เป็นฮีโมโกลบินอี. (Hb E) ต้องเอาลูกออกไหม

สวัสดีค่ะคุณหมอ

คือดิฉันมีผลเลือดมาให้คุณหมอพิจารณาให้หน่อยค่ะ

ของสามีคือ HIV = Neg, VDRL = NR, (อันนี้ไม่ค่อยแน่ใจว่า NR หรือเปล่า เพราะเขาเขียนไม่ค่อยรู้เรื่องค่ะ), HBsAg = Neg, MCV = 79

ส่วนของภรรยาคือ HIV = Neg, VDRL = NR, (ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน), HBsAg = Neg, MCV = 90, HbE = post

จากผลเลือดดังกล่าวนี้จะส่งผลอะไรต่อทารกในครรภ์บ้างคะ และถ้าทารกในครรภ์เป็นแฝดผลเลือดดังกล่าวจะส่งผลอะไรกับทารกบ้างคะ ถ้าส่งผล ทารกจะเป็นอย่างไร รุนแรงไหมคะ จำเป็นต้องเอาเด็กออกหรือเปล่าคะ (ขอกรณีเป็นแฝดด้วยค่ะ) ขอความกรุณาคุณหมอตอบอย่างละเอียดให้หายข้องใจด้วยค่ะ

...................................................

ตอบครับ

1. ผมจะแปลผลแล็บให้ฟังก่อน เอาของสามีก่อนนะ

HIV = Negative แปลว่าไม่มีเชื้อเอดส์อยู่ในตัว อย่างน้อยก็นับถึงก่อนวันตรวจราวหนึ่งเดือน แต่ช่วงภายในหนึ่งเดือนก่อนวันตรวจเป็น window period ไม่รับประกันว่าสามีคุณได้ไปเสาะหาเชื้อใหม่ๆหมาดๆเข้ามาหรือเปล่า ต้องไปสอบสวนกันเอาเอง

VDRL = NR แปลว่าไม่เคยติดเชื้อซิฟิลิส NR ย่อมาจาก non reactive หมายความว่าผลเป็นลบหรือไม่มีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อนี้นั่นเอง การตรวจไม่พบภูมิคุ้มกันหมายความว่าไม่มีการติดเชื้อแบบสดๆซิงๆ และไม่มีเชื้อกำเริบในตัวด้วย VDRL นี้เป็นวิธีตรวจเพื่อคัดกรองเท่านั้น เพราะมีคนจำนวนหนึ่งติดเชื้อมานานจนเชื้อเข้าระยะซุ่มเงียบ (latent phase) การตรวจ VDRL ในระยะซุ่มเงียบอาจให้ผลลบ เรียกว่าผลลบเทียม คือจริงๆแล้วติดเชื้อมีเชื้อซิฟิลิสอยู่ในตัว แต่ตรวจได้ผลลบ

HBsAg = Negative แปลว่าไม่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบี.อยู่ในตัว อย่างน้อยข้อมูลนี้ก็บอกว่าพ่อเจ้าประคุณสามีไม่ใช่พาหะที่จะคอยแพร่เชื้อตับอักเสบไวรัสบี.ให้คุณและลูก แต่ถ้าจะให้ดีควรมีข้อมูลเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันหรือ HBsAb ด้วย ถ้ายังไม่มีภูมิคุ้มกันจะได้ฉีดวัคซีนป้องกันตับอักเสบไวรัสบี.เสียเลย

MCV = 79 fl ตัวนี้ย่อมาจากคำว่า mean corpuscle volume แปลว่าปริมาตรเฉลี่ยของเม็ดเลือด ค่าปกติอยู่ที่ 80-100 fl กรณีสามีคุณได้ 79 fl ก็อนุมานได้ว่าน่าจะปกติเพราะต่ำกว่าเกณฑ์ปกตินี้ด.ด..ด..ดเดียว ตัวนี้ถ้าค่าต่ำกว่าปกติมากๆเช่นต่ำกว่า 75 fl ก็หมายความว่าเม็ดเลือดมีขนาดเล็กผิดปกติ อาจเป็นโรคทาลาสซีเมียชนิดแฝงหรือโรคโลหิตจางจากขาดธาตุเหล็กซึ่งมักทำให้เม็ดเลือดมีขนาดเล็กกว่าปกติ

กล่าวโดยสรุปผลเลือดของสามีคุณปกติ ไม่ติดเชื้อเอดส์ ไม่ติดเชื้อซิฟิลิส ไม่เป็นพาหะของไวรัสตับอักเสบบี และมีเม็ดเลือดแดงขนาดเกือบปกติ สรุปได้แค่เนี้ยะแหละครับ

เอาละ ทีนี้มาดูของคุณภรรยาบาง ที่แตกต่างจากสามีมีจุดเดียวเท่านั้นคือ

HbE = positive ตีความตามผลที่ให้มา ยังไม่เจาะลึกว่าใช้วิธีไหนตรวจ ก็หมายความว่าคุณมีพันธุกรรมที่มียีนแฝงของโรคทาลาสซีเมียเบต้าชนิดฮีโมโกลบินอี. (beta thalassemia hemoglobin E trait) คือตัวคุณไม่เป็นโรค แต่มียีนแฝงที่ส่งต่อไปให้ลูกได้ เนื่องจากสามีของคุณไม่มียีนแฝงนี้ (เพราะผลตรวจไม่บอกว่ามี ดังนั้น) ครึ่งหนึ่งของลูกๆของคุณมีโอกาสจะรับยีนแฝงนี้ไปให้หลานของคุณต่อ

