นทางการของโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนของการทำผ่าตัดต้องกระจกให้ทราบทั่วกันก่อนเข้าทำการผ่าตัด โดยขอย้ำส่งท้ายอีกทีว่าโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนมันเป็นเรื่องของดวง ไม่ดวงของคนไข้ก็ดวงของแพทย์ละครับ ภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวได้แก่

      5.1 ติดเชื้อทั้งลูกตา (Endophthalmitis) เกิดได้ 0.13% ซึ่งเคราะห์หามยามร้ายก็ถึงขั้นต้องควักลูกตาออกกันทีเดียว เรียกว่าเกิดขึ้นทีหมอตาต้องย้ายเมืองหนีเพราะจะพูดอย่างไรคนไข้ก็ไม่ยอมเข้าใจ

     5.2 แก้วตาบวมน้ำ (Bullous keratopathy) เกิดได้ 0.3%

     5.3 ใส่เลนส์ไม่เข้าเบ้าหรือเลนส์หลุดเบ้า (Intraocular lens malposition/dislocation) เกิดได้ 1.1%

     5.4 ศูนย์กลางจอตาบวม (cystoid macular edema) เกิดได้ 1.5%

     5.5 จอประสาทตาหลุดลอก (Retinal detachment) เกิดได้ 0.7%ในระยะสั้น 2.3% ในระยะยาว

     5.6 พิษต่อตาส่วนหน้าภายใน 24 ชั่วโมงแรก (Toxic anterior segment syndrome -TASS) คือการอักเสบจากฝุ่นผงใดๆตรงตาส่วนหน้าโดยไม่เกี่ยวกับเชื้อโรค

     ภาวะแทรกซ้อนทั้งหมดนี้คือความจริงของชีวิต ที่เราในฐานะคนไข้ต้องถือว่าเป็นความเสี่ยงที่เราได้รับทราบและยอมรับเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ก่อนผ่าตัด เพราะเราอยากได้ประโยชน์ที่จะได้จากการผ่าตัด คือการได้กลับมามองเห็นชัดอีกครั้งหนึ่ง

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

บรรณานุกรม

1. Erie JC, Raecker MA, Baratz KH, et al. Risk of retinal detachment after cataract extraction, 1980-2004: a population-based study. Ophthalmology 2006; 113:2026.
2. Sheu SJ, Ger LP, Ho WL. Late increased risk of retinal detachment after cataract extraction. Am J Ophthalmol 2010; 149:113.
3. Ripandelli G, Scassa C, Parisi V, et al. Cataract surgery as a risk factor for retinal detachment in very highly myopic eyes. Ophthalmology 2003; 110:2355.
4. Kaiser RS, Fenton GL, Tasman W, Trese MT. Adult retinopathy of prematurity: retinal complications from cataract surgery. Am J Ophthalmol 2008; 145:729.
5. Cheng JW, Wei RL, Cai JP, et al. Efficacy of different intraocular lens materials and optic edge designs in preventing posterior capsular opacification: a meta-analysis. Am J Ophthalmol 2007; 143:428.
6. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Toxic anterior segment syndrome after cataract surgery--Maine, 2006. MMWR Morb Mortal Wkly Rep 2007; 56:629.
7. Bell CM, Hatch WV, Cernat G, Urbach DR. Surgeon volumes and selected patient outcomes in cataract surgery: a population-based analysis. Ophthalmology 2007; 114:405.
8. Hari Jayaram, Gurmit Uppal, Charles E. Hugkulstone, Mary V. Gibbens and Lynda Watt. YAG curios #1: repeat Nd:YAG laser posterior capsulotomy. Acta Ophthalmol. Scand. 2005: 83: 242–244

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ยาลดน้ำหนักที่ FDA อนุมัติให้ใช้ในปี 2026

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

การโกนขนอวัยวะเพศ (pubic hair)

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2569 กับ 9 วิธีที่จะรู้ตัว

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว