หมอสันต์ให้สัมภาษณ์ทีวี.เรื่องการดูแลแผลที่เกิดช่วงน้ำท่วม

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์ ให้สัมภาษณ์ Spring News TV ขณะนำเรือกู้ภัยออกไปตรวจรักษาแผลและฉีดยาป้องกันบาดทะยักให้กับกลุ่มควาญช้างที่ดูแลช้างจำนวนกว่า 90 เชือกที่มาพักพิงที่เกาะกลางน้ำท่วมเมืองอยุธยา เมื่อ 18 ตค. 54

Spring News TV

ยาที่คุณหมอกำลังฉีดนั่นคือยาอะไรครับ

หมอสันต์

ที่พวกควาญช้างเขาเข้าแถวฉีดกันอยู่นี่ไม่ใช่ยาครับ มันเป็นวัคซีนฉีดกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคบาดทะยัก เพราะได้ทราบข่าวจากทีมแพทย์ศิริราชที่มาดูแลประชาชนที่ศูนย์พักพิงว่ามีคนมีอาการคล้ายบาดทะยักแล้ว 3 คน ผมกับคุณบิณฑ์ (บันลือฤทธิ์) จึงรีบเอาเรือมาที่นี่เพื่อมาป้องกันบาดทะยักให้กับกลุ่มควาญช้างและครอบครัว เพราะพวกนี้ส่วนใหญ่เขามีบาดแผลจากการย่ำเศษแล้วหรือเศษของมีคมในน้ำกันเกือบทุกคน จัดว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง แล้วพวกเขาก็ติดเกาะอยู่ที่นี่ ไปไหนไม่ได้ การเข้ามาหาก็ลำบากอย่างที่คุณได้เห็นแล้วตอนนั่งเรือมาด้วยกันนั่นแหละ

Spring News TV

ทำไมจึงเรียกว่าวัคซีนกระตุ้นละครับ มันป้องกันบาดทะยักได้แน่นอนหรือเปล่า

หมอสันต์

คือการสร้างภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีนเนี่ยจะต้องเริ่มด้วยการตั้งต้นฉีดวัคซีนเข็มแรกหรือชุดแรก แล้วก็ฉีดเข็มต่อไปกระตุ้น โดยแผนการฉีดวัคซีนแต่ละตัวก็ไม่เท่ากัน อย่างวัคซีนบาดทะยักเนี่ยชุดแรกของเขาจะมีอย่างน้อยสามเข็มห่างกันเข็มละหกเดือน หลังจากนั้นก็ต้องฉีดกระตุ้นทุกสิบปีเพื่อให้ภูมิคุ้มกันมันสูงอยู่เสมอ ในคนไทยที่อายุหกสิบลงมานี้ ตอนเด็กๆเข้าโรงเรียนภาคบังคับจะถูกจับฉีดวัคซีนตั้งต้นครบชุดแล้วทุกคน แต่สิ่งที่ขาดไปคือการฉีดกระตุ้นทุกสิบปี ถ้าเป็นผู้หญิงที่คลอดบุตรก็จะได้รับการฉีดกระตุ้นตอนไปคลอดบุตรที่โรงพยาบาลหรือที่อนามัย แต่ผู้ชายหากไม่เคยเกิดอุบัติเหตุหรือไม่เคยมีบาดแผลก็จะไม่ได้รับการฉีดกระตุ้นเลย ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเป็นบาดทะยักได้ การฉีดวัคซีนกระตุ้นนี้หากทำทุกสิบปีไม่ให้ขาด ก็จะป้องกันบาดทะยักได้แน่นอนครับ

Spring News TV

แล้วเวลาที่คุณหมอทำแผล เห็นเอาปากกาขีดเป็นวงไปบนผิวหนังนั้นเพื่ออะไรครับ

หมอสันต์

อ๋อ. คืออันนี้ไม่ใช่แผลธรรมดา แต่มีการอักเสบติดเชื้อที่เห็นเป็นพื้นที่สีแดงนี่เห็นไหมครับ ผมขีดรอบพื้นที่สีแดงนี่ไว้ ก็เพื่อจะบอกคนไข้ว่าหลังจากทำแผล ฉีดยา กินยาฆ่าเชื้อที่ผมให้ไว้นี้แล้ว พื้นที่สีแดงนี้มันต้องหดเล็กลงหรือหายไป แต่ถ้าในสามวันนี้มันไม่หดลง หรือมันขยายตัวกว้างใหญ่ออกไปอีก นั่นหมายความว่าการติดเชื้อลุกลามแล้ว บางทีมันลุกลามเร็วมากจนชาวบ้านเรียกว่าเป็นโรคไฟลามทุ่ง พอมันลามก็แสดงว่ายาที่ให้เอาไม่อยู่ ปลายทางก็คือจะเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งเป็นเรื่องรุนแรงถึงตายได้ ดังนั้นถ้าเขาเห็นว่าสามวันแล้วมันก็ยังลามออกนอกวงนี้อยู่ เขาต้องรีบหาเรือไปยังศูนย์พักพิงเพื่อให้เขาส่งต่อไปรักษาในโรงพยาบาล