2. ก่อนจะตอบคำถามประเด็นอื่นของคุณ ผมขอวิจารณ์ผลแล็บก่อนนะ เพราะมันคันปาก ว่าคุณไปตรวจแล็บที่ไหนมา ผลมันทะแม่งๆ พิกล การที่ผลแล็บยังเอามือเขียนจวนเจียนจะอ่านออกไม่ออกแหล่แสดงว่าห้องแล็บที่ตรวจให้ต้องอยู่ค่อนไปทางหลังเขามากเลย การที่ผลตรวจขนาดเม็ดเลือดเฉลี่ย (MCV) ของตัวคุณได้ค่าปกติแต่ตรวจพบ HbE เป็นข้อมูลที่ขัดกันเอง เพราะปกติถ้ามียีน HbE เม็ดเลือดควรจะขนาดเฉลี่ยเล็กกว่าปกติมาก แล้วการที่รายงานว่ามี HbE มาโดยไม่รายงานปริมาณฮีโมโกลบินชนิดอื่นๆ เช่น HbA, HbA2 แสดงว่าไม่ได้ทำการตรวจวิเคราะห์แบบ hemoglobin typing ผมสงสัยว่าคงจะทำการตรวจคัดกรองแบบใช้น้ำยาดูการตกตะกอนของเม็ดเลือด ที่เรียกว่า DCIP (ย่อมาจากชื่อน้ำยา dichlophenol hydrophenol) ซึ่งเป็นวิธีตรวจคัดกรอง Hb E ที่ให้ผลไม่เที่ยง โบร้าน โบราณ จนผมคิดว่าน่าจะหายไปจากโลกนี้นานแล้ว กล่าวโดยสรุป ผมมีความเห็นว่าอย่าเพิ่งโวยวายตีอกชกหัวว่าคุณมี Hb E ณ ตอนนี้เลย ผลแล็บอาจเป็นผลบวกเทียมก็ได้ ผมแนะนำให้ไปตรวจวิเคราะห์ฮีโมโกลบิน (hemoglobin typing) ให้ชัดเจนก่อนดีกว่า

3. ถามว่าผลเลือดดังกล่าวนี้จะส่งผลอะไรต่อทารกในครรภ์บ้างคะ ถ้าส่งผล ทารกจะเป็นอย่างไร รุนแรงไหมคะ จำเป็นต้องเอาเด็กออกหรือเปล่าคะ โน่น ไปโน่นเลย.. ตอบว่า beta thalassemia hemoglobin E trait ในกรณีที่ข้างสามีไม่มียีนแฝงนี้ด้วย ผลต่อลูกก็คือครึ่งหนึ่งของลูกจะได้รับยีนนี้ไปเผยแพร่ให้หลานคุณต่อไป เช่นถ้ามีลูกสองคนก็มีโอกาสจะได้รับยีนนี้หนึ่งคน เมื่อรับยีนแฝงนี้ไปแล้ว เขาจะไม่มีอาการอะไรเหมือนอย่างคุณเนี่ยแหละ แต่เมื่อเขาไปแต่งงาน หากสามีเขาไม่มียีนแฝง ลูกของเขาครึ่งหนึ่งก็จะรับยีนแฝงนี้ไว้สืบต่อไปอีก แต่หากสามีของเขามียีนแฝงนี้ด้วย ยีนทั้งสองข้างจะมาจ๊ะกัน ทำให้มีโอกาสที่ลูกของเขา (หมายถึงหลานของคุณ) จะเกิดมาเป็นโรค Homozygous Hemoglobin E คือเป็นเด็กโลหิตจางเรื้อรังและม้ามโต แต่ก็มักไม่มีอะไรรุนแรงมากไปกว่านั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณสามารถป้องกันไม่ให้หลานคุณเป็นโรคยีนจ๊ะกันนี้ได้ ด้วยการเลือกลูกเขยให้ดี คือเขยคนไหนที่มียีนแฝงก็อย่าเอามาเป็นเขยซะก็หมดเรื่อง

4. กรณีเป็นแฝดด้วยค่ะ ถ้าทารกในครรภ์เป็นแฝดผลเลือดดังกล่าวจะส่งผลอะไรกับทารกบ้างคะ ตอบว่าไม่แตกต่างจากลูกไม่แฝด ยกเว้นประเด็นการรับยีนในกรณีที่เป็นแฝดชนิดไข่ใบเดียวกัน หากได้รับยีน Hb E จากแม่ก็จะได้รับเหมือนกันทั้งสองคน เสมือนเป็นคนเดียวกัน ก็ไม่ใช่คนหนึ่งได้อีกคนไม่ได้นะ

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สอนวิธีอ่านผล CBC (การตรวจนับเม็ดเลือด)

สอนวิธีแปลผลเคมีของเลือด

แจ้งข่าวด่วน หมอสันต์ตัวปลอมกำลังระบาดหนัก

ชีวิตเมื่อตายไปแล้ว

เลิกเสียทีได้ไหม ชีวิตที่ต้องมีอะไรมาจ่อคิวต่อรอให้ทำอยู่ตลอดเวลา

ไปเที่ยวเมืองจีนขึ้นที่สูงแล้วกลับมาป่วยยาว (โรค HAPE)

เสพย์ติดหนังโป๊และการช่วยตัวเอง (masturbation)

ทุกประเด็นเกี่ยวกับขนมปังซาวโด (Sourdough Bread)

งานวิจัยในคนพบว่ากินอาหารมีฟลาโวนอยด์มากจะตายช้า มาเจาะลึกเรื่องฟลาโวนอยด์กันหน่อยก็ดี

ปวดหลัง กินยา Arcoxia และ Norgesic และ Voltaren