Spring News TV

คุณหมอมีอะไรจะพูดไปถึงผู้ชมที่อยู่ในสภาพน้ำท่วมบ้างไหมครับ

หมอสันต์

ท่านผู้ชมที่กำลังผจญน้ำท่วมทุกท่านครับ ในสภาพน้ำท่าม มีความเสี่ยงที่จะเหยียบถูกเศษแก้วเศษหินหรือเศษโลหะเกิดแผลเล็กบ้างใหญ่บ้างได้ตลอดเวลา บางทีก็เกิดขึ้นโดยเราไม่รู้ตัว ผมขอแนะนำท่านผู้ชมเฉพาะประเด็นที่สำคัญสามประเด็นคือ

ประเด็นที่ 1. การป้องกันโรคบาดทะยัก คือโรคบาดทะยักนี้เป็นง่ายในสภาพที่เท้าเราจมน้ำสกปรกอยู่อย่างนี้ โรคนี้เป็นแล้วมักจะตาย แต่มันป้องกันได้ด้วยวัคซีน ตอนที่เราเด็กๆเราได้วัคซีนป้องกันบาดทะยักมาจากโรงเรียนแล้วทุกคน ธรรมชาติของภูมิคุ้มกันมันจะหดหายไปหากไม่ได้รับการฉีดวัคซีนกระตุ้นทุกสิบปี ดังนั้นให้ท่านนึกย้อนหลังไปสักสิบปี หากสิบปีที่ผ่านมานี้ไม่ได้ฉีดวัคซีนบาดทะยักกระตุ้นเลย ขอให้ท่านขวนขวายไปรับการฉีดวัคซีนกระตุ้นที่หน่วยแพทย์หรือที่สถานีอนามัยเมื่อใดก็ตามที่ท่านมีโอกาสไปได้ ไม่ต้องรอให้มีแผลก่อน ถือโอกาสตอนน้ำท่วมนี้แหละ ไปฉีดวัคซีนบาดทะยักกระตุ้นเลย

ประเด็นที่ 2. การป้องกันไม่ให้แผลติดเชื้อ เมื่อมีแผลเกิดขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการล้างเอาเศษดินออกจากแผล ล้างด้วยน้ำสะอาดที่หาได้ หากหาไม่ได้ก็ต้องสละน้ำดื่มมาล้างแผล กัดฟันทนเจ็บเอาแปรงสีฟันขูดเศษดินออกจากแผลให้หมด ไม่ต้องใส่ยา ไม่ต้องกินยาใดๆ ล้างให้สะอาดลูกเดียว ไม่มียาใส่หรือยากินใดๆจะมาป้องกันการติดเชื้อได้เท่าการล้างแผลให้สะอาดได้

ประเด็นที่ 3. การเฝ้าระวังการติดเชื้อลุกลาม สิ่งบอกเหตุว่าการติดเชื้อนั้นลุกลามมีสามอย่างคือ

อย่างที่หนึ่ง คือ ถ้าท่านมีแผลแล้วมีไข้ด้วย นั่นแสดงว่าเชื้ออาจลุกลามเข้าไปในกระแสแล้ว ไม่ต้องรอกินยาลดไข้แล้วดูเชิง ท่านต้องขวานขวายไปหาหมอเลย

อย่างที่สองคือ ถ้ามีรอยบวมๆแดงๆหรือม่วงคล้ำๆรอบแผล แสดงว่ามีการติดเชื้อของแซลรอบแผล ให้ท่านเอาถ่านหรือปากกาขีดรอบรอยนั้นไว้ หากหลายวันผ่านไปรอยนี้มีขยายกว้างขึ้น ท่านก็ต้องรีบไปหาหมอเช่นกัน
อย่างที่สาม คือถ้าแผลที่ช้ำๆดำๆ เวลาบีบแล้วมันมีเสียงครอกแครกเหมือนมีฟองลมอยู่ข้างใน อันนั้นแสดงว่ามันอาจติดเชื้อชนิดไม่ใช้ออกซิเจน ซึ่งอันตรายและลุกลามเร็ว ท่านอย่ารอดูเชิง ให้รีบหาทางออกไปหาหมอเลยนะครับ

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

แจ้งข่าวด่วน หมอสันต์ตัวปลอมกำลังระบาดหนัก

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

ทะเลาะกันเรื่องฝุ่น PM 2.5 บ้าจี้ เพ้อเจ้อ หรือว่าไม่รับผิดชอบ

เจ็ดใครหนอ

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

เลิกเสียทีได้ไหม ชีวิตที่ต้องมีอะไรมาจ่อคิวต่อรอให้ทำอยู่ตลอดเวลา

ไปเที่ยวเมืองจีนขึ้นที่สูงแล้วกลับมาป่วยยาว (โรค HAPE)

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)